พท.ประคองกระแสเก็บแต้มโกยโพล

วันที่ 30 พ.ค. 2554 เวลา 11:05 น.
ยุทธศาสตร์จากนี้ ยิ่งลักษณ์และเหล่าขุนพลจะเน้นเจาะพื้นที่ที่แข่งดุในเขตช้างชนช้าง ที่คะแนนของเพื่อไทยเป็นรอง หรือนำแต่ไม่ขาด เก็บรายละเอียดให้หมดไม่เหลือให้พรรคใดโกยคะแนน...

โดย...ทีมข่าวการเมือง

สำหรับพรรคเพื่อไทยนานวันยิ่งมั่นใจ จากผลโพลหลายสำนักที่ยังให้เพื่อไทยเต็งหนึ่ง

ผ่านมาสัปดาห์กว่าหลังเปิดรับสมัคร เริ่มเห็นคะแนนจากกลุ่มที่ยังกั๊กอยู่ 30-50% เริ่มตัดสินใจจะเลือกพรรคใดบ้างแล้ว

ภาคเหนือ ภาคอีสาน เป็นไปตามคาด เพื่อไทยครองแชมป์แต่ถล่มทลายยังต้องลุ้น

ขณะที่ กทม.น่าสนใจ เพราะเพื่อไทยมีคะแนนเบียดประชาธิปัตย์ทุกฝีก้าว

หลังจากเปิดตัว “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ชิงตำแหน่งนายกฯ ตามบัญชาของ ทักษิณ ชินวัตร

สัปดาห์ที่ผ่านมาคณะเพื่อไทยบุกไปที่จุดแข็งของพรรคก่อน ภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ พะเยา เชียงราย และภาคอีสาน จ.อุดรธานี ร้อยเอ็ด มหาสารคาม ได้รับเสียงต้อนรับดีตามคาด

การปราศรัยในหัวเมืองหลัก ทุ่งศรีเมือง จ.อุดรธานี และบึงพลาญชัย จ.ร้อยเอ็ด มีคนเสื้อแดงหนาตาไม่ต่ำกว่า 1-2 หมื่นคน

การลงพื้นที่ 3 จังหวัดภาคอีสานสัปดาห์ก่อน รวมแล้ว 22 ที่นั่ง เพื่อไทยแวะปราศรัยพื้นที่แข่งเดือด 4 ที่นั่ง ที่ภูมิใจไทยและชาติไทยพัฒนาจะสอดแทรก ในแต่ละเวทีมี ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เป็นขุนพลหลัก ก่อนส่งไม้ต่อให้ ยิ่งลักษณ์ ส่วน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง จะเน้นเฉพาะเวทีใหญ่ระดับเมืองจริงๆ

ขณะที่ “เจ๊ปู” ยิ่งลักษณ์ เริ่มคุ้นเวทีมากขึ้น ไม่มีซีนน้ำตาคลอให้เห็นหลังจากไปปราศรัยที่บ้านเกิด จ.เชียงใหม่ และพะเยา จนถูกวิจารณ์ว่าอ้อนเกินตัว

ปฏิเสธไม่ได้ว่าทัพใหญ่ของเพื่อไทยที่เรียกมวลชนได้มากที่สุด คือ ณัฐวุฒิ ทุกเวทีมีแฟนคลับในท้องนามาติดตามฟังมากเป็นพิเศษ ขนาดยิ่งลักษณ์ขึ้นปราศรัยปิดท้ายต่อจากณัฐวุฒิ เทียบเสียงกรี๊ดกันไม่ติด บางส่วนไม่สนใจเดินทางกลับก็มี

เนื้อหาปราศรัยตั้งแต่ภาคเหนือจนถึงอีสาน กระทั่งมาลงมาที่กรุงเทพฯ สวนลุมพินี วันเสาร์ที่ผ่านมา จะพูดนโยบายประชานิยมตามสภาพพื้นที่ ในพื้นที่รากหญ้าที่บุกไปหาเสียงจะเน้นนโยบายกินได้ เช่น โครงการจำนำข้าวหอมมะลิเกวียนละ 2 หมื่นบาท รับจำนำข้าวเกวียนละ 1.5 หมื่นบาท

ช่วงไหนมีโพลขานรับนโยบายบางตัว เช่น บัตรเครดิตเกษตรกร ทีมหาเสียงจะเน้นขี่กระแสทันที แม้ชาวบ้านอาจไม่ทราบเงื่อนไขรายละเอียดเรื่อง “รูดปรื๊ด” ของทีมเพื่อไทย แต่เหมือนเป็นสินค้าใหม่ที่เกษตรกรอยากลองและอยากรวยเหมือนเศรษฐี จับบัตรแล้วมีเงินไหล

เพื่อไทยต้องการส่งสาร “ขอโอกาสมาทำงาน” “ขอแข่งนโยบาย” ซึ่งเป็นจุดแข็งของเพื่อไทย จึงต้องเลือกเดินเกมที่ตัวเองถนัดมากกว่าไปเล่นเกมที่ประชาธิปัตย์เป็นต่อ โดยท้าเรื่องดีเบตนายกฯ

