มิ่งขวัญฉะรัฐก่อหนี้มโหฬาร

  • วันที่ 16 ก.พ. 2554 เวลา 23:44 น.

มิ่งขวัญ จวกรัฐก่อหนี้สูงสุดในประวัติศาสตร์ 4.3ล้านล้านบาท แก้น้ำท่วมล่าช้าสู้ช่อง 3ไม่ได้ "อภิสิทธิ์"สวนมั่วตัวเลข ยันช่วยน้ำท่วมเร็ว ขณะที่มติสภา265ต่อ61 ผ่านร่างงบกลางปี54วาระแรก

เมื่อเวลา 21.20 น. การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ 2554 นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ สส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ได้ลุกขึ้นคนอภิปรายเป็นคนสุดท้ายในนามฝ่ายค้าน โดยตลอดเวลากว่า 1 ชั่วโมงที่นายมิ่งขวัญอภิปรายได้แสดงภาพสไลด์มาประกอบการอภิปรายเพื่อแสดงให้เห็นถึงตัวเลขการก่อหนี้ของรัฐบาล

นายมิ่งขวัญ กล่าวว่า  ปีงบประมาณ 2554 รัฐบาลชุดนี้ได้ตั้งงบประมาณประจำปีสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 2 ล้านล้านบาท แต่ทำให้รัฐบาลมีความสามารถในการใช้หนี้ได้น้อยลงถึง 36% นอกจากนี้ในปีงบประมาณ2554เป็นงบประจำถึง 84 % ที่ไม่สามารถขยับอะไรได้เพราะเป็นงบที่ต้องจ่ายผูกพันอยู่แล้ว ที่เหลือ16 % หรืออีกประมาณ 3.4 แสนล้านบาทซึ่งเป็นงบลงทุนถือว่าไม่มากนักสำหรับการทำงบประมาณแค่สร้างรถไฟฟ้าไม่กี่เส้นก็หมดแล้วคนต่างจัวหวัดก็ไม่ได้อะไร

สไลด์ที่ มิ่งขวัญนำมาเปิดประกอบการอภิปราย

"นายกรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้มีงบกลางที่นายกฯสามารถสั่งจ่ายได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ถึง 2.6 แสนล้านบาทคิดเป็น12.81% ของงบประมาณทั้งหมด จึงสงสัยว่ารัฐบาลจะต้องการร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปี2554 ไปเพื่ออะไร ซึ่งผมไม่เห็นด้วยกับวัตถุประสงค์ในการของบกลางปีดังกล่าวที่อ้างถึงเหตุภัยพิบัติและการชดเชยเงินคงคลัง

รัฐบาลมีการบริหารจัดในเรื่องภัยพิบัติช้ามาก รัฐบาลนิ่งจนน่ากลัวระหว่างที่เกิดเหตุภัยพิบัติ ช้าจนกระทั่งสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 แซงหน้านายกฯ เช่นเดียวกับการให้ความช่วยเหลือหลังจากน้ำท่วมจนทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก นอกจากนี้ เงินช่วยเหลือมีกองอยู่ที่หลายกระทรวง เช่น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ไม่จำเป็นต้องมาของงบประมาณจากรัฐสภาอีก ขณะเดียวกัน การบริหารงบประมาณในเรื่องน้ำท่วมปรากฎว่ามีการทุจริตมากมีคำถามว่ารัฐบาลได้ตรวจสอบแล้วหรือไม่ก่อนที่จะมาของบประมาณอีก"

นายมิ่งขวัญ กล่าวว่า ที่ผ่านมาธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)เคยติงแล้วว่ารัฐบาลไม่ควรออกงบประมาณกลางปีเพราะสิ้นเปลืองเงินขาดวินัยการคลังจนเกิดปัญหาเงินเฟ้อได้ ทั้งๆที่นายกฯเคยให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้เรื่องค่าเงินบาทควรฟังธปท.แต่ครั้งนี้รัฐบาลกลับไม่ฟังธปท. ขณะที่ นายกฯไม่รักษาคำพูดหลังจากเคยให้สัมภาษณ์จะตัดงบไทยเข้มแข็งมาช่วยเหลือเพื่อไม่ให้งบประมาณในส่วนอื่นๆ สาเหตุสำคัญที่รัฐบาลไม่ควรออกงบกลางปี คือ เหลือเวลาอีก 8 เดือนจะสิ้นสุดปีงบประมาณที่รัฐบาลคาดการณ์ว่าจะเก็บภาษีได้มาก ดังนั้น รัฐบาลควรรอไปก่อน และถ้าหากอีก 8 เดือนเก็บรายได้ไม่ตามเป้าจะทำอย่างไรแสดงว่าต้องไปกู้อีกใช่หรือไม่

