แผนปรองดองฉบับ"เสธ.หนั่น"ปูทางสู่นายกฯขั้วที่สาม?

  • วันที่ 27 พ.ค. 2554 เวลา 10:19 น.

พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนาให้สัมภาษณ์พิเศษ "โพสต์ทูเดย์" ถึงการสร้างแผนปรองดองพร้อมกับวิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมืองหลังการเลือกตั้ง

โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย

@เท่ากับว่าพรรคชาติไทยพัฒนาใช้นโยบายสร้างความปรองดองเป็นนโยบายของพรรคในการหาเสียง

วันนี้พรรคถือนโยบายปรองดองเป็นหลักส่วนนโยบายอื่นๆเป็นรองทั้งนั้นโดยพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อไทย ชาติไทยพัฒนา มีแนวความคิดในนโยบายเศรษฐกิจสังคมไม่แตกต่างกันเลย แต่พรรคชาติไทยพัฒนามองว่าเถ้าปรองดองไม่ได้ทุกอย่างเดินไม่ได้ เลือกตั้งไปแล้วแต่ไม่ปรองดองกันรัฐบาลที่ได้มาไม่เกิน 6 เดือนหรือ 1 ปีก็ล้ม เกิดการฆ่าฟันอีก ถ้าไม่ปรองดองอย่าไปคิดว่าจะพัฒนาประเทศไปได้อีกเลย และที่สำคัญต้องหยุดการจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์ วันนี้ทหารพร้อมพลีชีพได้ทุกเมื่อเพื่อรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ ถ้าจะให้สงบก็ต้องยึดวัฒนธรรมสังคมไทย ถ้ายังไม่ลดละเรื่องนี้ทหารก็จะยังไม่ยอมอีก พอไม่ยอมความปรองดองก็เกิดไม่ได้ โดยในวันที่ 21 มิ.ย.จะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการให้สาธารณชนได้ทราบ

@ในฐานะเป็นนายทหารเก่าคำว่าทหารพร้อมพลีชีพหมายถึงอะไร

อืม...ทหารฝึกฝนกันมา ทหารปัจจุบันขอเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์เรื่องเดียว เขาจะไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวเลย คุณจะเล่นการเมืองก็เล่นกันไปเรื่องของคุณใครจะมาเป็นก็ได้แต่พรรคการเมืองนั้นต้องห้ามจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์ไม่งั้นจะเกิดความรุนแรงขึ้นมาอีก ถ้าเดินไปถึงจุดนั้นแล้วทุกอย่างสามัคคีกันได้

@ความหวังกับการสร้างความปรองดองในครั้งนี้เพราะที่ผ่านมาก็แสดงความพยายามมาแล้วระดับหนึ่ง

ได้ทำก่อนหน้านี้แล้ว 8 เดือนตั้งแต่เหตุการณ์ระเบิดที่จ.นนทบุรี จึงได้เกิดแนวความคิดว่าถ้าปล่อยให้สถานการณ์เป็นแบบนี้ ปัญหาของชาติก็จะไม่จบสิ้น เมื่อทำถนนแห่งความปรองดองแล้วมีหลายฝ่ายคิดว่าทำไม่สำเร็จทำไม่ได้เพราะความขัดแย้งมันเกิดขึ้นระหว่างกลุ่มการเมือง ระหว่างพรรคการเมือง ระหว่างกลุ่มทุนสีต่างๆ ถ้าเราไม่คิดริเริ่มที่จะทำมันจะไม่มีทางเดินไปได้ อย่างในกทม.ก็มีระเบิดอยู่เรื่อยๆ ปรากฎว่าหลังจากผมประกาศสร้างความปรองดองและขอร้องพวกที่ใช้ความรุนแรงและใช้ความคิดเห็นที่แตกต่างกันมาเป็นเครื่องมือในการทำลายล้างกันเหตุการณ์ระเบิดก็ยุติลงไม่มีระเบิดอีกเลย แต่สำหรับเรื่องความคิดต่างยังมีมากอยู่ทำให้ต้องเร่งสร้างถนนแห่งความปรองดองให้เรียบร้อยเพราะตอนนี้ยังมีลักษณะเป็นหลุมเป็นบ่ออยู่ ตอนนี้ผมเริ่มบดอัดถนนให้แข็งแรงขึ้นเพื่อให้พี่น้องคนไทยมาร่วมกันเดินบนถนนสายนี้

