มาร์คยันทำตามนโยบายพรรคทุกข้อ

วันที่ 13 พ.ค. 2554 เวลา 17:15 น.
นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะประเดิมหาเสียงจ.ราชบุรี ครั้งแรก ยืนยัน ปชป.ทำตามสัญญา ดำเนินการตามนโยบายทุกข้อ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมาที่ ต.คูบัว อ.เมือง จ.ราชบุรี เพื่อช่วยลูกพรรคในเขตพื้นที่หาเสียง พร้อมพบปะประชาชน สอบถามความต้องการของประชาชน โดยมีประชาชนประมาณ 100 คน ให้การต้อนรับ และผูกผ้าขาวม้ารับขวัญ โอกาสนี้นายกรัฐมนตรีได้กล่าวกับชาวบ้านถึงประเด็นปัญหาความขัดแย้งที่รุนแรง ซึ่งเกิดจากทางการเมืองว่า  ทุกวันนี้เห็นข่าวพวกนี้แต่ละวันรู้สึกเกรงใจประชาชน ดังนั้นจึงพยายามดึงทุกสิ่งทุกอย่างกลับมาเป็นเรื่องของประชาชน และอะไรที่พรรคประชาธิปัตย์สัญญาไว้ก็จะต้องทำ เพราะไม่อยากเห็นคนไทยลำบากยากจน อยากเห็นคนไทยมีหลักประกัน มีรายได้ ทั้งหมดคือเป้าหมายของพรรคประชาธิปัตย์ โดยที่ผ่านมามีนโยบายหลายอย่างที่สัญญาก่อนหน้าที่จะเป็นรัฐบาล  โดยเฉพาะการเรียนฟรี 15 ปี เพิ่มค่าตอบแทนอสม. และอื่นๆ ซึ่งได้มีการดำเนินการไปแล้ว และตอนนี้กำลังจะเพิ่มกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาอีก

นอกจากนี้นายกรัฐมนตรี ยังได้กล่าวถึงการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยยอมรับว่าเป็นเรื่องที่หนักใจมาเพราะมีมาก และตั้งแต่รัฐบาลเข้ามาทำโครงการ  5 รั้วป้องกันก็ดีขึ้น และที่ผ่านมาก็จับมามากจนไม่มีที่จะบำบัด สุดท้ายต้องส่งกลับคืน อย่างไรก็ตามล่าสุดรัฐบาลโดยพรรคประชาธิปัตย์ได้ประกาศยุทธวิธีใช้กองกำลังพิเศษ 315 ที่ร่วมกันระหว่างตำรวจกับทหาร เข้าไปดำเนินการ ยืนยันว่าเอาจริง และจะเดินหน้าต่อไป สำหรับปัญหาหนี้สินนอกระบบที่ร้องเรียนมาตั้งใจว่าเดือนสิงหาคม-กันยายน นี้จะเปิดให้ประชาชนเปิดขึ้นทะเบียนอีก 1 รอบเพื่อแก้ปัญหาให้พร้อมปรับปรุงหลักเกณฑ์ใหม่

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า จากผลสำรวจของสำนักต่างๆ ได้บอกว่า พรรคเพื่อไทย และพรรคประชาธิปัตย์จะได้คะแนนเสียง และจำนวนส.ส. คู่คี่กันไป ซึ่งหากใครชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้ ก็จะได้มีโอกาสจัดตั้งรัฐบาล โดยพรรคประชาธิปัตย์ ถ้าได้กลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้งจะเดินหน้าสานต่อการทำงานได้ทันที แต่หากเปลี่ยนพรรคที่จัดตั้งรัฐบาลอาจจะมีการรื้อ หรือยกเลิกนโยบาย อาทิเช่น การประกันรายได้เกษตรกร โครงการเรียนฟรี ค่าตอบแทนอสม. ซึ่งประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะให้มีการเดินหน้าโครงการต่อไปได้ทันทีหรือ ให้เริ่มต้นใหม่ด้วยความลังเลว่าถ้าทำตามนโยบายพรรคประชาธิปัตย์จะทำให้เสียหน้า จึงไม่ดำเนินการต่อ ซึ่งได้ข่าวว่าจะมีการส่งนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาวของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มาเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และในพื้นที่ก็มีพล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร ว่าที่ผู้สมัครส.ส.ราชบุรี ซึ่งเป็นคนในตระกูลเดียวกัน ทั้งนี้เป็นห่วงสิ่งที่พรรคเพื่อไทยได้พูดไว้ว่าถ้าได้เป็นรัฐบาลจะต้องหาทางนำตัวพ.ต.ท.ทักษิณ กลับมา แต่การที่พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่กลับมาจะนั้นไม่เกี่ยวกับรัฐบาล แต่เป็นเพราะถูกศาลตัดสินจำคุก และยังมีคดีค้างอีก 6-7 คดี

"ดังนั้นถ้าพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล การทำงานก็คงใช้เวลานาน เพราะต้องหาทางเอาตัวพ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาประเทศไทย และหาทางแก้ความผิดให้เรียบร้อย ซึ่งจะเกิดความวุ่นวายอย่างมาก เพราะฉะนั้นจึงอยากจะบอกประชาชนว่าการเลือกตั้งครั้งนี้สำคัญมาก ว่าจะให้มีการเดินหน้าโครงการของรัฐบาลต่อตั้งแต่วันแรกที่รับตำแหน่ง หรือจะต้องนับ 1 ใหม่ ซึ่งตนเห็นว่านโยบายของพรรคเพื่อไทยมีสิ่งล่อใจอยู่มาก ซึ่งจะต้องถามว่าทำได้จริงหรือไม่ ทั้งนี้นโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ที่ทำออกมานั้น มั่นใจว่าพูดออกไปแล้วสามารถทำได้จริง" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเดินทางลงพื้นที่จ.ราชบุรี เพื่อช่วยลูกพรรคหาเสียงของนายอภิสิทธิ์ ครั้งนี้ที่เป็นวันหยุดราชการ ได้ใช้รถที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ จัดหาให้ และยังมีการใช้กำลังอารักขาทั้งทหาร และตำรวจ อย่างเต็มกำลังเหมือนเดิม