"เงิน 1.6 หมื่นล้านบาทในงบประมาณกลางปีที่ขอมานั้นใกล้กับการลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญแสดงว่าเป็นการเทให้กับพรรคร่วมรัฐบาลใช่หรือไม่ แบบนี้จะให้ประชาชนและสังคมคิดอย่างไรเพราะมีการเสนองบประมาณหลังจากผ่านรัฐธรรมนูญได้เพียง 4 วัน ทั้งนี้ 76 ปีที่ผ่านมามีนายกฯมาแล้ว 26 คน มีหนี้ 8.7 แสนล้านบาท แต่สำหรับนายกฯคนที่ 27 ที่ชื่ออภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้บริหารงานมา 2 ปีเศษมีหนี้ถึง 1.49 ล้านล้านบาท

ปีงบประมาณ 2555 รัฐบาลได้ตั้งงบประมาณขาดดุลอีก 3.5 แสนล้านบาทเป็นผลมีหนี้รวม 1.84 ล้านล้านบาทและที่สำคัญได้สร้างหนี้สาธารณะให้กับประเทศไทยถึง 4.3 ล้านล้านบาทจนทำให้คนไทยกว่า 60 ล้านคนต้องแบกหนี้คนละ 6.4 หมื่นบาท ถ้าโชคดียังมีสภาอยู่ไม่ยุบสภาไปเสียก่อน ฝ่ายค้านคงได้มาเจอกับนายกฯอีกครั้งในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และถ้ามีโอกาสจะเตรียมคำว่า ระบบเศรษฐกิจใหม่ เพื่อประเทศไทยในแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และถ้าโชคดีอีกก็คงได้สมัครเป็นนายกฯคนต่อไป " นายมิ่งขวัญ กล่าว

ต่อมาเวลา 22.35น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า ได้เข้ารับตำแหน่งในช่วงที่ประเทศไทยมีเศรษฐกิจติดลบ 7% ขณะที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯเข้ามารับตำแหน่งในปี2545 เศรษฐกิจไทยเติบโต 4.5% ซึ่งสถานะการเงินประเทศไทยแบบนี้ย่อมสามารถชำระหนี้กองทุนกู้ยืมระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มเอฟได้อยู่แล้ว ทั้งนี้การอภิปรายเรื่องตัวเลขของนายมิ่งขวัญก็ไม่ตรงกับความเป็นจริงมีลักษณะซุกซน เพราะยืนยันว่างบกลางปี 1 แสนล้านบาท มี8.4 หมื่นล้านบาท ไม่ได้เป็นการใช้เงินตามระบบแต่เป็นการใช้หนี้ทาางบัญชี เงินที่เติมจริงๆมี 1.6 หมื่นล้านบาทเท่านั้น ซึ่งสามารถจัดเก็บรายได้ตามที่ประมาณการณ์แน่นอน

นายอภิสิทธิ์ ยืนยันว่า การแก้ไขปัญหาอุทกภัยของรัฐบาลไม่ได้มีความล่าช้าอย่างที่มีการกล่าวหาอย่างจ.นครราชสีมาส่วนตัวก็ลงพื้นที่ภายใน 12 ชั่วโมงตั้งแต่เกิดเหตุ เช่นเดียวกับ กรณีจ.สงขลาก็ได้ลงพื้นที่ทันทีในวันรุ่งขึ้น และรัฐบาลชุดนี้มั่นใจว่าสามารถจัดสรรเม็ดเงินลงไปช่วยเหลือและฟื้นฟูได้เร็วที่สุดกว่ารัฐบาลที่ผ่านมาขอให้ไปดูตัวเลขได้เลย

"สิ่งที่เราควรให้ความเป็นอิสระกับธปท. คือ นโยบายการเงิน เงินทุนสำรอง และการกำกับการไหลเข้าออกของเงินทุน ซึ่งเป็นหลักการที่ควรเป็นอิสระ กลับกันเรื่องการคลังควรเป็นเรื่องของรัฐบาล ดังนั้น จะมาให้บอกว่ารัฐบาลต้องเชื่อธปท.ทั้งระบบการเงินและการคลังคงไม่ได้ ถ้าผมเป็นธปท.และเจอกับคำถามนี้โดยไม่ดูรายละเอียดก็คงบอกว่าไม่สมควรทำเช่นกัน แต่นี่เป็นการทำงบกลางปีเพื่อใช้หนี้ก็คงตอบสมควรทำงบกลางปี"นายอภิสิทธิ์ กล่าว

จากนั้นในเวลา 23.40 น. ที่ประชุมสภาฯมีมติเสียงข้างมาก 265 ต่อ 61 งดออกเสียง 93 ไม่ลงคะแนนเสียง 2 เสียง รับหลักการในวาระที่ 1 ของร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ2554 หลังจากใช้เวลาการอภิปรายนานกว่า 13 ชั่วโมง

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