ภท.จัดหนักล้างหนี้กองทุนหมู่บ้าน

  • วันที่ 16 มิ.ย. 2554 เวลา 12:25 น.

ภท.ชูแคมเปญหาเสียงโค้งท้าย"ล้างหนี้กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง" หวังให้คนจนลืมตาอ้าปากได้         เมื่อเวลา 10.30น. นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และนายโสภณ ซารัมย์ แกนนำการปราศรัยของพรรค แถลงเปิดตัวนโยบายใหม่ของพรรคเพื่อใช้ในการหาเสียงโค้งสุดท้าย คือ นโยบายล้างหนี้กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง           โดยนายชวรัตน์ กล่าวว่า ขณะนี้พรรคการเมืองอื่นได้เสนอนโยบายเพิ่มหนี้ขึ้น แต่พรรคภูมิใจไทยได้นำเสนอนโยบายสร้างรายได้ ลดรายจ่าย ไม่สร้างหนี้ เพราะรู้ว่าประชาชนต้องการรายได้เพิ่มขึ้น ทางพรรคจึงได้หยิบยื่นแนวทางปลดหนี้ ให้ประชาชนได้พิจารณาเปรียบเทียบ โดยพรรคได้เสนอนโยบาย ล้างหนี้กองทุนหมู่บ้าและชุมชนเมืองทันทีหากได้เป็นรัฐบาล  ทั้งนี้ มั่นใจว่าทำได้จริงเพราะที่ผ่านมา ธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งล้ม มีหนี้เสียเป็นแสนล้านบาท รัฐบาลยังสามารถรับภาระได้ แต่ชาวบ้านเป็นหนี้แค่ไม่กี่หมื่นบาท ทำไมรัฐบาลถึงจะล้างหนี้ให้ไม่ได้          ด้านนายโสภณ  กล่าวว่า ปัญหากองทุนหมู่บ้านในปัจจุบัน สร้างภาระหนี้ให้กับประชาชนบางหมู่บ้านไม่มีเงินที่จะให้กู้แล้ว ทำให้กลายเป็นหนี้สูญ  บางหมู่บ้านแม้จะมีเงินเหลืออยู่ แต่คนที่เป็นหนี้ก็ยังเป็นคนหน้าเดิมๆ นี่คือสภาพความเป็นจริงของกองทุนหมู่บ้านในปัจจุบัน ซึ่งราชการไม่ได้ลงไปตรวจสอบว่ามีกี่หมู่บ้านที่ยังสามารถดำเนินการได้           นายโสภณ กล่าวว่า พรรคจึงเสนอนโยบายดังกล่าว แต่หากล้างหนี้ให้เฉพาะคนที่เป็นหนี้ล้มละลาย ก็จะไม่เป็นธรรมกับคนที่ชำระหนี้ตามปกติ ดังนั้นเพื่อความเป็นธรรมจะมีการยกหนี้ ล้างหนี้ให้หมด แล้วมาเริ่มนับ 1กันใหม่ ซึ่งปัจจุบันกองทุนดังกล่าวมีอยู่  80,000หมู่บ้าน ก็เป็นเงิน 80,000 ล้านบาท           นายโสภณ กล่าวว่า  ทั้งนี้พรรคจะนำเงินงบประมาณมาใช้ในนโยบายนี้และจะเติมเงินลงไปใหม่หมู่บ้านละ 1 ล้านบาท แต่ต้องมีเงื่อนไขและมีกรอบในการมากู้โดยให้ความรู้กับคณะกรรมการประจำหมู่บ้าน ซึ่งควรจะมาจากหลากหลายอาชีพ อาทิ ครู เกษตรกร เพื่อทำให้โปร่งใส  ขณะเดียวกันต้องส่งเสริมให้ประชาชนทำเงินไปใช้อย่างเป็นระบบ  ไม่ใช่นำเงินไปซื้อมอเตอร์ไซค์ โทรศัพท์มือถือ อย่างที่ผ่านๆมา           “พรรคภูมิใจไทยมั่นใจว่าถ้าหากหนี้เก่าหมดไปแล้วได้เงินก้อนใหม่เข้ามาประกอบอาชีพ ไม่ใช่เป็นการไปกู้เงินนอกระบบมาใช้หนี้กองทุน ตรงนี้ปลายเป็นปัญหางูกินหาง ซึ่งถ้ามีเงินก้อนใหม่มาหมุนเวียนในชีวิตประจำวัน วันนี้เราคิดอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ เป็นระบบ ไม่ได้มุ่งหาเสียงแบบแจกแหลก เพราะถ้าประชาชนอิ่มท้อง ก็จะไม่มีปัญหาความขัดแย้งแน่นอน” นายโสภณ กล่าว

ข่าวอื่นๆ