ฝ่ายค้านฉะงบกลางปีตอบแทนพรรคร่วม

วันที่ 16 ก.พ. 2554 เวลา 12:11 น.
ฝ่ายค้าน อัดงบกลางปีผลประโยชน์ต่างตอบแทนพรรคร่วมฯ อภิสิทธิ์ สวนทันควันไม่ใช่ ย้อนถาม พื้นที่เกษตรเสียหายจะให้กระทรวงวัฒนธรรมทำหรือ

ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาวาระเรื่องด่วน ร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ 2554 (งบกลางปี) โดยภายหลังจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เสนอหลักการและเหตุผลในการเสนอร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวแล้ว ตอนนี้เป็นการอภิปรายของสส.ฝ่ายค้าน

นายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า ไม่เข้าใจว่าทำไมรัฐบาลจะต้องมีการจัดทำงบประมาณกลางปีเพิ่มเติมขึ้นมาอีก เนื่องจากหากดูตัวเลขเงินคงคลังเมื่อปี 2553 ในเดือนก.ย. หรือต้นปีงบประมาณ 2554 พบว่ามีเงินคงคลังถึง 4.2แสนล้านบาท อยากถามว่าเงินจำนวนดังกล่าวมาจากที่ใด เพราะตรวจสอบแล้วพบว่า ในปี 2553 การจัดเก็บรายได้ และรายจ่ายมีความสมดุลกัน ไม่ได้มีงบขาดดุลตามที่รัฐบาลพูดไว้ แต่รัฐบาลก็ยังมาทำเรื่องกู้เงินเพื่อมาชดเชยเงินคงคลังอีก ซึ่งจะทำให้เงินที่กู้มาเมื่อใช้ไม่หมดก็มากองอยู่ที่เงินคงคลัง และส่วนหนึ่งที่เงินคงคลังเพิ่มขึ้นก็มาจากเงินที่ยึดมาจากพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีด้วย

นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ส่วนที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีการแลกเปลี่ยนกัน โดยใช้เงินจากงบกลาง เพื่อมาแลกเปลี่ยนผลการโหวตรัฐธรรมนูญให้ผ่านรัฐสภาเป็นผลประโยชน์ต่างตอบแทนใช่หรือไม่ เพราะหากนำงบกลางปีที่รัฐบาลระบุว่าจะนำมาใช้ฟื้นฟู เยียวยาช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยกว่า 1.5 หมื่นล้านบาทนั้น หากเอามาคิดเป็น 20 % ก็จะได้ประมาณ 3.2พันล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับตัวเลขที่ส.ว.และภาคเอกชนได้ออกแถลงกก่อนหน้านี้ว่ามีการเรียกเงินสินบน 20 % จึงอยากถามว่าเงินจำนวนดังกล่าวไปอยู่ที่ใครบ้างหรือเป็นเงินสำหรับกิจกรรมทางการเมืองที่จะให้มีการเลือกตั้งใน เร็วๆ นี้

นายอภิสิทธิ์ ชี้แจงว่า รัฐบาลยังไม่พอใจการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจตอนนี้โดยเฉพาะปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้น แต่ในภาพก็ถือว่าพอใจ เช่น ปัญหาตัวเลขคนว่างงานที่ตอนนี้มีน้อยมากถ้าเทียบกับประเทศอื่นๆ หรือ ตัวเลขหนี้สาธารณะที่มีน้อยกว่าต่างประเทศที่ประสบปัญหาวิกฤติการณ์ทางการเงิน

นายกฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตอนนี้รัฐบาลจัดเก็บรายได้เกินเป้าโดยจะนำเงินส่วนนี้ไปดำเนินการให้รัฐบาลในอนาคตหลังการเลือกตั้งมีความคล่องตัวในการบริหารงบประมาณและรับมือกับเศรษฐกิจที่ผันผวน โดยรัฐบาลชุดนี้มีความรับผิดชอบโดยเมื่อรัฐบาลสามารถจัดเก็บรายได้เกินเป้าก็มีการตั้งงบประมาณชดใช้เงินคงคลังเพื่อให้รัฐบาลในอนาคตมีความคล่องตัวในการทำงบประมาณเพื่อรับมือกับสภาวะทางเศรษฐกิจ ที่พูดนี่ไม่ใช่หาเสียงไม่ได้คิดแต่การกู้เงิน การฟื้นฟูปัญหาน้ำท่วมรัฐบาลชุดนี้มีความชัดเจนมีความโปร่งใสโดยรัฐบาลได้จัดทำเป็นรูปแบบซีดีที่แสดงให้เห็นถึงภาพความเสียหาย

“ที่สำคัญการทำงบกลางปีไม่ใช่ต่างตอบแทนอย่างที่มีการกล่าวหา อยากถามว่าพื้นที่เกษตรได้รับผลกระทบจะให้เอางบประมาณกระทรวงวัฒนธรรมลงไปซ่อมแซมอย่างนั้นหรือยังไงก็ต้องให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินการ หรือถ้าเป็นกรณีโรงเรียนเสียหายก็ต้องเป็นหน้าที่ของกระทรวงศึกษาธิการ หรือถ้าเป็นถนนเสียหายก็ต้องให้กรมทางหลวงเป็นหน่วยงานที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณเพื่อซ่อมแซมถนน ดังนั้น ยืนยันได้ว่าไม่ใช่เรื่องของผลต่างตอบแทนหรือทำงบประมาณโดยใช้พรรคการเมืองเป็นหลัก แต่จัดสรรงบประมาณตามความเหมาะสมให้กับกระทรวงที่มีหน้าที่รับผิดชอบ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว