มาร์คยอมรับหนักใจปัญหาทุจริต

  • วันที่ 16 ก.พ. 2554 เวลา 19:15 น.

นายกฯยอมรับหนักใจปัญหาทุจริต แจงละเอียดตั้งงบกลางปี54ใช้ตามความจำเป็นยืนยันโปร่งใส เหน็บเพื่อไทยกลับไปหาผู้นำฝ่ายค้ายให้ได้ก่อน

นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ  นายกรัฐมนตรี  ลุกขึ้นอภิปรายตอบโต้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย อย่างดุเดือดว่า ส่วนตัวไม่อยากจะก้าวก่ายพรรคการเมืองอื่น แต่เห็นว่าการไม่ที่พรรคเพื่อไทยไม่สามารถหาผู้นำฝ่ายค้านได้ ทำให้เกิดปัญหาในการทำงานโดยเฉพาะในเรื่องการตรวจสอบ เพราะขณะนี้ทำให้ไม่สามารถมีกรรมการสรรหาผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน  ดังนั้น พรรคเพื่อไทยควรไปหาผู้นำพรรคฝ่ายค้านด้วยเพื่อให้กลไกการตรวจสอบเรื่องการใช้จ่ายเงินแผ่นดินมีความสมบูรณ์มากขึ้น  

เรื่องภาพรวมเศรษฐกิจนั้น ขอตอบว่า 1. การที่ ร.ต.อ.เฉลิม ตั้งคำถามว่ารัฐบาลจะมั่นใจได้อย่างไรว่าจะเก็บภาษีได้เดินเป้านั้นอยากจะอธิบายว่า เหตุที่รัฐบาลมั่นใจเพราะแม้ว่าช่วงปลายปีการเก็บภาษีจะได้รับผลกระทบจากการเกิดน้ำท่วม  แต่การเก็บภาษีเดือน ม.ค.สามารถเก็บภาษีได้เกินเป้าประมาณ 20%  ทำให้มั่นใจรัฐบาลสามารถเก็บภาษีได้ 1.2 แสนล้านตลอดทั้งปีสอดคล้องกับความเป็นจริง 

2.ที่มีการระบุว่าการบัญญัติงบประมาณเพิ่มเติมไม่สอดคล้องภาวะเศรษฐกิจในยามที่มีเงินเฟ้อนั้น   เงินที่เกิดขึ้นในขณะนี้มีปัญหามาจากเรื่องต้นทุนและทั่วโลกก็ประสบปัญหาเดียวกัน   ซึ่งรัฐบาลเองยอมรับว่าประชาชนยังเดือดร้อนกับปัญหาข้าวของแพง  

อย่างไรก็ตาม งบกลาง 1 แสนล้านที่ขออนุมัติ 8 หมื่นล้านเป็นการชดใช้เงินคงคลัง อีกหมื่นกว่าล้านเป็นงบประมาณที่ให้เบี้ยยังชีพคนละ 500 บาทให้กับผู้สูงอายุและผู้พิการ และเป็นเรื่องการฟื้นฟูโครงการต่างๆที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย  ตนเองไม่คิดว่าการทำนโยบายตรงนี้จะให้เงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น  เพราะเป็นงบที่ช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน   ส่วนการแก้ปัญหาที่ดีที่สุดเรื่องของแพงคือการเพิ่มรายได้ให้ประชาชน ซึ่งรัฐบาลกำลังผลักดันอยู่

ส่วนที่มีการระบุรัฐบาลใช้งบกลางปี 2553 ล้มเหลวนั้น ไม่เป็นความจริง เพราะงบกลาง 1.6 แสนล้านบาทในตอนนั้นทำให้เศรษฐกิจภายในประเทศไม่ทรุดตัวและเป็นประเทศแรกๆที่ฟื้นตัวขึ้นมาได้ และรัฐบาลชุดนี้ไม่ใช่เป็นรัฐบาลที่กู้สะสมหนี้สิน เพราะหนี้สาธารณะไทยอยู่ประมาณ40%  ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่มีเสถียรภาพ และประเทศอื่นๆ ก็มีการขาดดุลเช่นเดียวกันแบบนี้ 

ทั้งนี้เหตุที่รัฐบาลต้องจ่ายเบี้ยยังชีพผ่านกระทรวงต่างๆแทนที่จะเป็นหน่วยงานที่ดูแลโดยตรง  เป็นเพราะรัฐบาลยึดแผนงานปีงบประมาณปี  2554  โดยการจัดสรรงบประมาณในส่วนนี้เป็นเงินส่วนกลางไม่ใช่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะเริ่มขึ้นในปีงบประมาณ 2555 และ 2556 แต่ท้องถิ่นยังมีบทบาทในการทำงานตรงนี้ต่อไป   ดังนั้นที่บอกว่ากระทรวงมหาดไทยได้งบตรงนี้ 8,000ล้าน จึงไม่ใช่ เพราะเงินตรงนี้คือเงิน 500  บาทที่ถึงมือผู้สูงอายุและผู้พิการทันที  ไม่ได้ไปอยู่ที่พรรคการเมืองพรรคนั้นพรรคนี้แต่อย่างใด

