มาร์ค แนะตำรวจทำหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง

วันที่ 15 ม.ค. 2554 เวลา 17:45 น.
นายกฯ ร่วมงานสัมมนาตำรวจ ย้ำให้ทำงานด้วยความเป็นกลาง ตั้งเป้าลดอาชญากรรมในกรุงเทพฯ 20 %  ด้านตำรวจระบายเจ้าหน้าที่พร้อมทำงานแต่ขาดอุปกรณ์สนับสนุน          วันนี้(15 ม.ค.) เมื่อเวลา 15.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เข้ารับฟังปัญหาและมอบนโยบายแก่ตำรวจชั้นประทวนจาก 13 จังหวัด ในการสัมมนาตำรวจเรื่อง “การเสริมสร้างการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” ที่อาคารรัฐสภา โดยมีนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาควบคุมการสัมมนา

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่าการจัดสัมมนาเพราะมองเรื่องความแตกแยกขัดแย้งของบ้านเมืองมีมาก การแก้ปัญหาต้องมาจากระดับพื้นที่ จึงจะแก้ปัญหาได้ดีที่สุด ทั้งนี้ระบอบประชาธิปไตยเห็นไม่ตรงกันก็ไม่แปลก ขนาดบ้านเดียวกันคนสองคนใช่จะเห็นตรงกัน แต่ไม่ใช่ว่าเห็นไม่ตรงแล้วจะต้องอยู่ในร่วมกันไม่ได้

ถ้าทุกคนปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง เพราะตนเองเข้าใจว่าในฐานะของประชาชนท่านจะชอบหรือไม่ชอบ สนับสนุนหรือไม่สนับสนุนพรรคการมืองก็เป็นธรรมดา แต่ถ้าเราปฏิบัติหน้าที่เป็นกลาง และส่งเสริมให้ประชาชนไม่ใช้ความรุนแรงและผิดกฏหมาย บ้านเมืองคงจะเดินไปได้ ตนเองไม่คาดหวังและหลอกตัวเองว่าจะทำให้ทุกคนเห็นตรงกันได้ แต่ถ้ามีความขัดแย้งรุนแรง ทะเลาะเบาะแว้งตำรวจก็ต้องเข้าไปแก้ปัญหา เพราะเมื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้วจะเป็นภาระของทุกฝ่าย ดังนั้นต้องไม่ให้ปัญหาเกิดตั้งแต่ต้น ไม่อยู่ในวังวนความรุนแรงก็จะช่วยให้บ้านเมืองเดินได้ ประชาชนล้ามากไม่ต้องการเห็นความวุ่นวายอีก

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า การแสดงความคิดเห็นในการสัมมนามีการบันทึกไว้และเจ้าหน้าที่รัฐสภาจะรวบรวมส่งให้ตนซึ่งตนจะส่งต่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องนำประเด็นปัญหาและข้อร้องเรียนต่างๆไปแก้ไข ทั้งนี้ในส่วนของนโยบายรัฐบาลมี 2 ส่วน คือ 1.ก่อนปีใหม่หลายพื้นที่มีการร้องเรียนค่อนข้างมากเกี่ยวกับยาเสพติด ตู้ม้าและอบายมุข จึงมีการดำเนินการตามที่ประชาชนให้ข้อมูลโดยหลายพื้นที่ดำเนินการเพียง 7-10 วัน ซึ่งปัญหาก็ย้อนกลับมา ตนจึงคุยกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร ว่าต้องเข้มงวดกวดขันเป็นพิเศษ แต่อย่างไรก็ตามบางพื้นที่ดำเนินการจนประชาชนแสดงความพึงพอใจว่าเราเอาจริง ตนจึงขอให้ทุกฝ่ายร่วมมือและเอาจริง รวมทั้งขอให้ทุกท่านปฏิบัติตามนโยบายและรักษากฎหมายอย่างเครงครัด
         
นายกฯ กล่าวอีกว่า 2.ในแผนปฏิรูปประเทศไทย มีหนึ่งคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ว่ารัฐบาลต้องการลดอาชญกรรมในพื้นที่กทม. 20% ภายในระยะเวลา 6 เดือน เพราะยังพบตัวเลขว่าหลายจุดมีปัญหาอาชญากรรมซ้ำแล้วซ้ำเล่า จึงต้องมีการบูรณาการในเรื่องของอุปกรณ์ โดยเฉพาะซีซีทีวี ที่จะขอความร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่อเชื่อมโยงข้อมูล นอกจากนี้จะมีการระดมคนไปช่วยตำรวจ โดยใช้เครือข่ายของกระทรวงยุติธรรม อาทิ เครือข่ายยุติธรรมชุมชน อาสาสมัครกลุ่มต่างๆ เพื่อช่วยตำรวจทำงานในการป้องกันอาชญกรรม และในแผนปฏิรูปยังระบุว่าในกลุ่มมอเตอร์ไซรับจ้างนั้นจะมาช่วยเป็นอาสาพิทักษ์ชุมชนด้วย

จากนั้นนายชัย เปิดโอกาสให้ดาบตำรวจที่เข้าสัมมนาได้สอบถามนายกรัฐมนตรี โดยดาบตำรวจนายหนึ่งขอให้รัฐบาลช่วยดูในเรื่องของเงินเสี่ยงภัยของตำรวจชั้นประทวน ขณะที่ดาบตำรวจอีกรายหนึ่งระบุถึงปัญหาของเสื้อเกราะที่ขาดแคลนว่า ตำรวจถูกคนร้ายยิงตายเป็นเรื่องที่น่าเศร้า น่าสงสารสำหรับครอบครัวที่อยู่ข้างหลัง จึงขอให้รัฐบาลให้การสนับสนุนอุปกรณ์จำพวกเสื้อเกราะให้กับตำรวจทุกนายทั่วประเทศ รวมทั้งอุปกรณ์ อย่างอาวุธปืน บางครั้งโรงพักที่ตนอยู่ปืนยังไม่เพียงพอและที่มีก็เก่า ส่วนเครื่องมือสื่อสาร รถที่ใช้ในการทำงานและอุปกรณ์ในกิจการของตำรวจมีความจำเป็นมาก
         
ขณะที่ดาบตำรวจอีกคน กล่าวว่า ตำรวจมีความพร้อมในการดูแลความสงบ เพราะมีความพร้อมด้านบุคลากรที่มีความสารถ แต่ที่ยังหย่อนอยู่หน่อยคือเรื่องของการบริหารจัดการที่ต้องการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องความถูกต้องตามหลักการ ตามครรลองครองธรรม ความรวดเร็วทันการและความเสมอภาคทั่วถึง  เช่น เรื่องเทคโนโลยีในการปราบปราม อย่างซีซีทีวี ซึ่งบางดรงพักยังไม่มีซีซีทีวีที่เป็นของโรงพัก

ขณะที่ดาบตำรวจนายหนึ่งเสนอให้มีความจริงจังในการกวาดล้างยาเสพติด เพราะสังเกตุว่าการกวาดล้างมีทุกเทศกาล ปีใหม่ สงกรานต์ตรุษจีน โยกย้ายก็จะนำมา ซึ่งการตระเตรียมจับกุม
         
“และทุกทีที่มีการจับกุมในช่วงเทศกาล ผมตั้งข้อสังเกตุว่าอาจจะมีการเลี้ยงคนร้ายเอาไว้เพื่อรอเทศกาล แล้วก็มีการจับกุมแถลงข่าวใหญ่โต หรือผมคิดไปเองไม่ทราบ”ดาบตำรวจ จากบางบัวทองกล่าว