สว.เลือกตั้งล่าชื่อเปิดซักฟอกรัฐบาล

  • วันที่ 01 ก.พ. 2554 เวลา 11:37 น.

ส.ว.เลือกตั้งกำลังรวบรวมรายชื่อ 1 ใน 3 ขอเปิดอภิปรายทั่วไปรัฐบาลแบบไม่ลงมติ ซัด ไม่แก้ไขปัญหาเอาแต่ตอบโต้การเมืองส่งผลประเทศแตกแยกหลายกลุ่ม 

นายสิงห์ชัย ทุ่งทอง ส.ว.อุทัยธานี กล่าวว่า กำลังรวบรวมรายชื่อส.ว. 1 ใน 3 หรือ 50 คน เพื่อยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่มีการลงมติตามรัฐธรรมนูญ 50 มาตรา 161 โดยญัตติระบุว่า สืบเนื่องจากสถานการณ์ของประเทศปัจจุบัน กำลังประสบวิกฤต มีการแตกแยกแบ่งฝ่ายทางความคิดของประชาชนหลายกลุ่ม มีการชุมนุมตามสถานที่ต่างๆ เป้าหมายอาจมีเจตนาดีหรือปลุกกระแสยั่วยุเพื่อผลประโยชน์ของคนบางกลุ่มก็ไม่ ทราบได้ ซึ่งทำให้สังคมเกิดความสับสน ตระหนก กระทบต่อความเป็นเอกภาพในชาติ เช่น เรื่องการทับซ้อนของเขตแดนไทย-กัมพูชา การรุกล้ำและยึดพื้นที่ที่เชื่อว่าเป็นพื้นที่ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ตลอดจนกลุ่มบุคคลอีกกลุ่มหนึ่งมีความเชื่อในเรื่องการไม่ได้รับความยุติธรรม จากรัฐในการดำเนินการที่เชื่อว่าเป็นสองมาตรฐาน ต้องการให้มีการปล่อยตัวผู้ถูกคุมขังจากเหตุความไม่สงบช่วงเดือน เมษายน-พฤษภาคม 53

ทั้งยังควรได้รับการเยียวยา สร้างความปรองดองโดยรัฐ ซึ่งสภาวการณ์เหล่านี้มีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองโดยรวม ฝ่ายบริหารจึงต้องเร่งหามาตรการแก้ไขให้เกิดผลเป็นรูปธรรมชัดเจน จึงเสนอญัตติดังกล่าว โดยตอนนี้มีส.ว.มาลงชื่อ เกือบ 20 คน แล้ว อาทิ นายวิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา นายพีระ มานะทัศน์ ส.ว.ลำปาง คาดว่าภายใน 1-2 วันนี้ จะยื่นให้ประธานวุฒิสภาได้

"ตลอดเวลาที่ผ่านมารัฐบาลไม่ได้ทำอะไรเพื่อความปรองดองเลย แก้ปัญหาแบบตั้งรับ และแก้แค่ประเด็นการเมือง โฆษกส่วนตัวของนายกรัฐมนตรี ก็เอาแต่พูดโต้ตอบทางการเมือง กลุ่มพันธมิตรฯชุมนุมเรื่องเขตแดน รัฐบาลก็ไม่ทำความเข้าใจว่า มุมมองเรื่องเขตแดน อย่างไหนคนของทั้งสองประเทศจะได้ประโยชน์มากที่สุด จนมีกระแสข่าวรัฐประหารเกิดขึ้น ฝ่ายกองทัพ รัฐบาล ก็พูดไม่ตรงกัน แถมกรณีนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ แกนนำพันธมิตรฯ ก็ได้รับการประกันตัวอย่างรวดเร็ว แต่คนเสื้อแดงจำนวนมาก บอกว่าจะช่วยเหลือตั้งแต่ปีใหม่ ต้องนี้รัฐบาลยังทำอะไร จึงยิ่งสร้างความรู้สึก 2 มาตรฐานในหัวใจคนเสื้อแดง ซึ่งวนมากลายเป็นประเด็นที่หยิบมาโจมตีรัฐบาล ผลคือ เอกภาพของคนในชาติไม่มีเหลือ ความชัดเจนเรื่องการยุบสภาเลือกตั้งใหม่ก็ไม่มี ผลคือ นักธุรกิจก็รอดูสถานการณ์ยังไม่กล้าลงทุน รัฐบาลมองตัวเองเป็นพรรคประชาธิปัตย์ แต่ไม่ได้มองว่า เป็นผู้บริหารประเทศที่ต้องทำเพื่อประชาชนทุกกลุ่มทั้งหมด ส.ว.จึงต้องติติงบ้าง" นายสิงห์ชัย กล่าว

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