ส.ว.หนุนแก้ม.190

วันที่ 25 ม.ค. 2554 เวลา 13:03 น.
ส.ว.หนุนแก้ม.190 เสนอ รัฐบาลปรับความพร้อมประเทศไทยรองรับกระแสโลก รสนา จวก รัฐบาลชอบทำให้รัฐสภาเป็นตรายางยัด เสนอแก้เนื้อหาเพื่อตั้งกมธ.กลั่นกรองก่อนเสนอรัฐสภา

การประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 2 มาตรา 190 ว่าการด้วยการทำสนธิสัญญากับต่างประเทศ ที่จะต้องผ่านการเห็นชอบจากรัฐสภา  มีสมาชิกขอแปรญัตติไว้จำนวน  36  คน ทั้งนี้ตั้งแต่เปิดการประชุม สมาชิกรัฐสภาก็ได้เริ่มการอภิปรายตามลำดับที่มีการยื่นขอสงวนแปรญัติติ  โดยการอภิปรายในมาตรา 190 ปรากฎว่าส่วนใหญ่จะเป็นสมาชิกวุฒิสภาที่ให้ความสนใจในการอภิปรายมาตรานี้มากว่าสส.

นายสิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ ส.ว. นครศรีธรรมราช กล่าว ควรตัดวรรคท้ายสุดของมาตรา 190 ที่ ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยประเภทของหนังสือสัญญาออกไป เพราะทำให้กระบวนการพิจารณาล่าช้า และหากเปลี่ยนให้รัฐสภาเป็นผู้พิจารณาเห็นชอบแทนก็จะทำให้การทำงานรวดเร็ว ขึ้น

ด้าน น.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กทม. กล่าวว่า การแก่ไขมาตรา 190 ควรแก้ไขให้ชัดเจน เพื่อเป็นการปกป้องผลประโยชน์ของชาติทั้งด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงของ ประเทศ ทั้งนี้รัฐบาลมักจะเสนอเรื่องอย่างเร่งด่วนทำให้รัฐสภาเป็นเหมือนตรายางที่ เซ็นเช็คเปล่าไปทำอะไรก็ได้  ดังนั้นหากมีการแก้ไขมาตรานี้ ควรจะมีการตั้งคณะกรรมาธิการรัฐสภาขึ้นมาพิจารณากลั่นกรอง เนื้อหาสาระของหนังสือสัญญาและการดำเนินการของคณะรัฐมนตรี ก่อนนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาด้วย

น.ส.รสนา กล่าวว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยเสียเปรียบอย่างมากจากการเปิดเขตการค้าเสรีกับต่างประเทศโดยพบว่าธุรกิจขนาดใหญ่กว่า 40% และธุรกิจขนาดกลางและเล็ก 60%เสียเปรียบเพราะขาดความพร้อมในการเข้าสู่ระบบการค้าเสรี หากปล่อยไว้อย่างนี้โดยไม่มีการแก้ไขการทำเขตการค้าเสรีอาเซียนในอนาคตจะทำให้ประเทศไทยกลายเป็นแหล่งหาประโยชน์ที่ให้ต่างประเทศเข้ามาตั้งฐานการผลิตเพื่อลดภาระภาษีและบริษัทแม่ของต่างประเทศที่มาผลิตในไทยก็ส่งกำไรกลับประเทศตัวได้เป็นจำนวนมาก รวมไปถึงการลงทุนอุตสาหรกรรมที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

"ปล่อยไว้อย่างนี้ต่อไปสิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นสึนามิทางเศรษฐกิจที่ถล่มประเทศไทยและทับถมให้คนในประเทศเสียหายทั้งหมด ดังนั้น รัฐบาลต้อ
งดำเนินการแก้ไขในส่วนนี้อย่างเร่งด่วนนอกเหนือไปจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างเดียว" น.ส.รสนา กล่าว

บทความแนะนำ