พันธมิตร จี้รัฐโชว์เอกสารขออภัยโทษ

วันที่ 17 มี.ค. 2554 เวลา 14:21 น.
พันธมิตร เตือนรัฐบาลอย่าหลงกลกัมพูชาขึ้นศาลโลกคดีปราสาทพระวิหาร จี้โชว์เอกสาร "วีระ-ราตรี" เซ็นขออภัยโทษ

นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โฆษกพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลกัมพูชาเตรียมยื่นต่อศาลโลกเพื่อให้วินิจฉัยคำพิพากษาปี 2505 กรณีอธิปไตยเหนือปราสาทพระวิหารเพิ่มเติมนั้น ตนเชื่อว่ารัฐบาลกัมพูชามุ่งหวังที่จะขยายผลจากคำพิพากษาเดิม โดยต้องการให้มีการพิจารณาอาณาเขตตามแผนที่มาตราส่วน 1:200,000 ดังนั้นจึงอยากเตือนรัฐบาลว่าต้องไม่อ้างเหตุใดๆ ก็แล้วแต่ไปสู้คดีนี้ในศาลโลกตามความพยายามของกัมพูชา

เนื่องจากเรื่องนี้ผ่านมาเกินกว่า 10 ปี หากกัมพูชาจะขอให้ศาลโลกวินิจฉัยเพิ่มเติมคงไม่สามารถทำได้ เพราะขัดต่อธรรมนูญของศาลโลกเองในมาตรา 61 หรือจะนำมาเป็นคดีใหม่ก็คงไม่ได้ เพราะประเทศไทยในปัจจุบันไม่ได้เป็นสมาชิกที่ต่ออายุในการบังคับอำนาจของศาลโลก หลังจากสิ้นสุดคดีปราสาทพระวิหารในปี 2505

ด้านนายประพันธ์ คูณมี โฆษกคณะกรรมการป้องกันราชอาณาจักรไทย กล่าวว่า จุดยืนของพันธมิตรฯ และคณะกรรมการฯ ชัดเจนในการคัดค้านการดำเนินการใดๆในกระบวนการศาลโลก โดยเรียกร้องให้รัฐบาลใช้กำลังทหารในการผลักดันให้ชุมชนและกองกำลังทหารกัมพูชาออกจากพื้นที่ประเทศไทยที่ยึดครองอยู่ทั้งหมด โดยไม่ต้องสนใจข้อพิจารณาของศาลโลกแต่อย่างใด ซึ่งถือเป็นสิทธิของประเทศเอกราชที่มีความชอบธรรมในการใช้กำลังยึดพื้นที่ที่เป็นอธิปไตยของชาติกลับคืนมา

ส่วนกระแสข่าวจากระทรวงการต่างประเทศที่ระบุว่านายวีระ สมความคิด และน.ส.ราตรี พิพัฒนาไพบูรณ์ ลงนามในเอกสารขอพระราชทานอภัยโทษแล้วนั้น นายประพันธ์ กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศต้องนำเอกสารหลักฐานมาแสดงต่อสาธารณะ เพราะเป็นเรื่องที่คนไทยทุกคนเป็นห่วงว่านายวีระ และ น.ส.ราตรีถูกรัฐบาลทอดทิ้ง หากมีการตัดสินใจลงนาม รัฐบาลต้องเปิดเผยให้ประชาชนได้รับรู้

อย่างไรก็ดี การขออภัยโทษของ 2 คนไทยไม่ได้มีผลกระทบต่อการชุมนุม เพราะทุกคนอยากให้ทั้ง 2 คนได้กลับประเทศ แต่จะมีผลกระทบต่อเกียรติภูมิศักดิ์ศรีของชาติ เพราะแสดงว่ารัฐบาลไทยไปยอมรับว่า 7 คนไทยรุกล้ำดินแดนกัมพูชาจริง ในทางกลับกันหากนายวีระ ได้รับการปล่อยตัวออกมาจะเป็นผลดีต่อการชุมนุม เพราะทุกคนต้องการรู้ข้อเท็จจริงจากปากของนายวีระ และ น.ส.ราตรี ว่าไปเผชิญอะไรมาบ้าง แต่ตนไม่แน่ใจว่าการเดินเรื่องของอภัยโทษของรัฐบาลครั้งนี้มีการดำเนินการจริงหรือไม่