"'บิ๊กตู่"จี้เร่งปราบยาเสพติด ห่วงเยาวชนติดยามากขึ้น

วันที่ 18 พ.ค. 2565 เวลา 13:52 น.
"'บิ๊กตู่"จี้เร่งปราบยาเสพติด ห่วงเยาวชนติดยามากขึ้น
นายกฯ ผนึกกำลังทุกภาคส่วน ปราบปราม-ยึดทรัพย์ยาเสพติด เห็นผลเป็นรูปธรรม ห่วงเยาวชนติดยามากขึ้น เปิดช่องแก้ กม.ให้ดุลพินิจศาลกำหนดบทลงโทษ ย้ำ จนท.ยึดหลักสากล ไม่ใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุ ขอทุกภาคส่วนร่วมสร้างภูมิคุ้มกัน

เมื่อวันที่ 18 พ.ค. 65 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม แถลงภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิดการติดตามผลการบังคับใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด ว่า วันนี้ได้มาร่วมงานของกระทรวงยุติธรรมในการแถลงความก้าวหน้า การปฏิบัติงานเรื่องการปราบปรามยาเสพติด ตามแนวกฎหมายใหม่ โดยในปี 2564 จนมาถึงปี 2565 ได้มีการรวบรวมกฎหมายหลายฉบับ มาทำให้เกิดผลงานเป็นรูปธรรม ซึ่ง วันนี้เป็นที่น่าพอใจในบทบาทการปราบปรามและการยึดทรัพย์ สิ่งที่ตนให้ความสำคัญมากที่สุดคือการความร่วมมือจากทุกคน ทั้งภาคประชาชนและสื่อ รวมถึงสังคมต่างๆ และจะทำอย่างไรไม่ให้เด็กเยาวชนของเรา ติดยาเสพติดเพิ่มมากขึ้น เพราะจะทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิต และทำให้เกิดปัญหาในการดำรงชีวิต การดำรงชีพ ค่าใช้จ่ายต่างๆ มากมาย มันเป็นความสุขเพียงชั่วครู่เท่าที่ตนทราบซึ่งตนก็ไม่เคยลองเหมือนกัน ทั้งนี้ทั้งนั้นหลังจากติดยาเสพติด อันตรายจะติดตัวไปจนวันตาย พ่อแม่ก็มีความทุกข์ วันนี้หลายอย่างจะเห็นได้ว่ามีความก้าวหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการปราบปราม ขบวนการเครือข่าย การยึดทรัพย์ยาเสพติด และตนกำหนดไว้แล้วว่าให้เป็นวาระแห่งชาติ หนึ่งในนโยบายของรัฐบาล เราจะทำเรื่องนี้ต่อไป ให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้นโดยไม่มีข้อยกเว้น ละเว้นให้ความเป็นธรรม ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ฉะนั้นสามารถชี้แจงได้ทุกเรื่อง ต้องขอบคุณรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ป.ป.ส. ตำรวจทหาร ป.ป.ง. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดถือเป็นการบูรณาการร่วมกัน ในการบังคับใช้กฎหมาย

ทั้งนี้นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม กล่าวรายงานในที่ประชุม ก่อนรับชมผลการลงพื้นที่ปฏิบัติการ "ยุทธการพิทักษ์ไทย ยึดทรัพย์ ตัดวงจรยาเสพติด" จากนั้นนายกรัฐมนตรีมอบนโยบายว่า? ทุกภาคส่วนมีส่วนสำคัญในการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างครบวงจรและเป็นระบบ จนได้มีการพัฒนามาเป็นลำดับจากอดีตจนถึงปัจจุบัน หลายอย่างมีความก้าวหน้าที่ดีขึ้น? หลายอย่างอาจจะต้องแก้ไขปรับปรุง ?อาทิ? กฎหมาย เป็นตัวนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาศึกษาความเป็นไปได้ในการดำเนินการ ซึ่งทุกคนทราบดีอยู่แล้วว่ารัฐบาลได้กำหนดให้ยาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ แผนที่ 12 ของนโยบายเร่งด่วน ที่ทุกหน่วยงานจะต้องเข้ามาร่วมมือกัน?ทั้งภาครัฐ เอกชน ภาคประชาชน ทุกคนทราบดีถึงภัยของยาเสพติด? ที่มีผลกระทบต่อครอบครัว? สังคม? ประเทศชาติ และจะต้องทำให้ยาเสพติดหายไปจากสังคมไทย?

