เต้-มงคลกิตติ์ พร้อมแลกตำแหน่งสส.ช่วยคดีแตงโม

วันที่ 02 มิ.ย. 2565 เวลา 18:25 น.
เต้-มงคลกิตติ์ พร้อมแลกตำแหน่งสส.ช่วยคดีแตงโม
ส.ส.เต้-มงคลกิตติ์ เขวี้ยงบัตร ส.ส.ทิ้ง พร้อมแลกตำแหน่งช่วยคดีแตงโม ลั่นไม่ได้ข่มขู่ทนายเดชาพร้อมอ่านบทกลอนศรีปราชญ์ฝาก4ทนายดัง

เมื่อวันที่ 2มิ.ย.65 นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ กล่าวถึงกรณีที่นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม พร้อมด้วยนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ และนายรัชพล ศิริสาคร ทนายความชื่อดัง ยื่นหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ตรวจสอบจริยธรรมว่า สามารถมาร้องเรียนได้ และเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความ เข้ายื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ในฐานะประธานกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.ป.ป.ช.) เพื่อขอให้สอบจริยธรรมร้ายแรง ตนไม่ได้มีปัญหาอะไรก็เป็นสิทธิ์ของท่านที่จะมาร้องเรียนได้แต่ข้อชี้แจงว่า เดิมทีตนมูฟออนคดีแตงโมไปแล้วเพราะจะต้องดำเนินการร่าง พ.ร.บ.สืบสวนสอบสวนคดีอาญา และร่างพ.ร.บ.เกี่ยวกับสำนักงานทนายรัฐ เพื่อปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมเพื่อภาพรวมของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการสืบสวน การพิสูจน์หลักฐานและนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งปัจจุบันร่างกฎหมายดังกล่าว ตนได้ให้ฝ่ายกฎหมายของพรรคฯ และฝ่ายกฎหมายสภาฯ ร่างเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยในสัปดาห์หน้าจะสามารถล่ารายชื่อ ส.ส. 20 คน เพื่อเสนอต่อประธานสภาฯ บรรจุระเบียบวาระการประชุมต่อไป

นายมงคลกิตติ์ กล่าวต่อว่า ตั้งแต่เมื่อวันที่ 26 พ.ค.65 นางภนิดา ศิระยุทธโยธิน แม่ของแตงโมได้มาขอความอนุเคราะห์พรรคฯ ให้มาช่วยดูแลคดีการเสียชีวิตของแตงโม เพราะแม่พูดกับตนตรงๆ ว่า ลูกแม่เสียชีวิตเนื่องจากไม่ใช่อุบัติเหตุ ตนก็สนใจและติดตามเรื่องนี้ตั้งแต่แตงโมเสียชีวิต และดำเนินการมาหลายบทบาท อีกทั้งไม่สามารถละทิ้งได้คือหน้าที่ของพรรคการเมืองตามข้อบังคับพรรคมีหน้าที่บำบัดทุกข์บำรุงสุขให้ประชาชน พรรคต้องเข้าไปช่วยเหลือทุกสถานการณ์ เป็นหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ และตนดำเนินการตามนโยบายพรรค ทั้งนี้คดีแตงโมเมื่อพรรครับผิดชอบแล้วต้องรับผิดชอบให้ถึงที่สุด เราไม่สามารถทิ้งแม่ไปต่อสู้คนเดียวอย่างโดดเดี่ยวเดียวดายได้ เมื่ออัยการส่งฟ้องไปตามสำนวนของตำรวจ ตนเชื่อว่าคนบนเรือได้สารภาพหมดแล้ว แต่ทางเราได้ประชุมหารือร่วมกันว่ามีหลักฐาน แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ เพื่อยืนยันศาลโดยตรงว่าแตงโมถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บจนถึงแก่ชีวิต

นายมงคลกิตติ์ กล่าวด้วยอารมณ์พร้อมถอดบัตรประจำตัว ส.ส.ออกว่า “หากผมไม่สามารถคุ้มครองแม่ของแตงโมได้ ก็ไม่มีหน้าจะเป็น ส.ส. และคนอย่างผมหากคิดจะสู้ไม่กลัวอะไรอยู่แล้ว และไม่กลัวจะตรวจสอบคุณสมบัติ ไม่กลัวติดคุก แม้จะถูกตัดสิทธิ์ 10 ปี ก็ยอม หากช่วยให้กระบวนการยุติธรรมดีขึ้น ผมพร้อมจะแลก เพราะยังมีคนอื่นทำหน้าที่แทน ตามอุดมการณ์ของพรรคไทยศรีวิไลย์ และหากผมผิดจริง ไม่ต้องมาตัดสิน เพราะจะลาออกด้วยตนเอง ผมไม่ได้ข่มขู่ทนายเดชา แต่เป็นการตักเตือนกัน และขอให้ไปถามทนายเดชา ว่าข่มขู่อะไรผมไว้บ้าง และยืนยันจำเป็นที่จะเป็น ส.ส.ต่อ เพื่อให้ความเดือดร้อนของประชาชนที่ผมดูแลอยู่ผ่านพ้นไปด้วยดี”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในระหว่างนี้ นายมงคลกิตติ์ มีน้ำเสียงสั่นเครือคล้ายกับจะร้องไห้อยู่ตลอด

เมื่อถามว่า อยากฝากบอกอะไรกับทนายความเหล่านั้นบ้าง นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า ตนขอฝากไปยังทนายความ 4 คน ว่า ให้ดูด้วยว่าตนกำลังทำอะไรอยู่ และท่านทำอะไรอยู่ เพราะตนพยายามช่วยเหลือแม่แตงโม ทุกทางที่ทำได้ แต่ทั้งทนายทั้ง 4 คน พยายามระงับกระบวนการยุติธรรม และส่วนตัวไม่โกรธที่จะไปร้องเรียน สามารถทำได้ แต่เสียใจเพราะจะทำให้เสียเวลาในการต่อสู้คดี ขอร้องอย่าวางตะปูเรือใบ หากทำงานนี้เสร็จแล้วจะทำลาออกเอง

จากนั้น นายมงคลกิตติ์ ได้อ่านบทกลอนของศรีปราชญ์ ฝากถึงทนายทั้ง 4 คน ว่า “ธรณีนี่นี้เป็นพยาน เราก็ศิษย์มีอาจารย์หนึ่งบ้าง เราผิด 4-5 คนมาประหารเราชอบ เราบ่ผิดท่านมล้างดาบนั้นคืนสนอง”