สำหรับ ยิ่งลักษณ์ การลงพื้นที่ไม่ต้องใช้เวลามาก นอกจากการเปิดตัวเดินตลาด สัมผัสประชาชนให้มากที่สุด และขึ้นเวที ถ้าเป็นเวทีเล็กพูดประมาณ 5 นาที เวทีใหญ่ 10-15 นาที

ในพื้นที่อีสาน ถิ่นเสื้อแดงที่เหนียวแน่นกับทักษิณ ทีมงานจัดสคริปต์ให้เน้นจุดแข็งขายทักษิณไปเลยว่า

“รักทักษิณให้เลือกน้องสาวทักษิณ” “ทักษิณคิดถึงพี่น้อง เลยส่งน้องมารับใช้”

แต่ในพื้นที่ กทม.ที่กลัวทักษิณ กลัวความขัดแย้งทางการเมือง กลัวม็อบแดงบุกราชประสงค์ ให้พูดอีกแบบ อย่ากลัวทักษิณ “ดิฉันจะไม่เป็นนายกฯ เพื่อพี่ชาย หรือเพื่อตระกูลชินวัตร แต่จะทำเพื่อคนส่วนใหญ่ของประเทศ”

พร้อมโชว์จุดแข็งความเป็นผู้หญิง สุภาพ อ่อนน้อมถ่อมตน สาวสวยสง่างาม ใครเห็นยิ่งชอบ เหมาะสมเป็นนายกฯ ของประเทศไทย
การเดินสายลงพื้นที่ คณะเพื่อไทยระมัดระวังไม่พูดเรื่องที่อ่อนไหว เช่น เหตุการณ์พฤษภาเลือดปี 2553 แม้แต่ ณัฐวุฒิ ก็ถูกดีไซน์ให้พูดแต่นโยบายประชานิยม มีบ้างที่เฉี่ยวเรื่อง จตุพร พรหมพันธุ์ ที่ติดอยู่ในคุก เพราะเกรงเข้าทางประชาธิปัตย์ที่จะกระพือให้คนจดจำภาพลบของแกนนำเสื้อแดงกับเหตุการณ์เผาบ้านเผาเมือง

30 กว่าวันที่เหลือ เพื่อไทยจึงเดินหน้าด้วยนโยบายอย่างเดียว พร้อมปรับโทนไม่พูดเรื่องนิรโทษกรรมหรือการปรองดอง ถ้าไม่จำเป็น เพราะเหมือนดาบสองคมให้พรรคประชาธิปัตย์กระตุกเรื่อง “มาแก้กฎหมายเพื่อทักษิณ”

นี่เป็นเหตุให้เพื่อไทยสามารถประคับประคองยิ่งลักษณ์ให้รอดพ้นจากการโจมตีของประชาธิปัตย์ที่ว่าเป็นนายกฯ เพื่อมาช่วยทักษิณ ขณะที่ประชาธิปัตย์เองก็ไม่กล้าเล่นเกมแรง เพราะกลัวยิ่งลักษณ์จะเรียกคะแนนสงสารว่าถูกรังแกจากผู้ชาย

ยุทธศาสตร์จากนี้ ยิ่งลักษณ์และเหล่าขุนพลจะเน้นเจาะพื้นที่ที่แข่งดุในเขตช้างชนช้าง ที่คะแนนของเพื่อไทยเป็นรอง หรือนำแต่ไม่ขาด เก็บรายละเอียดให้หมดไม่เหลือให้พรรคใดโกยคะแนนทัน

เริ่มสัปดาห์นี้บุก จ.นครราชสีมา เค้กก้อนใหญ่ 15 ที่นั่ง เพื่อไทยหวัง 6 ที่นั่ง แต่ต้องเจอศึกหนักจากพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินของสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ตามด้วย จ.นนทบุรี สมุทรปราการ ที่มีคู่แข่งจากพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาธิปัตย์ ตบท้าย จ.ชลบุรี ที่ต้องแข่งกับพรรคพลังชลของ สนธยา คุณปลื้ม กับประชาธิปัตย์

ประคองกระแส “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์” ให้ได้ ไม่ให้เพลี่ยงพล้ำ พร้อมกับบันไดขั้นที่ 2 ที่ทักษิณวางไว้ช่วงกลางให้ยิ่งลักษณ์ข้ามช็อตโชว์วิสัยทัศน์อินเตอร์ ไปพูดเรื่องความสามัคคีในหมู่อาเซียน แก้ปัญหาไทย-กัมพูชา ก้าวพ้นความแตกแยกในประเทศ

แต่เอแบคโพลล์ล่าสุดออกมาน่าสนใจว่า นโยบายจะดีอย่างไร แต่ถ้าเลือกพรรคนั้นแล้วความปรองดองไม่เกิดจริง ก็ไม่ได้ประโยชน์อะไร

โค้งสุดท้าย โจทย์ใหญ่ที่ทุกพรรคต้องเผชิญก่อนให้ประชาชนตัดสินใจเข้าคูหา

ปรองดองที่พูด เก๊หรือจริง หรือแค่วาทกรรมหาเสียงเท่านั้น

บทความแนะนำ