เพื่อไทยแพร่คลิปรัฐประหารปี57 นาทีประยุทธ์ยึดอำนาจจากยิ่งลักษณ์

วันที่ 21 พ.ค. 2565 เวลา 13:58 น.
เพื่อไทยแพร่คลิปรัฐประหารปี57 นาทีประยุทธ์ยึดอำนาจจากยิ่งลักษณ์
เพื่อไทยแพร่คลิป ‘เสี้ยววินาทีปลายกระบอกปืนจ่อหัวประชาชน รัฐประหาร 57’เผยนาทีประยุทธ์ ยึดอำนาจจากยิ่งลักษณ์

พรรคเพื่อไทย เผยแพร่คลิปวิดีโอ ‘เสี้ยววินาทีปลายกระบอกปืนจ่อหัวประชาชน รัฐประหาร 57’ ( https://youtu.be/_I35nVr-Mis ) ความยาว 18 นาที เผยนาทีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา กระทำรัฐประหาร ยึดอำนาจจากรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร บอกเล่าช่วงเวลาก่อนทำรัฐประหารและหลังรัฐประหารเป็นเวลา 7 วัน ผ่านแกนนำพรรคเพื่อไทย ที่ยืนหยัดรักษาประชาธิปไตยแต่ต้องถูกกระทำต่างๆ นานา จากฝ่ายผู้กระทำการรัฐประหาร

ผู้ที่ร่วมเล่าเหตุการณ์ในสารคดีนี้ คือ ชัยเกษม นิติสิริ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย ซึ่งขณะนั้นดำรงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และเป็นผู้ที่อยู่ในห้องเจรจา และกล่าวยืนยัน ‘ไม่ลาออก’ , ภูมิธรรม เวชยชัย กรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง พรรคเพื่อไทย ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคเพื่อไทย , นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่านและหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และ รศ.ดร.พวงทอง ภวัครพันธุ์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

คลิปวิดีโอนี้ แกนนำพรรคเพื่อไทยเปิดเผยต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรกถึงความพยายามปกป้องประชาธิปไตย ขณะที่กำลังเผชิญหน้ากับผู้นำกองทัพและกำลังทหารที่พร้อมไปด้วยอาวุธสงคราม ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ซึ่งต่อมาได้ทำให้สมาชิกพรรคเพื่อไทยแต่ละคนถูกจับกุมคุมขังและจำกัดเสรีภาพ รวมไปถึงการเปิดเผยถึงการกดดันและการต่อรองในการจัดให้มีการเลือกตั้ง และยังเล่าย้อนถึงการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. ที่เป็นต้นสายปลายเหตุของการรัฐประหาร แม้ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นจะตัดสินใจประกาศยุบสภา คืนอำนาจให้ประชาชน แต่การชุมนุมก็ยังไม่ยุติ และต่อมาได้ทำให้สถานการณ์ลุกลามบานปลายทำให้เกิดการทำลายประชาธิปไตยครั้งใหญ่

ในคลิปวีดีโอดังกล่าว แกนนำพรรคเพื่อไทยได้ ถอดบทเรียน การเดินหน้าเสนอ ‘พ.ร.บ. นิรโทษกรรม’ ในครั้งนั้น โดย ‘ภูมิธรรม’ ในฐานะหนึ่งในผู้ร่วมบุกเบิกก่อตั้งพรรคไทยรักไทย กล่าวว่า “ผมอยู่กับพรรคไทยรักไทยมาตั้งแต่ต้น เชื่อว่าพรรคไทยรักไทย พลังประชาชน เพื่อไทย เป็นสถาบันทางการเมืองที่รวบรวมคนที่มีความตั้งใจดี อยากทำอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ และคนเหล่านี้ได้ทุ่มเท อุทิศชีวิตตัวเองเข้ากับระบบการเมืองของประเทศ แต่ภายใต้ระบบการเมืองและการรัฐประหาร ได้ทำลายชีวิต บางคนต้องตาย ติดคุกติดตาราง และหลายคนต้องระเห็จระเหเร่ร่อน ไม่เฉพาะผู้นำพรรคเท่านั้นที่ต้องไปอยู่ต่างประเทศ

“ผมคิดว่าอันนี้เป็นปัญหาที่สะท้อนให้เห็นว่าการใช้อำนาจที่เกินขอบเขตของคนมีอำนาจกลุ่มหนึ่ง ได้ทำลายโอกาสของประชาชนและโอกาสพรรคการเมือง ซึ่งมันเป็นหัวใจของการบริหารจัดการทรัพยากรในสังคมให้เกิดความยุติธรรมได้อย่างเท่าเทียมที่สุด ที่นี่ไม่ได้มีความถูกต้องเหมาะสม 100 เปอร์เซ็นต์ ที่นี่ก็เป็นองค์กรที่เหมือนกับองค์กรอื่นๆ ในสังคมไทย ซึ่งมีทั้งสิ่งที่เป็นองค์ประกอบที่ถูกต้องบ้าง ผิดพลาดบ้าง แต่ทิศทางหลักที่เราเดิน เราเอาประชาชนเป็นที่ตั้ง และเรายังอยากทำสิ่งนั้นให้มันเกิดขึ้น ความฝันของเรา 2 เรื่องใหญ่ ซึ่งรวมศูนย์อยู่ที่ประชาชนคือ ประชาธิปไตย กับ ความยุติธรรม”