เกือบสายไป

วันที่ 03 ม.ค. 2554 เวลา 14:24 น.
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ประกาศแผนปฏิรูปประเทศไทย ในหลายด้าน โดยที่น่าสนใจก็คือการสร้างระบบชลประทาน

โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ประกาศแผนปฏิรูปประเทศไทย ในหลายด้าน โดยที่น่าสนใจก็คือการสร้างระบบชลประทาน

ตามคำพูดอภิสิทธิ์ก็คือพื้นที่เกษตรกรรมของไทยมีเพียง 38% ของพื้นที่ และจำนวนนี้มีพื้นที่ชลประทานเพียงเล็กน้อย รัฐบาลจึงจะสร้างระบบชลประทานที่มีประสิทธิภาพ

ฟังแล้ว ก็ไม่รู้จะดีใจหรือร้องไห้ดี

สาเหตุเพราะรัฐบาลบริหารงานมา 2 ปี แต่ทว่าเพิ่งนึกได้เกี่ยวกับการวางโครงสร้างสำคัญของประเทศ นั่นคือระบบชลประทาน ก็เกือบถึงปลายทางเสียแล้ว

ย้อนกลับไปดูก็ได้ งบประมาณพิเศษหลากหลายโครงการของรัฐบาล เริ่มตั้งแต่ปฏิบัติไทยเข้มแข็ง จนมาถึงปฏิบัติการประชาวิวัฒน์ ฯลฯ ต่างละเลยหัวใจสำคัญของชาติ นั่นคือการเกษตร

คนหนุ่มที่การศึกษาดี จบจากอังกฤษ ละเลยปัญหาพื้นฐานของประเทศ ไม่นึกถึงกระดูกสันหลังของชาติอย่างชาวนาเอาเสียเลย

งบประมาณมากมาย ถูกตำละลายไปกับนโยบายขายฝันอันหลากหลายทั้งเช็คช่วยชาติ ถนนปลอดฝุ่น ฯลฯ แต่การเกษตร ที่เป็นแก่นแท้ของชาติกลับถูกมองข้าม

น้ำแล้ง น้ำท่วม เหล่านี้ก็เนื่องจากขาดระบบการจัดการด้านชลประทาน

และอนาคตของชาติ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสิ่งใดเลย นอกเสียจากการเกษตร

โลกแห่งอนาคต ทรัพย์สินที่มีค่าที่สุด ไม่ใช่ทองคำ ไม่ใช่น้ำมัน แต่จะเป็นพืชผลการเกษตรนี่แหละ

ในปีนี้เห็นชัด ราคาพืชผลการเกษตรเพิ่มพรวดพราดอย่างน่ากลัว อันเนื่องจากภัยธรรมชาติ และยิ่งนานปี ภัยธรรมชาติความผันผวนด้านสินค้าเกษตรยิ่งมีมากขึ้น

ขณะเดียวกันพื้นที่การเกษตรทั่วโลกไม่เพิ่มขึ้น แต่ปริมาณประชากรในโลกกลับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

คนทั้งโลกต้องกิน ต้องใช้ทั้งนั้น

พื้นที่การเกษตรและน้ำ จึงกลายเป็นปัจจัยแห่งความมั่นคงของโลก และของแต่ละชาติ

ไม่มีน้ำมัน ยังเดินได้ แต่ถ้าไม่มีข้าวกิน ก็ตายแน่นอน

จึงเป็นเรื่องน่าเสียดายกับเวลา และเงินที่สูญเปล่าไปของรัฐบาลนี้ ที่ละเลยปัญหาโครงสร้างทางการเกษตร มานึกได้ก็เหลือเวลาอีกน้อยเต็มทน พร้อมๆ กับเงินงบประมาณที่จะนำมาใช้ได้ก็มีจำกัด จำเขี่ยอีกเช่นกัน

ดังนั้นเมื่อมีคำสัญญา จะเร่งโครงการชลประทาน ถึงได้บอกว่า ไม่รู้จะดีใจหรือร้องไห้ดี

กว่าจะนึกได้ ก็เกือบสายไปแล้วต๋อย