โพลสะท้าน 10 เขต กทม. ชิงดำ-แข่งเดือด

วันที่ 14 มิ.ย. 2554 เวลา 09:04 น.
ผลโพลเลือกตั้ง สส.กทม.ที่แบไต๋ออกมาในช่วงไม่กี่วันก่อน

ไม่เพียงจะสะท้านสะเทือนไปถึงทุกพรรคการเมือง แต่ยังทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งกว่า 4.3 ล้านเสียงในพื้นที่ กทม. ถึงกับสะดุ้งไปตามๆ กัน โดยโพลจาก 2 สำนักชื่อดัง ระบุในทิศทางเดียวกันว่า “นารีพิฆาต” จะนำทัพเพื่อไทยกวาดที่นั่ง สส.กทม.ไปได้อย่างเหนือความคาดหมาย

เริ่มจากผลสำรวจของ “ศูนย์ธุรกิจบัณฑิตย์โพลล์” มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ระบุว่า เพื่อไทยนำโด่งประชาธิปัตย์ถึง 18 ต่อ 6 เขต และอีก 9 เขต คะแนนสูสีกันมาก

ตอกย้ำด้วย ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ หรือ “กรุงเทพโพลล์” ที่พบว่าคนกรุงเทใจเลือกผู้สมัครพรรคเพื่อไทยถึง 21 เขต ส่วนประชาธิปัตย์ได้ 6 เขต ที่เหลืออีก 6 เขตยังไล่เลี่ยกัน

นอกจากนี้ กรุงเทพโพลล์ยังถามแบบไม่อ้อมค้อมว่า อยากได้ใครเป็นนายกฯ คนใหม่ ปรากฏว่าคนกรุงปันใจให้ “ปู” ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มากถึง 42.6% รองลงมาคือ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 23.6% รองลงมาคือ ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ 3.9% และชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ 2.4%

หลังมีกระแสตอบรับจากคนกรุงถล่มทลายเช่นนี้ ทำให้ “ปู” ยิ่งลักษณ์ ปลื้มใจจนแทบเก็บอาการไม่อยู่ แต่ก็ไม่ประมาทพรรคคู่แข่ง เพราะยังเหลือเวลาหาเสียงอีก 20 วัน และยังมีบางส่วนที่ยังไม่ตัดสินใจ ดังนั้นผลโพลจึงถือเป็นกำลังใจให้กับพรรคเดินหน้าหาเสียงต่อไป

ขณะที่ สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ยังแสดงความมั่นอกมั่นใจว่าพรรคจะชนะการเลือกตั้งครั้งนี้ และไม่รู้สึกกังวลกับผลโพลแต่อย่างใด โดยมองว่าอาจมีการปั่นกระแส ซึ่งอาจมีทั้ง “โพลแท้โพลเทียม” อีกทั้งเชื่อว่าคนกรุงจะยังไม่ลืมเหตุการณ์เผาบ้านเผาเมือง

อีกด้านหนึ่ง อภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการเลือกตั้ง กทม. พรรคประชาธิปัตย์ เตรียมอัดแคมเปญปราศรัยใหญ่อีก 3 ครั้งในพื้นที่ กทม. พร้อมยังยืนยันว่าจะได้เก้าอี้ สส. 27 ที่นั่ง โดยอิงจากผลการเลือกตั้งปี 2550

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาในรายละเอียดของโพลทั้งสองสำนัก จะพบว่ามีเขตที่ต้องลุ้นตัวโก่งประมาณ 10 เขต เพราะมีคะแนนทิ้งห่างกันไม่ถึง 5% ประกอบด้วย เขต 6 ดินแดง พญาไท ระหว่าง ธนา ชีรวินิจ (ปชป.) กับ กวี ณ ลำปาง (พท.) เขต 9 จตุจักร ระหว่าง อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี (ปชป.) กับ วิลาวัลย์ ธรรมชาติ (พท.) ซึ่งมีคะแนนห่างกันเพียงเล็กน้อย

เขต 15 บางกะปิ ยังพลิกกลับไปกลับมาระหว่าง ณัฏฐ์ บรรทัดฐาน (ปชป.) กับ ภักดีหาญส์ หิมะทองคำ (พท.) โดยคะแนนห่างกันแค่ 1% ส่วนเขต 16 บึงกุ่ม คันนายาว พนิช วิกิตเศรษฐ์ (ปชป.) อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. กระแสยังไม่แรงเท่า พลภูมิวิภัติภูมิประเทศ (พท.) อดีต สก.เจ้าของพื้นที่

เขต 19 หนองจอก วสันต์ มีวงษ์ (ปชป.) ตีตื้นขึ้นมาเรื่อยๆ และมีโอกาสได้คะแนนนำ เนื่องจาก ไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ (พท.) ซึ่งกระแสเริ่มตกจากเหตุการณ์ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามยาเสพติดชุด 315

เขต 21 สะพานสูง ประเวศ คะแนนยังคงก้ำกึ่งเฉียดฉิวระหว่าง นาถยา เบ็ญจศิริวรรณ (ปชป.) กับ เอกพจน์ วงศ์อารยะ (พท.) ส่วนเขต 25 จอมทอง คลองสาน นันทพร วีรกุลสุนทร (ปชป.) ถูก สุวัฒน์ ม่วงศิริ (พท.) นำไปประมาณ 4%

เขต 28 บางบอน หนองแขม พ.ต.อ.นพ.สามารถ ม่วงศิริ (ปชป.) อาจต้องออกแรงหาเสียงให้มากขึ้น เมื่อเทียบกับ วัน อยู่บำรุง (พท.) ซึ่งอาศัยบารมีสารวัตรเฉลิมคุมฐานเสียงในพื้นที่ได้ และเขต 30 บางแค อรอนงค์ คล้ายนก (ปชป.) อดีตสส.เก่า ถูกผู้สมัครหน้าใหม่อย่าง “หมวดเจี๊ยบ” ร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต (พท.) มาแรงแซงโค้ง

นอกจากนี้ ยังมีเขต 31 ภาษีเจริญ บางกอกใหญ่ วิลาศ จันทร์พิทักษ์ (ปชป.) จากเดิมถูกทิ้งห่าง กลับค่อยๆ ตีตื้นขึ้นมาสูสีกับ มานะ คงวุฒิปัญญา (พท.)

อย่างไรก็ดี ตัวแปรสำคัญที่อาจทำให้คะแนนพลิกกลับได้ทุกเมื่อก็คือ ผู้ที่ยังไม่ตัดสินใจเลือกผู้สมัครพรรคใด ซึ่งกรุงเทพโพลล์ระบุว่ามีจำนวนมากถึง 46.4%