"บุญเกื้อ" โพสต์อำลาญาติมิตรหลังป่วยมะเร็งคาดมีชีวิตได้ไม่เกิน10วัน

วันที่ 25 ม.ค. 2565 เวลา 12:19 น.
"บุญเกื้อ" โพสต์อำลาญาติมิตรหลังป่วยมะเร็งคาดมีชีวิตได้ไม่เกิน10วัน
"บุญเกื้อ ปุสสเทโว" ทีมโฆษกพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความอำลาญาติมิตร เผยอาการมะเร็งเยื่อบุช่องท้อง เข้าสู่ระยะสุดท้าย คาดมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกิน 10 วัน

นายบุญเกื้อ ปุสสเทโว ทีมโฆษกพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงอาการป่วยด้วยโรคมะเร็งในเยื่อบุช่องท้อง โดยมีเนื้อหาดังนี้

ถึงเวลาที่จะต้องกล่าวอำลาต่อญาติพี่น้องมิตรสหายทุกคนและถือโอกาสนี้ขออโหสิกรรม ไม่เอาโทษต่อกัน เลิกแล้วต่อกันอย่าได้มีเวรกันต่อไปเลย

มะเร็งเยื่อบุช่องท้อง เข้าสู่ระยะสุดท้าย แรงถอยลงอย่างรวดเร็วจนยืนไม่ได้ แม้จะยังมีกำลังใจดีอยู่ ผมคาดคะเนว่าคงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่เกิน 10วัน

เมื่อถึงวาระสุดท้ายผมจะตั้งจิตกำหนดอานาปานัสสติกำหนดลมหายใจเข้าออก แล้วภาวนาบทพุทโธ ออกเสียงว่า พุท-โธ, พุท-โธ, พุท-โธ จนค่อยๆหมดแรงดับไปด้วยอาการอันสงบ

บุญเกื้อ ปุสสเทโว

25มกราคม2565 - ปัจฉิมบท -

หลังจากนายบุญเกื้อได้โพสต์ข้อความดังกล่าว ได้มีผู้คนร่วมส่งข้อความให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก

ด้าน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึง นายบุญเกื้อว่า

ได้อ่านข้อความที่ น้องๆในทีมงานไทยภักดี นำข้อความที่คุณบุญเกื้อโพสต์อำลาในเฟสบุ๊ก ส่งมาให้ผม ตกใจมากครับ เพราะบุญเกื้อประมาณว่า จะอยู่ได้อีกไม่เกิน 10 วัน เพราะมะเร็งลุกลามไปมาก

ผมจำได้ว่าผมเจอบุญเกื้อ เพราะเขาเชื่อมั่นในอุดมการณ์ไทยภักดี และมาร่วมกันต่อสู้กับพวกล้มล้าง โกหกหลอกลวง และร่วมเป็นจำเลย คดีเมย์เดย์เมย์เดย์ร่วมกัน จนใช้อำนาจศาลเรียกหลักฐาน มาตีแผ่ว่าโครงการนี้หลอกลวงประชาชน จนโจทย์ต้องหลบหน้า

ช่วงเจอกันวันแรก บุญเกื้อได้บอกผมแล้วว่า เขาเป็นมะเร็ง แต่อยากใช้ชีวิตที่มีอยู่ ทำงานให้ชาติบ้านเมือง โดยเฉพาะการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่กำลังถูกผู้ไม่หวังดีคุกคาม

ผมไม่มีอะไรที่ต้องบอกคุณบุญเกื้อ มากไปกว่าสิ่งที่บุญเกื้อได้ทำหน้าที่ให้ชาติ ปกป้องสถาบัน ในช่วงที่ร่างกายยังไหว อยากบอกคุณบุญเกื้อว่า การหาเสียงของพันธุ์เทพ พวกเรายังช่วยกันเต็มที่ ต้องขอบคุณที่บุญเกื้ออยากมาช่วยแต่ไม่สะดวก

ขอให้บุญเกื้อหรือแม้แต่ภพใหม่ของบุญเกื้อได้ภูมิใจว่า บุญเกื้อตัดสินใจถูกต้อง ที่มาร่วมก่อตั้งพรรคไทยภักดี พรรคที่ต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศให้ดีขึ้น เพราะเราทำการเมืองด้วยอุดมการณ์ และประโยชน์ของชาติอย่างแท้จริง