เลือกตั้งส่อสะดุดกกต.ไร้อำนาจออกประกาศรองรับกม.ลูก

  • วันที่ 07 มี.ค. 2554 เวลา 22:26 น.

เลือกตั้งส่อสะดุดหลัง กกต. พบรัฐธรรมนูญลืมเขียนให้อำนาจประกาศรองรับกฎหมายลูก กกต.-พรรคการเมือง ส่งผลให้การยุบสภาอาจต้องยืดออกไป เนื่องจากต้องส่งกฎหมายลูกเข้าสภาพิจารณาก่อน

นางสดศรี  สัตยธรรม  กรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ยอมรับผ่านโพสต์ทูเดย์ออนไลน์ว่า รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เปิดช่องให้กกต.ออกประกาศแทนการออกกฎหมายลูกรองรับการเลือกตั้งได้ทันที  ในกรณีที่นายกรัฐมนตรีประกาศยุบสภาและไม่สามารถออกกฎหมายลูกได้ทัน กำลังมีปัญหา   

แม้รัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 7 วรรคท้าย ระบุว่า ในกรณีที่ไม่สามารถออกกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญรองรับการเลือกตั้งได้ภายในหนึ่งปี ให้เป็นอำนาจกกต.สามารถออกประกาศได้นั้น  ปรากฎว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 7 วรรคสอง เขียนไว้ให้กกต.ออกประกาศแทนกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และสว.เท่านั้น

สดศรี

ขณะที่การเลือกตั้งทั่วไป นอกจากต้องออกกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และสว.แล้ว ยังต้องมีการออกกฎหมายเกี่ยวข้องอีกสองฉบับด้วย คือ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยกกต. ซึ่งในส่วนนี้ไม่ได้ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญมาตรา 7 วรรคสอง จะมีปัญหาในทางปฏิบัติอย่างยิ่ง เพราะกฎหมายสามฉบับต้องเดินไปด้วยกัน  จึงไม่ทราบว่า ผู้ร่างรธน.ลืมเขียนลงไปหรือไม่ มีความผิดพลาดทางเทคนิคอย่างไร

นางสดศรี กล่าวว่า เดิมที กกต. ได้ยกร่างพ.ร.บ.สามฉบับแก้ไขเสร็จแล้ว จะส่งไปที่ครม.นำส่งรัฐสภาพิจารณาแก้ไข แต่สมมติว่านายกฯตัดสินใจยุบสภาภายในเดือนนี้หรือเดือนหน้า จะทำกฎหมายลูกไม่ทัน ทีนี้วรรคสองให้ออกประกาศเฉพาะกม.เลือกตั้งส.ส.สว.เท่านั้น  ทั้งที่กฎหมายลูกสามฉบับต้องเดินไปด้วยกัน

"เจ้าหน้าที่กกต.กังวลมาก จึงจะทำหนังสือถึงฝ่ายการเมืองถึงปัญหาดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตามหากสภายังไม่ยุบ น่าจะจัดการประชุมร่วมกันสองสภาแก้กฎหายมลูกสามฉบับได้ทัน เพราะก่อนหน้านี้กกต.เคยประชุมพรรคการเมืองได้สอบถามหากให้สภาออกกฎหมายลูกมีความพร้อมหรือไม่ ซึ่งทุกพรรคบอกสามารถทำได้ภายในหนึ่งเดือน"นางสดศรี กล่าว

ขณะนี้มีเสียงวิจารณ์ว่า หาก กกต.ออกประกาศจะเป็นการเอื้อให้พรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งได้เปรียบในการเลือกตั้งหรือไม่   ซึ่งข้อเท็จจริง การออกประกาศหรือการออกกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญก็เป็นหน้าที่กกต.ดำเนินการส่งให้ครม.เพื่อเสนอสภาพิจารณามาก่อนอยู่แล้ว

นางสดศรี กล่าวถึงทางออกว่า ถ้าในกรณีนายกฯประกาศยุบสภาโดยเร็วออกกฎหมายลูกไม่ทัน กกต.ก็มีการหารือกันว่า อาจจัดทำบทเฉพาะกาลได้หรือไม่ แต่เกรงว่าจะมีปัญหาในการตีความ เพราะการเลือกตั้งเสร็จแล้วมีคนแพ้เลือกตั้งยื่นต่อศาลรธน.ว่าประกาศกกต.ไม่ชอบ ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้    กกต.จึงต้องเตรียมการขอแก้ประกาศในกฎหมายลูกสองฉบับอาจส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยก่อนว่ากกต.ทำได้หรือไม่   ก็เป็นอีกจุดหนึ่งในการแก้ปัญหาในเรื่องนี้ได้

อนึ่ง  มาตรา7  ให้รัฐสภาดำเนินการพิจารณาและให้ความเห็นชอบการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา เพือ่ให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญนี้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปีนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้

ขณะที่ วรรคสอง  ระบุว่า  ในกรณีที่ยังไม่สามารถดำเนินการตามวรรคหนึ่งให้แล้วเสร็จ และต้องมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีอำนาจประกาศกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญนี้เพื่อใช้บังคับการเลือกตั้งนั้น และให้ข้อกำหนดตามประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้งใช้บังคับแทนบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาในส่วนที่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญนี้

นางสดศรี กล่าวว่า จะมีการหารือกับนายกรัฐมนตรีถึงประเด็นดังกล่าวในวันที่ 11 มี.ค.  และจะรายงานถึงการเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งทั่วไป ซึ่งเบื้องต้นการแบ่งเขตเลือกตั้ง พบว่า มีปัญหาใน 23 จังหวัดเนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นและลดลงของประชากร  จึงต้องพิจารณารอบคอบว่า 23  จังหวัดจะมีการแบ่งเขตในแต่ละจังหวัดออกมาเป็นจำนวนกี่เขต  ส่วนอีก 53 จังหวัดมีการแบ่งเขตเรียบร้อยแล้ว

 ทั้งนี้ ในกรณีของจังหวัดบึงกาฬ แม้จะมีการประกาศลงราชกิจจานุเบกษาให้เป็นจังหวัดแล้ว แต่เนื่องจากต้องการกำหนดการแบ่งส่วนราชการซึ่งต้องใช้เวลาพอสมควร และกกต.เห็นว่าคงไม่ทันต่อการกำหนดมาเป็นจังหวัดมในการเลือกตั้งครั้งนี้จึงเห็นว่าให้ถือเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดหนองคายไปก่อน

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