"ทูเดย์ โพลล์"สำรวจคนนึกถึง"สุดารัตน์"ก่อนใครให้เข้ามาช่วยแก้ปัญหา

วันที่ 17 พ.ค. 2565 เวลา 15:45 น.
"ทูเดย์ โพลล์"สำรวจคนนึกถึง"สุดารัตน์"ก่อนใครให้เข้ามาช่วยแก้ปัญหา
ทูเดย์ โพลล์ สำรวจความเห็นประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปในกทม.-ปริมณฑลถามผู้นำระดับประเทศที่นึกถึงให้เข้ามาช่วยแก้ปัญหา"คุณหญิงสุดารัตน์"ถูกนึกถึงเป็นอันดับแรก

เมื่อวันที่  17 พ.ค. โครงการวิจัยทูเดย์ โพลล์ (TODAY POLL) ดำเนินการวิจัยเชิงสำรวจ เรื่อง “ความพึงพอใจของชาว กทม. ต่อการเปิดประเทศ” กรณีศึกษาประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปในเขตกรุงเทพมหานคร ดำเนินโครงการระหว่าง วันที่ 1 เมษายน – 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 ลงพื้นที่เก็บข้อมูลในกรุงเทพมหานคร ด้วยวิธีการลงพื้นที่สัมภาษณ์รายบุคคลกับกลุ่มตัวอย่างจำนวน 1, ตัวอย่าง ประกอบด้วย เพศชาย ร้อยละ 56.45 เพศหญิง ร้อยละ 43.36 และเพศทางเลือก ร้อยละ 0.19 กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีช่วงอายุ 31-40 ปี ที่ร้อยละ 38.95 ประกอบอาชีพค้าขาย/ธุรกิจส่วนตัว ร้อยละ 51.34 และมีเงินเดือนอยู่ที่ 10,001-20,000 บาทต่อเดือน โดยใช้การสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบชั้นภูมิ ที่ค่าความเชื่อมั่นร้อยละ 97% และค่าความคลาดเคลื่อนบวกลบร้อยละ 3 มีรายละเอียด ดังนี้

เมื่อสอบถามถึงความคิดเห็นต่อการเปิดประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2565 และประสิทธิภาพการรับมือต่อการเปิดประเทศ พบว่า กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 63.12 ระบุว่าเห็นด้วย คิดว่าพร้อมแล้วที่จะเปิดประเทศ ในขณะที่ ร้อยละ 19.31 ยังไม่เห็นด้วย เพราะคิดว่ายังไม่พร้อม และร้อยละ 17.57 รู้สึกเฉย ๆ ยังไงก็ได้ เมื่อสอบถามถึงปัญหาทางสังคม เช่น การคุกคามทางเพศ อาชญากรรม เป็นต้น ที่อาจเกิดขึ้นเมื่อเปิดประเทศเป็นเรื่องใกล้ตัวหรือไม่ สิ่งที่น่าสนใจ พบว่า กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 71.46 รับรู้ว่าปัญหามีอยู่จริงแต่คิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว มีเพียงร้อยละ 28.54 คิดว่าเป็นเรื่องใกล้ตัว ยิ่งไปกว่านั้นกลุ่มตัวอย่างมากถึงร้อยละ 74.77 คิดว่าถ้าเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นจะส่งผลเชิงลบต่อประเทศ มีเพียงร้อยละ 20.40 คิดว่าไม่ส่งผลอะไร และร้อยละ 4.83 รู้สึกเฉยๆ

ประเด็นที่น่าใจคือ คณะผู้วิจัยได้สอบถามถึงความพึงพอใจของประชาชนต่อการเปิดประเทศในครั้งนี้ พบว่า กลุ่มตัวอย่างเพียงร้อยละ 25.30 ระบุว่าพึงพอใจที่ประเทศไทยสามารถรับมือได้ดี ในขณะที่กลุ่มตัวอย่างมากถึง ร้อยละ 74.70 ระบุยังไม่พอใจ เพราะคิดว่าควรจะทำให้ดีกว่านี้

นอกจากนี้ เมื่อสอบถามถึงผู้นำระดับประเทศที่นึกถึงที่สามารถช่วยแก้ปัญหาได้ พบว่า บุคคลที่ประชาชนนึกถึง เป็นอันดับแรก ได้แก่ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ รองลงมา คือ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ นายกรณ์ จาติกวณิช พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และท่านอื่น ๆ ตามลำดับ

การเปิดประเทศสร้างการตื่นตัว และความหวังให้ประชาชนในหลายมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการท่องเที่ยวซึ่งเป็นหนึ่งในรายได้หลักของประเทศ และการกระตุ้นเศรษฐกิจ การจับจ่ายใช้สอยจากนักท่องเที่ยวที่มาจากต่างประเทศ เพราะถึงแม้คนในประเทศจะรอคอยการกลับมาใช้ชีวิตแบบปกติ แต่กำลังจ่ายในการท่องเที่ยวนั้นลดลงมาก ไม่ว่าจะเป็นค่าชุดนักเรียนของลูกหลานที่กำลังเปิดเทอม ค่าอาหารการกินที่ราคาแพงขึ้นทุกวัน ราคาน้ำมันที่พุ่งกระฉูดบวกกับการจราจรที่ติดขัด จึงทำให้ประชาชนรู้สึกว่าปัญหาปากท้อง และเศรษฐกิจที่วิกฤติยังไม่ได้รับการแก้ไข จากผลสำรวจจะเห็นว่าถึงแม้ประชาชนส่วนใหญ่จะเห็นด้วยต่อการเปิดประเทศ แต่กลุ่มตัวอย่างได้เสนอแนะเพิ่มเติมว่าผู้มีส่วนเกี่ยวข้องควรทำได้ดีกว่านี้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ และไม่ให้โควิด-19 กลับมาระบาดอีก เนื่องจากการเปิดประเทศเป็นนโยบายที่ประชาชนรอคอย แต่หากไม่สามารถรับมือได้ดีก็อาจสร้างปัญหาอื่น ๆ ตามมา อาทิ โรคระบาด อาชญากรรม ปัญหาการว่างงานที่เกิดจากแรงงานต่างประเทศที่เข้ามาทำงานได้ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม การสำรวจครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความรู้สึกของประชาชนที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้ประเมินนโยบายของท่าน สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของประชาชนที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงที่สามารถช่วยดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนโดยตรง