เต้นไม่ขอเก้าอี้แต่พร้อมรับตำแหน่ง

  • วันที่ 07 ก.ค. 2554 เวลา 18:37 น.

เต้นไม่ขอเก้าอี้แต่พร้อมรับตำแหน่ง

ณัฐวุฒิยันเสื้อแดงไม่เคยขอเก้าอี้รมต.ในครม.ใหม่ย้ำแล้วแต่พรรครับอาจลดดีกรีชุมนุมไม่ทิ้ง91ศพ

ภาพจากเรื่องเด่นเย็นนี้

นายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ ว่าที่สส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำกลุ่มนปช. เปิดเผยในรายการเรื่องเด่นเย็นนี้ ทางไทยทีวีสีช่อง3ว่า ไม่เคยยอมรับว่าไม่ใช่คนเสื้อแดง แกนนำนปช.ส่วนใหญ่ก็เป็นกลุ่มบุคคลที่เคยร่วมงานกับพรรคไทยรักไทยเดิม ข้อวิจารณ์ของสังคมที่ว่ากลุ่มคนเสื้อแดงอาจเข้าไปรับตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาลใหม่ ถือเป็นการแสดงความคิดเห็นตามปรากฏการณ์ทางการเมือง แต่จะเคารพกระบวนการของทางพรรค หลังเสร็จสิ้นการหาเสียงเลือกตั้ง ก็ไม่เคยไปคุยกับใคร เพราะระมัดระวังตัวตลอดเวลา ไม่เคยไปตามหาตำแหน่งหรือวิ่งเต้น ไม่เคยโทรศัพท์ไปหาพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และไม่เคยคุยกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่ผู้สมัครสส.ระบบบัญชีรายชื่อลำดับ1

"ขอยืนยันว่าผมไม่เคยไปเรียกร้องเรื่องขอตำแหน่งกับใคร แต่จะออกให้ปฎิเสธไม่รับตำแหน่งก็คงไม่ใช่ หากพรรคให้ผมทำงานอะไรก็ต้องทำตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย ให้ไปเป็นฝ่ายนิติบัญญัติก็ไม่ได้เป็นปัญหา การจะมาบอว่าหากคนเสื้อแดงได้เก้าอี้ จะทำให้รัฐบาลอายุสั้นก็คงไม่ใช่  ผมและคนอื่นๆ ที่เป็นแกนนำคนเสื้อแดง มาถูกต้องตามกระบวนการประชาธิปไตย ไม่ได้หลบซ่อนตัว เป็นผู้สมัครของพรรคมาด้วยการตัดสินของประชาชน ได้265ที่นั่ง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ต่างหากที่ไปประกาศตอนหาเสียงว่า หากเลือกเพื่อไทย จะได้เสื้อแเดงมาเป็นรัฐมนตรี ผลการเลือกตั้งออกมาก็อย่างที่เห็นนี้คือข้อเท็จจริง" นายณัฐวุฒิ กล่าว 

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ยังไม่ได้สนทนากับนายเสนาะ เทียนทอง ที่ออกมาขวางการเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีของคนเสื้อแดง และอ้างว่าได้คุยกับแกนนำนปช.คนอื่นๆแล้วต่างเห็นดีเห็นงามด้วย ก็ถือเป็นความคิดเห็นต้องรับฟังแต่ไม่รู้สึกอะไร หลังวันเลือกตั้งไม่เคยไปเดินตามน.ส.ยิ่งลักษณ์ ระวังตัวมาตลอดไม่อยากให้เกิดภาพว่าไปเดินตาม ก็อยู่ปกติ น.พ.เหวง โตจิราการ แกนนำอีกคนหนึ่งก็มาถูกต้อง เคยบอกแล้วว่า เราคนเสื้อแดงเข้ามาเสนอตัวต่อพรรคไปพบปะประชาชนทั่วประเทศ ระหว่างหาเสียง

นายณัฐวุฒิ กล่าวยอมรับว่า หลังการจัดตั้งรัฐบาลใหม่เสร็จสิ้นบทบาทของกลุ่มคนเสื้อแดงในการชุมนุมทางการเมืองคงลดระดับลงเพราะพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลแล้ว แต่ภาระการตรวจสอบตามหาความจริงกรณี 91ศพในเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองต้องเดินต่อเรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาของคนเสื้อแดง แต่เป็นสถานการณ์ของประเทศ ที่มีเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองแล้วมีคนตายก็ต้องมีผู้รับผิดชอบ

