องอาจปัด ใช้สื่อของรัฐหาประโยชน์เลือกตั้ง

วันที่ 25 พ.ค. 2554 เวลา 12:54 น.
"องอาจ"  ปัด ใช้สื่อของรัฐหาประโยชน์เลือกตั้ง   ลั่นพร้อมพิสูจน์ความจริง จี้กกต.เคร่งครัดมาตรา 53 (5) กรณีการใช้อิทธิพลคุกคามผู้สมัคร ​นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประสำนักนายกรัฐมนตรี  แถลงถึงกรณีพรรคเพื่อไทยจะแจ้งความดำเนินคดีกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และตนเองในฐานะรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยกล่าวหาว่าใช้อำนาจหน้าที่ใช้เครื่องมือของรัฐ  ว่า  ตนและนายกรัฐมนตรีไม่ได้ใช้อำนาจหน้าที่หาประโยชน์ในการเลือกตั้งในรายการทีวีใดๆ โดยเฉพาะสื่อของรัฐแต่อย่างใด การที่พรรคเพื่อไทยจะดำเนินคดี จึงไม่ได้หวั่นไหวอะไร เพราะยืนยันว่าไม่ได้ดำเนินการใดๆ ที่จะใช้อำนาจหน้าที่สั่งการหรือดำเนินการ

นายองอาจ กล่าวว่า หากพรรคเพื่อไทยได้อ่านรัฐธรรมนูญและอำนาจหน้าที่ของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับสื่อของรัฐ จะเห็นได้ชัดเจนว่าไม่สามารถดำเนินคดีกับนายกฯและตนเองได้  แต่ถ้าเห็นว่ายังมีช่องทางที่จะดำเนินการทางการกฎหมายหรือช่องทางอื่นในการร้องเรียน เราก็พร้อมที่จะไปชี้แจงข้อเท็จจริง

นายองอาจ กล่าวอีกว่า การที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต. ) แสดงความเห็นว่าคนก่อกวนการหาเสียงในการเลือกตั้งอาจจะมีโอกาสพัฒนาไปสู่ความรุนแรงได้ โดยความรุนแรงในสองปีที่ผ่านมา เริ่มมาจากการก่อกวนไปมาสู่ความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เริ่มตั้งแต่นายกฯเข้ามารับตำแหน่ง ในวันเลือกตั้งนายกฯในสภาผู้แทนราษฎร รถยนต์ของตนก็ถูกทุบ ขณะวิ่งออกจากสภาฯก็ถูกสาดน้ำมัน แต่โชคดียังไม่ถูกคนขับรถเร่งเครื่องออกมาก่อนทำให้ไม่เกิดโศกนาฎกรรมหน้าสภา เพราะมี สส.นั่งอยู่ในรถกว่าสิบคน เนื่องจากมีการติดไฟแล้ว จึงรอดจากการถูกเผาทั้ง

นายองอาจ กล่าวว่า ​อยากให้คณะกรรมการการเลือกตั้งเคร่งครัดในมาตรา 53(5) กรณีผู้ใดหรือผู้สมัครหลอกลวง ใช้อิทธิพลคุกคาม ใส่ร้ายให้คะแนนนิยมของบุคคลหรือพรรคเสียหาย จึงอยากให้เข้มงวด การใช้อิทธิพลคุกคามผู้สมัครไม่ควรเกิดขึ้น จึงอยากเรียกร้องคนเสื้อแดงหรือกลุ่มใดๆ ให้ระงับการก่อก่วนผู้สมัคร เพราะอาจจะเป็นการทำผิดกฎหมายเลือกตั้งได้ ส่วนกรณีพรรคเพื่อไทยจะฟ้องให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์โดยกล่าวหาว่านายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคใส่ร้ายนั้น ไม่ได้กล่าวหาเลื่อนลอยและพร้อมจะชี้แจง


ไม่ระเริงโพลล์นำ เร่งหาเสียงกลุ่ม 50%  ยังไม่ตัดสินใจ
 
นายองอาจ  กล่าวถึงผลการสำรวจของกรุงเทพโพลล์ที่ระบุว่า คะแนนของพรรคเพื่อไทยนำพรรคประชาธิปัตย์ว่า ประชาธิปัตย์พร้อมรับฟังผลการสำรวจโพลล์ทุกสำนักและนำมาวิเคราะห์หาทางปรับปรุงการทำงานของเรา โดยผลการสำรวจผ่านโพลเป็นปรากฏการณ์ทางสังคม แสดงออกถึงการรับรู้ความคิดในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งก็พร้อมที่จะมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

นอกจากนี้  พบว่า มีอีกกว่า 50 %  ยังไม่ได้ตัดสินใจ  ซึ่งพรรคจะพยายามทำความเข้าใจกับคนกลุ่มให้หันมาสนับสนุนประชาธิปัตย์ทั้งเขตและบัญชีรายชื่อ  เชื่อว่าอีกเดือนกว่า ประชาธิปัตย์จะสามารถทำให้ประชาชนมีความเข้าใจชัดเจนมากยิ่งขึ้น เพื่อเลือก ส.ส.ประชาธิปัตย์ไปทำหน้าที่ในสภาผู้แทนฯ เหตุการณ์การเผาบ้านเผาเมืองในสองปีที่ผ่านมาต่างกรรมต่างวาระ ได้สร้างความเดือดร้อนให้คนกรุงเทพฯส่วนมากจะมีส่วนสำคัญในการตัดสินใจของ กทม.ว่าจะปล่อยให้เหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้นอีกหรือไม่