ทบ.แจงปมงบตรวจสอบGT200 ยันตั้งงบก่อนศาลมีคำพิพากษา

วันที่ 07 มิ.ย. 2565 เวลา 09:42 น.
ทบ.แจงปมงบตรวจสอบGT200  ยันตั้งงบก่อนศาลมีคำพิพากษา
กองทัพบกแจงการดำเนินคดีอาญาและคดีปกครองกรณี GT200 ระบุจำเป็นต้องตรวจสอบเครื่องเพื่อผลทางคดี ชี้การตั้งงบเพื่อตรวจสอบดำเนินการก่อนศาลมีคำพิพากษา

เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.65 กองทัพบก (ทบ.) ได้ชี้แจงภาพรวมของการดำเนินการทางกฎหมายต่อ GT200 ดังนี้

กรณีที่มีการอภิปรายในการตั้งงบประมาณเพื่อการตรวจสอบเครื่องตรวจจับสารเสพติด อาวุธ และวัตถุระเบิด (GT ๒๐๐ Detection Substances) ของกองทัพบกว่า เรื่องดังกล่าวโฆษกกระทรวงกลาโหม , สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ได้ชี้แจงสร้างความเข้าใจในข้อมูลที่ถูกต้องต่อสาธารณะในเบื้องต้นไปแล้ว กองทัพบกขอเรียนข้อมูลเพิ่มเติมในภาพรวมของการดำเนินการทางกฎหมายต่อ GT ๒๐๐ ดังนี้

หลังจากที่ กองทัพบกได้พบข้อมูลเกี่ยวกับประสิทธิภาพของ GT ๒๐๐ ที่ไม่เป็นไปตามคุณสมบัติและก่อให้เกิดความเสียหายต่อราชการ  กองทัพบกได้ยุติการใช้งานและได้ดำเนินการเพื่อประโยชน์ของทางราชการในทุกด้าน สิ่งสำคัญที่สุดคือได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อบริษัทเอกชนคู่สัญญา โดยตั้งแต่ปี ๒๕๕๙  ได้ดำเนินการฟ้องดำเนินคดีต่อบริษัทเอกชนคู่สัญญาใน ๒ ศาล เพื่อให้ครอบคลุมในมิติด้านกฎหมาย คือ คดีอาญาฐานฉ้อโกง และคดีทางปกครองฐานความผิดเกี่ยวกับสัญญา ซึ่งการดำเนินคดีของแต่ศาลมีความคืบหน้ามาอย่างต่อเนื่องตามกระบวนการ ตั้งแต่ ปี ๒๕๖๐ - ๒๕๖๕

โดยคดีอาญา ซึ่งดำเนินการตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ ศาลขั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกา มีคำพิพากษาเป็นที่สุดแล้ว เมื่อ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕  ให้จำเลยร่วมกันคืนเงินให้กองทัพบก เป็นจำนวน ๖๘๒,๖๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๗.๕  ต่อปี คดีอาญาเป็นอันสิ้นสุดลงและขณะนี้อยู่ในระหว่างการบังคับคดีให้ชดใช้เงินคืนกับกองทัพบก

ในระหว่างการดำเนินคดีอาญา กองทัพบกได้ยื่นฟ้องในคดีทางปกครองควบคู่กันไปด้วยโดยในคดีทางปกครองซึ่งดำเนินการตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ กองทัพบกได้ดำเนินการตามคำแนะนำของสำนักงานอัยการสูงสุด ที่ให้ตรวจ GT๒๐๐ ทุกเครื่อง เพื่อยืนยันว่าไม่มีประสิทธิภาพ และใช้เป็นสาระสำคัญประกอบการพิจารณาคดีทางปกครอง ในการนี้เพื่อให้ได้พยานหลักฐานที่เป็นประโยชน์ในทางคดี กองทัพบกจึงได้ตั้งงบประมาณในปี ๒๕๖๔ เพื่อตรวจสอบเครื่อง GT๒๐๐ จำนวน ๗๕๗ เครื่อง โดยส่งตรวจที่ศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (ศทอ.สวทช.) โดยเป็นการตั้งงบประมาณล่วงหน้าในขณะนั้น ก่อนที่คดีทางปกครองจะเป็นอันถึงที่สุดในปีต่อมา คือ มีนาคม ๒๕๖๕

การที่กองทัพบกมอบให้ สวทช.เป็นผู้ดำเนินการตรวจทดสอบ GT๒๐๐ เนื่องจาก สวทช.เป็นหน่วยงานกลาง มีมาตรฐานตามหลักการ อีกทั้งมีความเชี่ยวชาญในงานด้านนี้โดยตรง ผลการตรวจรับรองจะสามารถนำไปใช้เป็นหลักฐานที่มีความน่าเชื่อถือ อันจะเกิดประโยชน์ต่อการดำเนินคดีของทางราชการที่ กองทัพบกดำเนินการอยู่ในขณะนั้น

จากการวิพากษ์วิจารณ์ว่า ทำไมกองทัพบกต้องตั้งงบประมาณปี ๒๕๖๖ เพื่อใช้ในการตรวจสอบ GT๒๐๐ ทั้งที่ศาลมีคำพิพากษาในคดีดังกล่าวแล้วนั้น ขอเรียนว่าเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เนื่องจากเป็นการนำข้อมูลปีงบประมาณ ๒๕๖๔ มาเชื่อมโยงกับคำพิพากษาของคดีที่เกิดขึ้นในปี ๒๕๖๕ เป็นการเปรียบเทียบผิดห้วงเวลา 

ทั้งนี้กองทัพบกไม่ได้ตั้งงบประมาณในปี ๒๕๖๖ ในเรื่องดังกล่าว สำหรับการตั้งงบประมาณเพื่อการตรวจสอบ GT๒๐๐ นั้น หากคดีถึงที่สุดแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณ โดยตามระเบียบราชการหากงบประมาณไม่ถูกใช้ ก็จะถูกส่งคืนตามกระบวนการงบประมาณต่อไป 

ต่อข้อสงสัยที่ว่า ทำไมไม่นำคำพิพากษาในคดีอาญามาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีทางปกครอง เพื่อจะได้ไม่ต้องส่ง GT๒๐๐ ไปตรวจสอบนั้น ขอเรียนว่า ในขณะที่ตั้งงบประมาณ เพื่อขอตรวจ GT๒๐๐ ในปี ๒๕๖๔ นั้น คดีอาญายังไม่ถึงที่สุด ไม่อาจรู้ผลทางคดีได้ แต่การตรวจ GT๒๐๐ เป็นสิ่งสำคัญต่อคดีทางปกครองในขณะนั้น

กองทัพบกขอเรียนว่า การตั้งงบประมาณในการตรวจสอบ GT๒๐๐ จำนวน ๗.๕๗ ล้านบาท เป็นการตั้งงบประมาณก่อนที่ศาลจะมีคำพิพากษา และเป็นไปตามกระบวนการแสวงหาพยานหลักฐานประกอบคดี ภายใต้ข้อแนะนำจากหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายและวิทยาศาสตร์ และเมื่อคดีเป็นที่ยุติแล้ว ก็ได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายเพื่อมุ่งให้ทางราชการได้รับค่าเสียหายชดเชย เพื่อรักษาประโยชน์ของกองทัพและประเทศ ทั้งนี้นอกจากการดำเนินการตามกฎหมายต่อบริษัทคู่สัญญาแล้ว สำหรับเจ้าหน้าที่ของทางราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดหา GT๒๐๐ ก็ได้ถูกนำเข้าสู่กระบวนการสอบสวนทางวินัยและทางกฎหมายเช่นกัน