"พรรคก้าวไกล"เสนอ4ทางเลือกปลดล็อกท้องถิ่นย้ำเป็นทางรอดประเทศ

วันที่ 28 มิ.ย. 2565 เวลา 15:18 น.
"พรรคก้าวไกล"เสนอ4ทางเลือกปลดล็อกท้องถิ่นย้ำเป็นทางรอดประเทศ
พรรคก้าวไกลระดมสมองเปิดเวที "กระบี่ดีกว่านี้ได้ถ้าปลดล็อกท้องถิ่น"ย้ำเป็นทางรอด ไม่ใช่ทางเลือก พร้อมเสนอแก้ไขใน 4 ประเด็น ปลดล็อกเงิน-ปลดล็อกคน-ปลดล็อกงาน-ปลดล็อกอำนาจ

พรรคก้าวไกล เปิดเวที “ขอคนละชื่อ ปลดล็อกท้องถิ่น” พร้อมจัดบรรยายในหัวข้อ “กระบี่ดีกว่านี้ได้ถ้าปลดล็อกท้องถิ่น” โดยมี แกนนำพรรคอย่าง อ.ถวิล ไพรสณฑ์ ทีมกฎหมายพรรคก้าวไกล อดีตรมว.ทบวงมหาวิทยาลัย ในรัฐบาลชวน หลีกภัย อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร อดีตส.ส. 8 สมัย และเป็นอดีตมือกฎหมายของพรรคประชาธิปัตย์ นายวรภพ วิริยะโรจน์ ส.ส.พรรคก้าวไกล นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ส.ส.พรรคก้าวไกล และ นายวศิน สิริเกียรติกุล ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กระบี่ พรรคก้าวไกล ณ ที่ห้องประชุมสุดมงคล ชั้น 2 สำนักงานเทศบาลเมืองกระบี่

นายวศิน กล่าวว่า กระบี่เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพในจัดเก็บภาษีได้สูงเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ แต่เมื่อเทียบกับเม็ดเงินที่รัฐบาลกลางจัดสรรกลับมาพัฒนาจังหวัดกระบี่กลับสวนทางกันมากเหลือเกิน การปลดล็อกท้องถิ่น จึงเป็นทางรอด ไม่ใช่ทางเลือก หากเราผลักดัน การปลดล็อก 4 ด้าน คือ 1.ปลดล็อกเงิน โดยเสนอให้เพิ่มสัดส่วนรายได้ที่ท้องถิ่นหามาได้กับรายได้ที่ส่วนกลางได้รับในอัตราส่วน 50 ต่อ 50 ภายใน 3 ปี ซึ่งปัจจุบันอยู่ในอัตราที่ 65 ต่อ 35 เพื่อเพิ่มอิสรภาพในการหารายได้และตัดสินใจใช้งบประมาณด้วยตัวเอง 2.ปลดล็อกคน ในระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ผู้บริหารและสมาชิกสภาท้องถิ่น ต้องมาจากการเลือกตั้งทั้งหมด ไม่ว่าท้องถิ่นแบบทั่วไปหรือแบบพิเศษ

3.ปลดล็อกงาน เพิ่มอำนาจท้องถิ่นในการจัดทำบริการสาธารณะ แก้ปัญหากฎหมายซ้ำซ้อน ที่ให้ราชการส่วนกลางและราชการส่วนภูมิภาคมีอำนาจจัดทำบริการสาธารณะแบบเดียวกับที่ท้องถิ่นทำ ทำให้เกิดปัญหาว่าใครมีอำนาจทำกันแน่ และ 4.ปลดล็อกอำนาจ คือ อำนาจหน้าที่ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) มีอำนาจหน้าที่จัดทำบริการสาธารณะในระดับท้องถิ่น มีบางเรื่องเท่านั้นที่ท้องถิ่นทำไม่ได้ เช่น ความมั่นคงในราชอาณาจักร เรื่องระบบเงินตราการต่างประเทศ นอกนั้นแล้วท้องถิ่นทำได้ทั้งหมด เว้นแต่ว่าบางกรณีที่ท้องถิ่นเห็นว่า ตนเองมีศักยภาพไม่เพียงพอ หรือร้องขอให้ส่วนกลางและส่วนภูมิภาคเข้ามาช่วย

นายวศิน กล่าวว่า หากปลดล็อกสำเร็จ ตนเชื่อว่า กระบี่จะเปลี่ยนไปตลอดกาล เพราะจะเปิดโอกาสให้ท้องถิ่นต่างๆ สามารถซ่อมถนน สร้างศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่ดีให้ลูกหลานของเรา ลงทุนในน้ำประปา จัดสวนสาธารณะที่ดีได้ จะเปิดโอกาสให้ท้องถิ่นและคนทุกคนกำหนดทิศทางการพัฒนาท้องถิ่นของตัวเองได้ ฉะนั้นทุกอย่างจะพัฒนาไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เพราะท้องถิ่นจะมีงบประมาณ และอำนาจในการตัดสินใจ ในการตั้งโครงการต่างๆ ที่ตรงกับความต้องการของคนในพื้นที่มากที่สุด และสามารถทำได้รวดเร็ว คล่องตัวกว่าเดิม ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยที่สำคัญพี่น้องประชาชนจะมีส่วนร่วมในการออกแบบและตรวจสอบการใช้งบประมาณได้ในคราวเดียวกัน ผมเชื่อว่ายิ่งพี่น้องประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมมากเพียงใด จะสามารถปิดช่องทางการทุจริตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แน่นอน