อย่างไรก็ตามคนเสื้อแดงจะไม่เข้าไปกดดันการทำหน้าที่ของคอป.ในเรื่องของแผนปรองดองแต่จะติดตามแบบคู่ขนานไปวิเคราะห์แยกแยะ เป็นข้อกล่าวหาของพรรคประชาธิปัตย์ที่บอกว่าคนเสื้อแเดงจะเข้าไปแทรกแซง ประชาธิปัตย์เองต่างหากที่ไม่เคยให้ความร่วมือ คอป.ก็ออกมาโวยวายหลายครั้งในช่วงปชป.เป็นรัฐบาล เช่นแผนยุทธการจากกองทัพก็ไม่ให้เคย

สำหรับกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่สังคมมองว่าเป็นคู่ขัดแย้งกับคนเสื้อแดง เพราะมีคดีความหลายเรื่องในเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองก็ยืนยันว่า ไม่ได้ไปเรียกร้องให้ยกเลิกคดี แต่หากผลการสอบสวนมีบุคคลอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องเช่นรัฐบาลชุดเก่าก็ออกมารับผิดชอบ ที่ออกมาพูดเช่นนี้ไม่ได้หมายความว่าต้องการไล่ล่า แต่จะถามว่ารัฐบาลจะไม่รับผิดชอบอะไรเชียวหรือ

ส่วนกรณีของนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ถือเป็นหนึ่งในกรรมการศอฉ.ที่เป็นคู่กรณีของคนเสื้อแดง แต่สำหรับตัวตนของนายธาริตเราไม่มีอะไรกัน ไม่ได้คิดอาฆาตแค้น ก็ต้องแล้วแต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมคนใหม่ที่จะเข้าไปดำเนินการเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย 

"การปรองดองหลายประเทศที่ทำกันมาต้องเอาความจริงมาเปิดเผย ต้องมีคนรับผิดชอบตามกฏหมายก็ว่ากันไป เรื่องนิรโทษกรรม อะไรที่พูดกันว่า เป็นเรื่องผลประโยชน์ที่จะตามมาหลังการเลือกตั้ง นั้นไม่ใช่ แต่ถือเป็นเครื่องมือหนึ่งหากทำได้เพื่อให้เกิดสันติภาพ และเสรีภาพ แกนนำเสื้อแดงเองก็ได้สแดงความรับผิดชอบตามกฏหมายมอบตัวสู้คดี ผมก็อยู่ในคุกมาแล้วตั้ง9เดือน หากศาลตัดสินว่าผิดประชาชนก็ยอมรับได้ ต้องให้เกิดความยุติธรรมที่แท้จริงเท่านั้นเอง" นายณัวุฒิ กล่าว

นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่าในแกนนำกลุ่มคนเสื้อแเดงมีความเห็นที่แตกต่างกันได้ แต่ไม่ได้ถึงขนาดขับไล่นางธิดา ถาวรเศรษฐ์ รักษาการประธานนปช.
แต่เป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันกับนายชินวัฒน์ หาบุญพาด บนโต๊ะอาหาร

"ยกตัวอย่างผมกกับจตุพร (จตุพร พรหมพันธุ์) เถียงกันหน้าดำหน้าแดงในช่วง5ปีของการต่อสู้ทางการเมือง เราเป็นพี่น้องกันตายแทนกันได้ก็คงไม่มาแตกแยก มีอะไรก็น่าจะคุยกันเป็นการภายใน2-3เดือนที่ผ่านมาติดภาระกิจหาเสียง ไม่มีปัญหาก็คุยกันได้"นายณัฐวุฒิ กล่าว

สำหรับกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ และรักษาการเลขาธิการพรรคปชป.ออกมาระบุว่า หากมีคนเสื้อแดงมากๆ จะมีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง การพูดอย่างนี้ถือเป็นการกล่าวร้ายป้ายสี เพราะอารมณ์ค้างมาจากการเลือกตั้ง โชคดีที่คนไทยส่วนใหญ่ไม่เชื่อนายสุเทพ จึงเลือกพรรคเพื่อไทยเข้ามาอย่างที่เห็น พรรคประชาธิปัตย์ควรจะได้ใช้เวลานี้หาโอกาสไปทบทวนตัวเองว่าทำไมถึงแพ้การเลือกตั้ง แล้วจัดทัพกันใหม่จะดีกว่า.

 

ข่าวอื่นๆ