@หลักการปรองดองของพล.ต.สนั่นมีความเป็นรูปธรรมอย่างไร

ต้องยุติความรุนแรงก่อนเพื่อให้เข้ามานั่งโต๊ะกลมและจะเชิญชวนทุกพรรคการเมืองและกลุ่มการเมือง เพราะปัญหาทั้งหมดมาจากนักการเมืองมีความขัดแย้งกันตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทย พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนพ.ศ.2549และผู้ที่นิยมชมชอบพรรคการเมืองต่างๆก็เริ่มถือหางกันเกิดการปะทะเกิดความรุนแรงสูงขึ้นเรื่อยๆจนนำพาไปสู่เหตุการณ์เม.ย.2552-2553 ดังนั้นพรรคชาติไทยพัฒนาได้มอบหมายให้ผมทำหน้าที่คนกลางนั้นหลังจากการเลือกตั้งจะเชิญพรรคการเมืองมานั่งคุยกัน และผมจะถามความคิดเห็นของแต่ละพรรคว่าท่านคิดเห็นอย่างไรว่าเห็นด้วยกับการปรองดองหรือไม่และจะข้อเสนอแนะอย่างไร

ถามทุกพรรคการเมืองว่าจะร่วมเดินทางสายกลางอย่างไรแต่ขอร้องว่าอย่ามีเงื่อนไขหรือตั้งข้อแม้ ผมจะรวบรวมความคิดเห็นของทุกฝ่ายมาหารือกันทั้งหมดยึดอยู่ในหลักการของท่านอานันต์ ปันยารุชน นพ.ประเวศ วะสี และ คณิต ณ นคร แต่แนวทางของท่านอาจจะต้องใช้เวลานาน 5-6 ปี คิดว่ามันนานไปถ้าปล่อยไปนานแบบนี้บ้านเมืองจะเป็นอย่างไรก็ไม่รู้ ถ้าหลังเลือกตั้งมีความขัดแย้งอีกคิดว่าประเทศเดินไม่ได้ความเจริญก้าวหน้าจะสู้ประเทศอื่นๆไม่ได้ 

ถึงเวลาที่พรรคการเมืองต้องมาร่วมกันหาสายกลางลดทิฐิของแต่ละคนได้ ถ้าประชาชนร่วมกับผมมากฝ่ายการเมืองก็ทำอะไรไม่ได้ยังไงก็ต้องมาร่วมกับผมบนถนนสายนี้ ซึ่งเห็นหลายพรรคการเมืองได้ประกาศแล้วว่าไม่แก้แค้น คำว่า ไม่แก้แค้น ถ้าพรรคเพื่อไทยก้าวข้ามสิ่งเหล่านี้ได้ความปรองดองเกิดขึ้นได้ อย่าเอาความข่มขื่นความเคียดแค้นมาเป็นเงื่อนไข อยากให้ทุกพรรคก้าวข้ามอดีตที่เกิดขึ้นมาอย่างที่เนลสันแมนเดลลาได้กล่าวเอาไว้ว่าจงลืมอดีตเสียเถิดและรู้จักขอโทษ

@ความปรองดองที่เป็นรูปธรรมของพล.ต.สนั่นหมายความว่าต้องใช้กระบวนการทางกฎหมายเพื่อให้มีการพ้นโทษทางกฎหมาย ตรงนี้ถือเป็นอีกแนวทางหนึ่งนอกเหนือไปจากการพูดคุยกันหรือไม่

อย่าไปพูดถึง (เสียงเข้ม) ขอให้ศาลดำเนินการไป ถ้าพูดเรื่องนั้นความขัดแย้งจะเกิดขึ้นทันที คดีความต่างๆก็ว่ากันไปตามกระบวนการ

@หลักปรองดองนำไปสู่การนิรโทษกรรมหรือไม่

อันนั้นศาลว่าไปก่อนถ้าคุณไปถึงศาลตัดสินแล้วเนี่ยถ้าเราจะมาพูดเรื่องให้สภาผู้แทนราษฎรนิรโทษกรรมไปอีกเรื่องหนึ่ง