พล.อ.ประยุทธ์? กล่าวว่า วันนี้มีการแพร่กระจายอยู่ในหลายพื้นที่ในโลกใบนี้ ซึ่งเป็นอันตรายต่อประชาคมโลก ได้ทุกประเทศ ประมวลกฎหมายอาญายาเสพติดฉบับใหม่ ที่ต้องสร้างความสมดุลระหว่างการปราบปราม? โดยมีการรวมกฎหมาย 24 ฉบับ?เป็นฉบับเดียว? เพื่อความสะดวกและลดความซับซ้อน ทำให้ประชาชนเข้าถึงตัวบทกฎหมายต่างๆได้โดยสะดวกเข้าใจกฎหมาย? เพื่อให้เกิดความร่วมมือ? ความเข้าใจอย่างถูกต้องและได้ใช้ประโยชน์ในการอ้างอิงและบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นระบบ ที่จะป้องกันการแพร่กระจายของยาเสพติด รวมทั้งได้มีการปรับบทลงโทษการกำหนดโทษผู้ใช้ยาเสพติด? เนื่องจากเดิมมีการกำหนดโทษอย่างรุนแรง ไม่ได้แยกความผิด วันนี้ได้มีการพิจารณาในเรื่องนี้ ให้เกิดความเป็นธรรมเป็นประโยชน์ ในการลดโทษความผิดที่ไม่ร้ายแรง? เน้นลงโทษผู้ค้าหรือกระบวนการ โดยให้ศาลใช้ดุลยพินิจกำหนดโทษให้เหมาะสม? มีทางเลือกอื่นแทนการจำคุก? เพื่อลดปัญหานักโทษล้นเรือนจำ เปิดโอกาสให้ผู้กระทำความผิดร้ายแรงมีโอกาสกลับตัวเป็นคนที่ดีของสังคม ในส่วนของผู้เสพเรามุ่งเน้นนำวิธีการทางสาธารณสุขมาแก้ปัญหา โดยมองผู้เสพเป็นผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการรักษาบำบัดฟื้นฟู? และเปิดช่องสามารถนำยาเสพติดไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ การศึกษาวิจัย และทางเศรษฐกิจให้มากขึ้นในทางที่ถูกต้อง

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า โดยเมื่อวันที่ 9 ธ.ค.?ที่ผ่านมา?ตนได้มอบนโยบายและข้อสั่งการไปแล้ว ทั้งหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง ห่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้ปฏิบัติงาน ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ต้องกำหนดเป้าหมายทิศทางที่ชัดเจน ดำเนินการตามแผนด้านต่างๆ? เพื่อมุ่งหน้าไปสู่เป้าหมาย ซึ่งจากการรายงานทุกคนนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติอย่างเคร่งครัดและมีประสิทธิภาพ การยึดทรัพย์สินที่ตั้งเป้าหมายไว้ 10,000 ล้านบาท สามารถดำเนินการได้ไปแล้วรวมเกือบ 8,000 ล้านบาท นอกจากนี้ในเรื่องของผู้ต้องหา ขบวนการ เราต้องทำลายให้หมดเพราะหลายอย่างเกี่ยวกับเรื่องการฟอกเงิน การใช้จ่ายเงินที่ได้จากยาเสพติด ตนขอให้ทุกหน่วยงานปฎิบัติงานด้วยความเข้มแข็งต่อไปเพื่อบรรลุตามเป้าหมายที่วางไว้

