นักวิชาการแนะตั้งสภาปฏิรูปประเทศ

วันที่ 26 พ.ค. 2554 เวลา 17:55 น.
"เสธฯหนั่น"จัดเสวนาโต๊ะกลม นักวิชาการขานรับแนวทางปรองดองช่วยวิกฤตการเมือง เสนอตั้งสภาปฏิรูปประเทศไทย

พรรคชาติไทยพัฒนาได้จัดเสวนาโต๊ะกลมระดมความคิดเรื่องการปรองดอง ครั้งที่  1   ที่โรงแรมอิมพีเรียลควีนปาร์ค โดยพล.ต.สนั่น  ขจรประศาสน์  ประธานที่ปรึกษาที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา ร่วมระดมความคิดกับนักวิชาการ    

นายอนุสรณ์  ธรรมใจ   กรรมการสถาบันปรีดี พนมยงค์  กล่าวว่า  ตนเห็นว่าหลังการเลือกตั้งผลการเลือกตั้งเป็นอย่างไรทุกคนต้องยอมรับ ไม่เช่นนั้นความรุนแรงก็จะเกิดขึ้นมาอีก  ซึ่งที่ผ่านมาปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากความขัดแย้งของชนชั้น   จึงทำให้แก้ยาก การที่จะเสนอให้นิรโทษกรรม ให้ความเป็นธรรม อภัยโทษจึงไม่พอ การแก้ไขต้องแก้ 2 ด้านคือแก้ความขัดแย้งกลุ่มคน และความขัดแย้งด้านโครงสร้างให้ได้ 

มองว่าสังคมไทยสามารถปรับเปลี่ยนบ้านเมืองให้เป็นแบบสันติวิธีได้ด้วยการปฏิรูป  บางเรื่องผิดแต่ต้องมาดูว่าสังคมจะให้อภัยได้หรือไม่ เพราะความขัดแย้งขณะนี้ลุกลามใหญ่โต  ตนจึงสนับสนุนการเจรจา  และการมองไปข้างหน้า  ไม่เช่นนั้นคนไทยจะฆ่ากันเอง ยอมรับว่ากระบวนการปลุกเร้าของคนแต่ละฝ่ายมีอยู่แล้ว แต่ฝ่ายวิชาการต้องช่วยกันเตือนสติให้แก้กันที่รัฐสภา ด้วนสันติวิธี และกระบวนการปฏิรูปประเทศไทยไม่ใช่ทำได้แค่ตั้งคณะกรรมการฯ แต่ต้องตั้งสภาปฏิรูปประเทศไทย

ด้าน นายสังศิต   พิริยะรังสรรค์ ผู้อำนวยการหลักสูตรปริญญาดุษฎีบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏ จันทรเกษม    กล่าวว่า ขณะนี้มีสัญญาณที่ดีจากฝ่ายรัฐบาลและพรรคเพื่อไทยที่ต้องการปรองดอง ซึ่งเงื่อนไขมาจากการที่ทุกฝ่ายเห็นว่าความขัดแย้งที่เกิดขึ้นมาไม่สามารถที่จะควบคุมได้  แต่การปรองดองก็ยังไม่มีจุดหมายที่ชัดเจน จึงคิดว่าควรมีคณะบุคคลที่มีความเป็นกลาง และทั้งสองฝ่ายยอมรับมาดำเนินการในเรื่องการปรองดอง  และถ้าให้ดีทั้งสองพรรคควรส่งสัญญาณพร้อมที่จะปรองดอง เพื่อนำไปสู่การปรองดองที่จะเกิดขึ้นหลังเลือกตั้ง ด้วยการไม่นำมวลชนไปกดดันพรรคตรงกันข้าม  

ส่วนเรื่องการปรองดองและนิรโทษกรรมนั้น ไม่ใช่ว่าจะเป็นการยกเลิกความผิดของทุกคนที่เกี่ยวข้อง ผู้กระทำผิดทางการเมืองในมีโอกาสนำไปสู่ความรุนแรงอีก

นายวุฒิศักดิ์  ลาภเจริญทรัพย์  รักษาการณ์อธิการบดี มหาวิทยาลัยรามคำแหง  กล่าวว่า  เชื่อว่าหากมีการนิรโทษกรรม ต่อไปก็จะมีคนออกมาเดินเต็มถนนแน่  แต่แนวทางปรองดองน่าจะเป็นแนวทางที่สามารถทำได้มากที่สุด เพราะความปรองดองยังอยู่บนความคิดเห็นที่แตกต่างกันได้

วันนี้เชื่อว่าทุกฝ่ายอยากหลุดจากความขัดแย้ง ทั้งพรรคประชาธิปัตย์และกลุ่มคนเสื้อแดง  แต่ว่ายังปลดไม่ออก เพราะเชื่อว่าต่อสู้เพื่อความถูกต้องและชอบธรรม การแก้ไขปัญหาจึงเป็นเรื่องยาก แต่ก็ไม่ควรย่อท้อกับการสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้น  เพราะการทำให้คนลืมนั้นเป็นเรื่องยาก ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เองก็ต้องช่วยกันรณรงค์ให้ทุกฝ่ายถอดเสื้อสีต่างๆ และต้องให้ทุกฝ่ายยอมรับกติกาที่ว่าพรรคที่ได้อันดับหนึ่งต้องได้เป็นพรรคในการจัดตั้งรัฐบาล 

ด้าน พล.อ.เอกชัย  ศรีวิลาศ  ผอ.สำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล  สถาบันพระปกเกล้าฯ  กล่าวว่า หากเปรียบเทียบความขัดแย้งในประเทศอื่นๆ มักจะมีทหารเข้ามาเป็นตัวกลางในการเจรจาไกล่เกลี่ยกับตัวแทนของคนหลายๆกลุ่มก็สามารถแก้ไขปัญหาได้  ตอนนี้ไทยเองก็ควรนำมาศึกษาเพื่อที่จะช่วยทำให้เกิดการปรองดอง เพราะตอนนี้มีหลายคนถูกตั้งข้อครหาว่าแม้จะถูกชูเป็นปาร์ตี้ลิสต์อันดับหนึ่งเพื่อเป็นนายกฯแต่ก็ถูกมองว่ามีใครอยู่เบื้องหลัง  สังคมไทยแปลกประหลาดมากคนที่ทำรัฐประหารเพื่อต้องการประชาธิปไตย ขณะที่สังคมไทยเรียกร้องให้ทหารออกมามันแปลก