@หมายความว่าต้องรอให้กระบวนยุติธรรมสิ้นสุดก่อนจากนั้นค่อยมาว่ากันว่าจะดำเนินการอย่างไร

ครับ (สีหน้าเคร่งขรึม) ต้องสิ้นสุดก่อน

@ถือว่าเป็นคนละแนวทางกับพรรคเพื่อไทยที่ต้องการให้นิรโทษกรรมทันที

อ้อ! แบบนี้ไม่ได้ความขัดแย้งเกิดขึ้นอีกเพราะคนไม่เห็นด้วยกับการนิรโทษกรรม ความปรองดองเกิดขึ้นไม่ได้เราควรมานั่งคุยกันก่อนดีกว่าว่าเราจะทำการเมืองไปในทางแนวเดียวกันตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขร่วมกัน ใครแพ้ใครชนะก็ว่ากันไปและมาจัดระบบการเมืองพร้อมกับชี้แจงให้ประชาชนรับทราบร่วมกัน

@คิดว่าจะคุยกับสองพรรคการเมืองใหญ่ได้ไหม

คุยได้ (เสียงสูง) ถ้ากันในหลักการของเราแบบนี้คุยได้อยู่แล้ว ผมเคยคุยกับท่านนอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีมาแล้วท่านก็เห็นด้วยกับแนวทางของผม สิ่งที่เป็นความจริงเราไม่ต้องกลัวอะไร เราต้องรับฟังความเป็นจริง ก่อนหน้านี้มีคนออกมาด่าผมว่าปัทโธ่!มาทำการเมืองหวังเป็นนายกฯ เพราะฉะนั้น อะไรที่เป็นความจริงและความถูกต้องผมเดินหน้าเต็มที่ ผมคุยกับใครก็ได้ไม่เคยมีศัตรูกับใคร ถัาพรรคเพื่อไทยบอกว่าต้องไปคุยกับผู้มีอำนาจในต่างประเทศอย่างพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ผมก็ไปคุยได้ไม่มีปัญหา โดยคิดว่าหลังการเลือกตั้งน่าจะดีขึ้นเพราะ 8 เดือนที่ผ่านมาผมได้แก้ไขไปหลายเรื่องแล้ว เช่น การช่วยให้คนเสื้อแดงได้รับประกันตัว เป็นต้น

@เคยคิดหรือไม่ว่าถนนของปรองดองสายนี้คือสะพานข้ามไปสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของตัวเอง

ไม่เคยคิด (เสียงแข็ง) ผมให้สัมภาษณ์มาเสมอว่าถ้าผมสามารถทำความปรองดองได้สำเร็จคนในประเทศเราเลิกทะเลาะกันเหมือนในอดีตผมก็จะเลิกเล่นการเมือง เลิกเล่นการเมืองเด็ดขาดและออกไปอยู่อย่างมีความสุข มันเหนือกว่าการเป็นนายกรัฐมนตรีเพราะเป็นบุรุษที่สามารถสร้างความปรองดองของชาติได้ เป็นนายกรัฐมนตรีไม่มีความหมายเลยท่านเป็น 3 เดือนก็ถูกด่า แต่ถ้าผมเลิกเล่นการเมืองประชาชนก็จะยกย่องประวัติศาสตร์จารึกไว้เหนือกว่าเป็นนายกรัฐมนตรีมากมาย

@ไม่ได้มีความคิดว่าการสร้างถนนความปรองดองเป็นการค้ำถ่อไปสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหากพรรคเพื่อไทยเดินไปไหนไม่ได้

ไม่เคยคิดแบบนี้เลย เพราะการเป็นนายกฯอย่างท่านอภิสิทธิ์เป็นมา 2 ปีก็ถูกมองกลายเป็นผู้ร้าย เช่นเดียวกับ ท่านสมัคร สุนทรเวช ท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ท่านทักษิณ ชินวัตร ไม่มีประโยชน์อะไรเลย คนไทยยึดสยามสถาบันเป็นหลัก ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ถ้าพวกเรายึดมั่นสิ่งเหล่านี้ความปรองดองเกิดแน่นอน

*************************************

ประชาธิปัตย์ VS เพื่อไทย "ยื้อตั้งรัฐบาลเป็นเดือน"

@มองการจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งอย่างไร

ไม่มีพรรคการเมืองได้เสียงข้างมากเบ็ดเสร็จเด็ดขาดแน่นอน ไม่มีทางชนะเด็ดขาดเกินกึ่งหนึ่งหรอก สองพรรคใหญ่จะได้เสียงสูสีกันใครจะได้มากน้อยอย่างไรต้องรอดูสัปดาห์สุดท้ายอีกครั้ง พรรคขนาดกลางก็มีสองพรรค คือ ชาติไทยพัฒนาและภูมิใจไทย สำหรับพรรคภูมิใจไทยไม่แน่ใจว่าจะถีบตัวเองขึ้นมาได้มากน้อยขนาดไหนเพราะสนามต่อสู้สำคัญในภาคอีสานต้องเจอกับพรรคเพื่อไทย ถ้าวันนี้กระแสข่าวยังเป็นแบบนี้ก็ลำบากหน่อย

@พรรคชาติไทยพัฒนามองเป้าหมายการเลือกตั้งไว้ตรงไหน

ยืนหลักสายกลางมองไปที่กลุ่มบุคคล 52%ที่ยังไม่ตัดสินใจลงคะแนนให้กับพรรคการเมืองใด ไม่รู้จะเลือกใคร เลยมองว่าขอเชิญชวนมาร่วมกันเดินบนถนนของผมดีกว่า ใครยังไม่ตัดสินใจขอให้มาร่วมปรองดองกับผมมาตรงนี้ ถ้าลงบัญชีรายชื่อให้กับพรรคชาติไทยพัฒนามากๆแสดงว่าคนไทยต้องการความปรองดอง โนโหวตก็อย่ามี อย่างน้อยที่สุดที่มีคนเห็นด้วยกับเรามากๆก็น่าจะทำให้พรรคมีสส.บัญชีรายชื่อ10คน

@พรรคอันดับหนึ่งจะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลสูงอยู่ไหม

วันนี้เนี่ยรัฐธรรมนูญปี2550บอกชัดเจนว่าไม่ใช่พรรคเสียงข้างมากเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลได้ โดยต้องให้สภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้เลือกนายกรัฐมนตรี เพราะฉะนั้น มันไม่แน่หรอก พรรคอันดับสามอาจถูกสภาฯเลือกให้เป็นก็ได้ รัฐธรรมนูญ2540และ2550ต่างกัน ในปี2540ให้เลือกกันข้างนอกเลยไม่ได้กำหนดเหมือนกับรัฐธรรมนูญ2550

@แสดงว่าโอกาสพรรคการเมืองอันดับที่ 3 ยังพอมีอยู่

(หัวเราะ) อย่าไปคิดเลย นี่พูดถึงหลักการของรัฐธรรมนูญ ไม่วิกฤติไม่มีใครให้เป็นนายกรัฐมนตรีหรอกสำหรับพรรคการเมืองเสียงข้างน้อย โดยต้องรอดูกันถึงปลายเดือนก.ค.ถึงจะมีความชัดเจน

@มองว่ากว่าจะจัดตั้งรัฐบาลได้ต้องใช้เวลาเป็นเดือนเพราะในอดีตก็ทราบตัวนายกฯในคืนวันเลือกตั้ง

ไม่ใช่ของง่าย แม้จะได้เสียงข้างมากเด็ดขาดก็ตั้งรัฐบาลพรรคเดียวไม่ได้เพราะทานแรงเสียดสีไม่ได้ และต่างฝ่ายต่างแย้งกันจัดตั้งยื้อกันไปเป็นเดือน พรรคอื่นๆจะเข้าร่วมรัฐบาลยังไงไม่รู้แต่สำหรับพรรคชาติไทยพัฒนาและภูมิใจไทยในฐานะพันธมิตรกันจะไม่ผลีผลามที่จะไปทำอย่างคนอื่นที่มีการสัญญากันล่วงหน้า 

ข่าวอื่นๆ