พระดังลาออกจากกมธ.สภาหลังมติมหาเถรสมาคมห้ามยุ่งเกี่ยวการเมือง

วันที่ 12 พ.ค. 2565 เวลา 17:28 น.
พระดังลาออกจากกมธ.สภาหลังมติมหาเถรสมาคมห้ามยุ่งเกี่ยวการเมือง
"พระเมธีธรรมาจารย์(ประสาร)-พระครูปลัดสุวัฒนสัจจคุณ (ธีรวิทย์)"ออกแถลงการณ์ลาออกจากอนุกรรมาธิการและที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการศาสนาฯสภาผู้แทนราษฎรหลังมติมหาเถรสมาคมออกระเบียบห้ามยุ่งเกี่ยวการเมือง

เมื่อวันที่12พ.ย.2565 พระเมธีธรรมาจารย์ (ประสาร) เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย และพระครูปลัดสุวัฒนสัจจคุณ (ธีรวิทย์)รองเลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์ ขอลาออกจากอนุกรรมาธิการและที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการกิจการพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่นในกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร

ทั้งนี้แถลงการณ์ดังกล่าว ระบุว่า ตามที่อาตมาได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอนุกรรมาธิการและที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการกิจการพระพุทธ ศาสนาและศาสนาอื่น ในกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่วันที่ 14 พ.ย. 2562 นั้น ในเบื้องต้น อาตมาได้รับการทาบทามไปทำหน้าที่ในฐานะเลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยพระครูปลัดสุวัฒนสัจจคุณ (ธีรวิทย์) รองเลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ให้ไปปฎิบัติหน้าที่ดังกล่าวด้วยเหตุผลที่ว่า เป็นกรรมาธิการการศาสนาฯและอนุกรรมาธิการกิจการพระพุทธศาสนาฯ

ขณะเดียวกันผู้ที่ทาบทามได้แจ้งว่าเมื่อเป็นเรื่องของพระพุทธศาสนาโดยตรง จึงอยากจะให้มีพระสงฆ์ทั้งสองนิกาย ที่พอจะรู้เรื่องงานในกิจการของคณะสงฆ์และพระพุทธศาสนา มาร่วมทำหน้าที่ด้วย น่าจะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมของคณะสงฆ์ และพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะในอนุกรรมาธิการกิจการพระพุทธศาสนาฯนั้น ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ปรึกษาหรือแม้แต่ข้าราชการรัฐสภาในกรรมาธิการนี้ ส่วนใหญ่ก็เป็นชาวพุทธ ดังนั้นงานที่จะมาช่วยกันขับเคลื่อนจึงเป็นงานด้านการพิทักษ์ ปกป้อง คุ้มครองและประสานงานด้านคณะสงฆ์และพระพุทธศาสนา มิใช่งานในด้านการเมืองโดยตรง

อย่างไรก็ตามเบื้องต้น การตอบรับเข้าร่วมงานในฐานะพระสงฆ์ที่อยู่ภายใต้การปกครองของมหาเถรสมาคม จึงจำเป็นที่จะต้องคำนึงถึงพระธรรมวินัย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่งมหาเถรสมาคม กฎหมายบ้านเมือง วัฒนธรรมประเพณีและความเหมาะสมอื่นๆเป็นองค์ประกอบด้วย

อย่างไรก็ตาม เมื่อคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้แล้ว กอรปกับในอดีตที่ผ่านมาก็เคยมีพระมหาเถระที่ไปทำหน้าที่ในตรงนั้นมาแล้วด้วย ดังนั้นอาตมาทั้งสองรูปจึงตกลงที่จะไปทำหน้าที่ดังที่กล่าว

ตลอดระยะเวลา 2ปีแรกของการทำหน้าที่ (พ.ศ. 2562 - 2563) อาตมาทั้งสองได้สำนึกตลอดเวลาว่าเรามาทำหน้าที่เพื่อคณะสงฆ์ พระพุทธศาสนาและส่วนรวม ท่านทั้งหลายสามารถไปขอดูรายงานการประชุมในแต่ละครั้งได้ เพราะทุกครั้งที่มีการประชุมต้องเป็นการประชุมแบบเปิดเผยและสามารถเผยแพร่หรือให้ข้อมูลกับคนที่มาร้องขอได้ อาตมาทั้งสองจึงไม่เคยสนทนาแลกเปลี่ยนหรือประชุมหรือหารือกันทางการเมือง และตลอดเวลาที่ไปปรากฎตัวที่รัฐสภานั้นก็ไปด้วยสำนึกของสมณภาวะตลอดเวลา เห็นผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองก็จะไม่อยู่ให้เห็นในระดับสายตา คนมากก็หลีกเลี่ยง ขึ้นลิฟท์ก็หลบๆให้คนเบาบางก่อน รวมทั้งการหลบกล้องของสื่อมวลชนรัฐสภาด้วยนี่คือการทำหน้าที่ในสองปีแรก

การทำหน้าที่ในรอบปีล่าสุด (พ.ศ. 2564 - 2565) อาตมาทั้งสองเห็นว่าการเมืองเริ่มจะเข้าสู่ปลายเทอม สมาชิกรัฐสภาอาจจะมีการปรึกษาหารือกันในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเมืองอยู่บ้างหรือไม่อย่างไร ประกอบกับข่าวคราวต่างๆของพระสงฆ์ก็มีปรากฎมากขึ้นตามสื่อต่างๆ ดังนั้นเพื่อให้ทุกฝ่ายสบายใจ ไม่ต้องกังวลใดๆ ในรอบหนึ่งปีครึ่งที่ผ่านมาอาตมาทั้งสองจึงไม่ได้เข้าร่วมประชุมอนุกรรมาธิการฯแต่อย่างใด

บัดนี้ เมื่อมหาเถรสมาคมซึ่งเป็นองค์กรปกครองสูงสุดของคณะสงฆ์ได้ออกมติ เรื่องขั้นตอนของการเข้าไปทำหน้าที่ของพระภิกษุในรัฐสภา อาตมาทั้งสองแม้จะได้รับแต่งตั้งมาก่อนมติดังกล่าว แต่ด้วยเพื่อให้การปกครองคณะสงฆ์ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย ดีงามและเหมาะสม อาตมาทั้งสอง ขอรับมติมหาเถรสมาคมด้วยความเคารพและขอลาออกจากการทำหน้าที่ดังกล่าวโดยจะได้กำหนดวัน เวลา ในการไปยื่นหนังสือลาออกต่อไป

สำหรับมติของมหาเถรสมาคมมีรายละเอียดดังนี้