"พล.อ.นิพัทธ์-อดีตรองอธิการจุฬาฯ"ติดโผทีมบริหารกทม."ชัชชาติ"

วันที่ 27 พ.ค. 2565 เวลา 17:00 น.
"พล.อ.นิพัทธ์-อดีตรองอธิการจุฬาฯ"ติดโผทีมบริหารกทม."ชัชชาติ"
ทีมบริหารกทม.ชัชชาติ1ใกล้คลอด"จักกพันธุ์-วิศณุ"นั่งรองผู้ว่าฯ"พล.อ.นิพัทธ์ -ต่อศักดิ์ -เกษรา "ทีมที่ปรึกษาเตรียมประกาศหลังกกต.รับรอง

เมื่อวันที่ 27พ.ค.2565 ความคืบหน้าเกี่ยวกับทีมบริหารกรุงเทพมหานคร ของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ว่าที่ผู้ว่าฯกทม.นั้น ล่าสุดที่ลงตัวแล้วประกอบด้วย ตำแหน่ง รองผู้ว่าฯ กทม นายจักกพันธุ์ ผิวงาม อดีตรองผู้ว่าฯกทม. นายวิศณุ ทรัพย์สมพล อดีตรองอธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ขณะที่ตำแหน่งคณะที่ปรึกษา ประกอบด้วย 1.นายต่อศักดิ์ โชติมงคล อดีตผู้อำนวยการโรงงานยาสูบ 2.พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก อดีตปลัดกลาโหม 3.นางเกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กก.ผจก.บริษัทเสนาดีเวลลอปเมนท์ อดีตอาจารย์คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬา และ 4.น.ส.วิลาวัลย์ ธรรมชาติ อดีต สก.เขต จตุจักร พรรคเพื่อไทย

ในขณะที่ตำแหน่ง เลขานุการผู้ว่าฯกทม. คือ นายภิมุข สิมะโรจน์ อดีตรองหัวหน้าพรรคกล้า และอดีตปธ.กรรมการบริหาร บริษัท ซัสโก้ ส่วนผู้ช่วยเลขาฯ นายณัฐวัฒน์ พอใช้ได้ กรรมการผู้จัดการของ บริษัท ณัฐพร อินเตอร์เนชั่นแนล ลอว์ ออฟฟิศ จำกัด และบริษัท อีโคเซฟ จำกัด ซึ่งเป็นธุรกิจออแกไนซ์ด้านการศึกษา

ด้าน นายชัชชาติ กล่าวระหว่างลงพื้นที่ร่วมกับนายจักกพันธุ์ ผิวงาม อดีตรองว่าฯ กทม. นายภิมุข สิมะโรจน์ อดีตรอง หัวหน้าพรรคกล้า และคณะทำงานว่า ทั้งสองคนก็มาช่วยทำงานอยู่แล้ว ส่วนตำแหน่งไหนให้รอประกาศอีกครั้ง วันนี้ ให้มาทดลองงานก่อน ว่าทำงานดีหรือไม่ ซึ่งได้พูดคุยทั้งหมดแล้ว

ทั้งนี้มีทีมทำงานครบหมดแล้ว แบ่งเป็น3กลุ่ม กลุ่มแรกคือ รองผู้ว่าฯ และเลขา มีทั้งหมด 5 ท่าน กลุ่มที่ปรึกษาการเมือง 9 ท่าน ส่วนกลุ่มที่สามคือกลุ่มที่ปรึกษาทางวิชาการไม่เกี่ยวกับการเมือง มีเป็นจำนวนมาก เป็นที่ปรึกษาเฉพาะทาง เป็นผู้เชี่ยวชาญจริงๆ ก่อนหน้านี้ช่วงหาเสียงมาช่วยงานไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องการเมือง แต่หลังได้ตำแหน่งแล้ว กลุ่มนี้จะเปิดตัวได้ชัดเจนขึ้น และตอนนี้มีครบแล้วส่วนการติดตามการรับรองจาก กกต.ก็คงต้องรอท่านแจ้งอีกครั้ง

นายชัชชาติ ยังบอกอีกว่า เงื่อนไขเดียวที่เลือก นายจักกพันธุ์ เพราะตนเองตื่นตี 4 คุยงานกับท่านได้ ท่านตื่นตี 4 เหมือนกัน สบาย และส่วนมากก็คุยเรื่องงาน กฎหมาย หากติดขัดอะไรท่านหาข้อมูลประสานให้ได้หมด และ นายจักกพันธุ์ เป็นคนขยัน ใจบุญ ซื่อสัตย์สุจริตได้รับการรับรองเรื่องนี้จากข้าราชการ กทม.

สำหรับ นายภิมุข ก็ทำงานด้วยกันมานาน เป็นนักธุรกิจ ทำการเมืองได้ บุคลิกดี ลุยด้วยกันได้ และเคยทำการเมืองเข้าใจประชาชนได้ครบในทุกมิติ ส่วนจะตำแหน่งเลขาฯหรือไม่ คงพูดคุยกันอีกที

“ทุกคนที่มาช่วยไม่มีใครอยากได้ตำแหน่ง จากคนที่มาช่วยเป็น 100 คน ผมก็จะดูว่าคนไหนเหมาะกับงานอะไร ซึ่งเป็นข้อดีของการเป็นอิสระ ทุกตำแหน่งก็เป็นคนเลือกด้วยมือตัวเอง ไม่ต้องมีคนมาสั่ง ทำให้เราสบายใจ คนทำงานก็สบายใจ มองว่านี่คือพลังของความเป็นอิสระ เพราะสามารถเลือกคนที่เราเห็นได้และทำให้เรามั่นใจ ส่วนแนวร่วมเพิ่มเติมก็มีผู้หญิงแน่นอน และมีคนพิการด้วย"นายชัชชาติ กล่าว

ด้าน นายจักกพันธุ์ บอกว่า ก็พร้อมรับตำแหน่ง หาก กกต.รับรอง และเหตุผลที่ตัดสินใจมาร่วมงาน ยอมรับว่า กทม.ต้องพัฒนาอีกเยอะ ที่ผ่านมาปัญหาเรื่องการเมืองค่อนข้างเยอะ ตอนที่ตนเองตัดสินใจเข้าร่วมกับ นายชัชชาติ เพราะความเป็นอิสระ ซึ่งมองว่า หากการบริหารงานมีความเป็นอิสระ ก็จะทำให้กทม.เกิดการพัฒนาขึ้นอย่างมากมาย และ ชัชชาติ เป็นคนเก่งเป็นคนดี มีความรู้ความสามารถช่วยพัฒนา กทม.ได้

ขณะที่ นายภิมุข กล่าวว่า สิ่งที่ทำให้ตัดสินใจมาร่วมงาน กับ นายชัชชาติ เพราะชอบงานการเมืองอยู่แล้ว แต่ช่วงที่เว้นวรรคไป เพราะเห็นบรรยากาศมันขัดแย้ง และตนเองชอบงาน กทม.เป็นหลัก พอเห็น นายชัชชาติ มาตั้งทีม ทำงาน กทม.แบบอิสระ ก็น่าจะมาช่วยได้ เลยอาสาตัวเข้ามา ยืนยันว่า ไม่ได้คิดถึงเรื่องตำแหน่ง แค่อยากมาช่วยงานจริงๆ