ส่วนเรื่องปัญหาการทุจริตนั้น   เรื่องที่มีการตั้งคำถามว่า ตนเองละเลย รู้แล้วทำเป็นไม่รู้หรือไม่นั้น  ขอชี้แจงว่า ไม่ได้เป็นแบบนั้น เพราะแต่ละเรื่องตนเองได้มีการติดตามตามอำนาจหน้าที่ รถไฟฟ้าสายสีม่วงปรับลดวงเงินลงไปได้ รถไฟฟ้าสีน้ำเงินมีการทักท้วงมาจากคณะกรรมาธิการ ตนเองได้เอาข้อสังเกตส่งให้อัยการและกรมบัญชีกลางไปตรวจสอบเรื่องทั้งหมด    กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)   เข้ามาดูเรื่องโครงการเช่าคอมพิวเตอร์กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ตนเองก็รับรู้และใข้ข้อมูลนี้อ้างอิงในการตัดสินใจเรื่องการเสนอชื่อปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่มีปัญหาอยู่ในตอนนั้น  และถึงวันนี้ยังได้กำชับให้กระทรวงมหาดไทยต้องหาคำตอบในเรื่องนี้ให้ได้จากผลการสอบสวนของดีเอสไอ  ไม่มีละเลยแน่นอน

"แต่ปัญหาเรื่องการทุจริตยังมีอยู่ และเป็นเรื่องที่ผมหนักใจ และขอบคุณที่สมาชิกเชื่อว่าผมมีความซื่อสัตย์สุจริต  ผมต้องทำงานนี้ต่อโดยกำลังไล่ดูกระบวนการต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการใช้ราคากลาง  การจัดซื้อจัดจ้าง และอีกหลายๆเรื่องที่หวังว่าสมาชิกจะให้การสนับสนุน"นายอภิสิทธิ์ กล่าว

ส่วนเรื่องการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่รัฐบาลต้องการงบประมาณ 2 หมื่นล้าน นอกจากการชดเชยเรื่องที่อยู่อาศัย และเรื่องผลิตผลการเกษตรแล้ว   รัฐบาลต้องดูเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ถนน หนทาง  วัดโรงเรียน  ซึ่งเสียหายหลายหมื่นล้าน แต่รัฐบาลของบประมาณแค่9,900 ล้านเท่านั้น   เพราะตนเองได้สั่งให้ไปดูงบประมาณในกระทรวงอย่างละเอียดเพื่อนำมาช่วยตรงนี้ รวมถึงเกลี่ยจากงบไทยเข้มแข็ง ทั้งที่รัฐบาลสามารถใข้งบกลางที่เหลือกว่าหมื่นล้านได้   สามารถทำเป็นเช็คเปล่าได้แต่ตนเองไม่ทำเพราะทำแบบนั้นพรรคฝ่ายค้านไม่มีโอกาสตรวจสอบและกลั่นกรองช่วยรัฐบาลเลย  นี่คือความจริงใจที่ตนเองอยากให้โปร่งใส    และใช้งบประมาณตามความเสียหายจริง นี่คือการทำงานที่ควรจะเป็นในระบบรัฐสภา

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ส่วนการตั้งข้อสังเกตว่าทำไมหลายโครงการต่ำกว่า 10 ล้านบาท มีเจตนาที่ไม่ต้องมาแสดงรายการใช่หรือไม่นั้น ขอชี้แจงว่า ถ้ามันเสียหายไม่ถึง10 ล้านบาท แต่ให้ตนเองตั้งมากกว่า 10 ล้านบาท ทำแบบนี้ก็จะหาว่าตนเองทุจริต   แต่ตนเองจริงใจแม้จะไม่มีการแสดงรายการในงบประมาณปกติแต่ก็ได้สั่งให้ทำใส่ซีดีให้กรรมาธิการตรวจสอบได้  ตรงไหนไม่เสียหายจริงตัดไปเลย และเมื่อโครงการกระจายไปต่างจังหวัดเป็นไปไม่ได้ที่จะคิดว่ามีเจ้าเดียวได้โครงการไป เพราะมันเป็นการกระจายไปในแต่ละพื้นที่ให้เขามีการจัดซื้อจัดจ้าง 

"ผมให้ความมั่นใจเลยว่าผมให้ความสำคัญเต็มที่  แต่ผมยอมรับว่าปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นเป็นปัญหาใหญ่  ทั้งนี้องค์กรเพื่อความโปร่งใสสากลก็จัดอันดับให้รัฐบาลไทยในปี 2553 อยู่ในอันดับที่ดีขึ้นมากกว่าในสมัยรัฐบาลสมัคร  สุนทรเวช และ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ด้วยซ้ำ"นายอภิสิทธิ์ กล่าว

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