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ส่วนปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด?- 19 อาจส่งผลให้การดำเนินชีวิตของประชาชน?มีความเปลี่ยนแปลงไป กลุ่มนักค้าผู้ค้ายาเสพติดมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบใหม่ และมีผู้เสพมีการผันตัวไปเป็นผู้ค้า หรืออาจมีผู้เสพยาเสพติดรายใหม่เพิ่มขึ้นในช่วงโควิด 19 ดังนั้นปัญหาของเราจะทำอย่างไรเพื่อลดจำนวนผู้เสพยาให้มีจำนวนน้อยลงให้มากที่สุด ซึ่งการดำเนินการจะสำเร็จได้ต้องให้ความสำคัญกับหมู่บ้าน ชุมชน และโรงเรียน ภาครัฐ? เอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะต้อง?บูรณาการร่วมกันทุกเรื่อง ทั้งแผนคน แผนเงิน? แผนงาน ทำงานร่วมกันทั้งในส่วนของแผนงานและงบประมาณที่มีอยู่ หรือไม่จำเป็นต้องใช้งบ ในการสร้างความเข้าใจความร่วมมือประชาสัมพันธ์ เพื่อจะช่วยกันสอดส่องดูแล? ไม่ให้มีการเพิ่มจำนวนนักเสพหน้าใหม่เพิ่มขึ้น ส่วนการปราบปรามเรามุ่งทำลายเครือข่าย?การค้าและการขยายผลไปสู่นายทุนที่ไม่แสวงหาผลประโยชน์อย่างยาวนาน? วันนี้เราใช้การยึดอายัดทรัพย์สินเป็นสำคัญ? เพื่อตัดท่อลำเลี้ยงของกระบวนการยาเสพติดควบคู่การเพิ่มเงินรางวัลให้กับการขยายผลยึดทรัพย์สินมากขึ้นถึงร้อยละ 30 เพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจให้เจ้าหน้าที่? ให้มีความมุ่งมั่นในการปฏิบัติงาน? และไม่รับเงินสินบนจากผู้ค้า

“ประเด็นสำคัญคือเจ้าหน้าที่ทุกคนต้องซื่อสัตย์สุจริต ทำงานเพื่อประเทศชาติ เพื่อประชาชนโดยไม่หวังผลตอบแทน? รัฐบาลจะดูแลตรงนี้เอง ในการดูแลพวกเราให้มีขวัญและกำลังใจ ที่มีการปรับรูปแบบตรงนี้ออกมาแล้ว เพราะฉะนั้นจะต้องไม่เลือกปฏิบัติ จะต้องให้ความเป็นธรรม? ไม่ใช้ความรุนแรงจนเกินเหตุตามหลักสากล? ทั้งหมดคือหลักการบังคับใช้กฎหมาย กับกระบวนการยุติธรรมของไทย ต้องเป็นแบบนั้น ฉะนั้นต้องทำอย่างระมัดระวังที่สุด” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวอีกว่า ตนมาวันนี้เพื่อรับทราบความคืบหน้าและปัญหาอุปสรรค ทั้งนี้ยาเสพติดมันติดง่ายในกลุ่มคนที่ค่อนข้างมีภูมิคุ้มกันน้อย สิ่งที่จะทำคือสร้างภูมิคุ้มกันและให้ความรู้ตระหนักถึงอันตรายของยาเสพติด จริงๆแล้วมันเหมือนกับฆ่าตัวตายทางอ้อม ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงอีกไม่กี่ปีข้างหน้าและอนาคตมันก็ป่นปี้ไปหมด สิ่งสำคัญที่สุดคืออนาคตของคนรุ่นใหม่เป็นสิ่งที่ตนเป็นห่วง โลกเจริญเทคโนโลยีเข้ามา โลกแคบลงไม่มีพรมแดน? สิ่งเหล่านี้จะทำให้ทุกคนสามารถเข้าสู่ห่วงโซ่ต่างๆเหล่านี้ได้โดยง่าย ทุกคนต้องช่วยกันระมัดระวัง? สิ่งสำคัญที่สุดคือการป้องกัน? ป้องปราม ย่อมแบ่งเบาภาระข้าราชการ การปราบราม และการรักษาลง เพราะฉะนั้นทุกคนต้องสร้างภูมิต้านทานให้ได้ในทุกพื้นที่ ทุกกลุ่ม นั่นคือสิ่งที่คนไทยต้องร่วมมือกัน และขอขอบคุณหน่วยงานจากต่างประเทศที่สนับสนุนการทำงานของพวกเราซึ่งเป็นกำลังใจอย่างยอดเยี่ยม และเราไม่ได้หวังอะไรอย่างอื่นเพราะเราต้องดูแลประเทศชาติ ขณะเดียวกันหลายอย่างเป็นตัวแบบไปใช้ที่อื่นได้

โดยในช่วงท้ายนายกรัฐมนตรียังเตือนเจ้าหน้าที่ ที่ต้องปฏิบัติงานโดยใช้อาวุธในการปราบปรามแนวชายแดนตนเป็นกังวลในส่วนนี้ที่สุด เพราะฉะนั้นอย่าไม่ประมาทการทำงาน ยุทธวิธีต่างๆต้องใช้อย่างระมัดระวังที่สุด