เลิกแจกได้แล้ว

วันที่ 08 มิ.ย. 2554 เวลา 07:25 น.
หากเราไม่ช่วยกันกลับข้างทิศทางการเมือง อนาคตเห็นทีจะย่ำแย่

เพราะนโยบายหาเสียงเลือกตั้งที่เน้น แจก แถม ประชานิยม ล้วนแต่ก่อให้เกิดปัญหาใหญ่ในอนาคต ทั้งภาระงบประมาณ และภาระที่ต้องแจก แถมกันมากขึ้นเรื่อยๆ

เลือกตั้งครั้งนี้ แจกแล้ว ครั้งหน้าต้องแจกแหลกมากกว่าเก่า

แล้วเมื่อตื่นขึ้นมาพบกับสภาพความเป็นจริง โดยสิ่งที่ตามมาก็คือถังแตก ไม่มีเงินไปทำในสิ่งที่ควรทำ

นโยบายสำคัญของบ้านเมือง ต้องขีดเส้นใต้เอาไว้ก็คือนโยบายการศึกษา หากไม่มีการวางรากฐาน เห็นทีจะลำบาก

ไปดูเถอะ ประเทศต่างๆ อย่างสิงคโปร์ มาเลเซีย เคยล้าหลังไทย แต่สุดท้ายก็แซงหน้าได้ด้วยการศึกษา

และแน่นอน การศึกษาต้องใช้เงิน ใช้คนเก่งมาดูแล ไม่ใช่การแจกแหลกไปทุกเรื่อง แล้วเหลือเงินในการศึกษานิดเดียว

อยากยกตัวอย่างข้อมูลที่น่าสนใจ ระคนไปกับน่าตระหนกก็คือ ตัวเลขนักศึกษาชาวเวียดนามที่ข้ามน้ำข้ามทะเลไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา ในปีการศึกษา 2553-2554 มีถึง 13,112 คน แซงหน้าทุกประเทศในย่านอาเซียนหรือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยกันเรียบร้อยแล้ว

และหากเทียบระดับโลกแล้ว ปรากฏว่า มีจำนวนนักศึกษาเวียดนามเรียนในสหรัฐมากเป็นอันดับ 9 โดยมีอัตราเพิ่มขึ้น 6 เท่าตัว เมื่อเทียบกับช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

ตัวเลขดังกล่าวเป็นสถิติของสถาบันเพื่อการศึกษาระหว่างประเทศ (Institute for International Education) ซึ่งเป็นองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร มีสำนักงานใหญ่ในสหรัฐ มีสำนักงานสาขา 13 แห่งทั่วโลก โดยทำการศึกษาวิจัยเรื่องนี้ด้วยวิธีสอบถามข้อมูลไปยังสถาบันการศึกษาชั้นนำ 3,000 แห่งในสหรัฐ

รัฐบาลเวียดนามเองยังจัดสรรทุนการศึกษาปีละหลายพันทุน สำหรับการศึกษาต่อในต่างแดน ในสาขาที่ประเทศมีความต้องการ

เป้าหมายคือการเร่งผลิตบุคลากรระดับปริญญาเอก ที่จบการศึกษาในต่างแดนให้ได้ 2 หมื่นคนภายในปี 2563 หรืออีก 20 ปีข้างหน้า

บรรดาดอกเตอร์ใหม่ถอดด้ามเหล่านี้ มุ่งกลับมาเป็นอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัยและสถาบันอุดมศึกษา ในโครงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ครั้งใหญ่ในช่วง 10-20 ปี ให้ทันกับการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมของประเทศ

อ่านเรื่องนี้จบ ก็เหลือคำถามสั้นๆ เพียงข้อเดียว

เมืองไทย นักการเมืองไทย ทำอะไรกันอยู่วะ?