"บิ๊กป้อม"งดปราศรัยใหญ่ช่วย"มาดามหลี"หันมาเดินเคาะประตูบ้านแทน

วันที่ 23 ม.ค. 2565 เวลา 14:35 น.
"บิ๊กป้อม"งดปราศรัยใหญ่ช่วย"มาดามหลี"หันมาเดินเคาะประตูบ้านแทน
"มาดามหลี"พาทีมคนรุ่นใหม่ลุยหาเสียงเคหะชุมชนทุ่งสองห้อง เผยยกเลิกเวทีปราศรัยใหญ่ของพปชร.หวั่นโควิด

เมื่อวันที่ 23 มกราคม นางสรัลรัศมิ์ เจนจาคะ ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตหลักสี่-จตุจักร เบอร์ 7 พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) และนายจักรพันธ์ พรนิมิตร หัวหน้าภาคกทม.ลงพื้นที่บริเวณชุมชนเคหะทุ่งสองห้อง เพื่อเดินทักทายกับประชาชนอย่างใกล้ชิด โดยมีกลุ่นคนรุ่นใหม่มาช่วยหาเสียงด้วย โดยนางสรัลรัศมิ์ เปิดเผยว่าว่า จะไม่มีการตั้งเวทีปราศรัยใหญ่แน่นอน แต่จะมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐจะเดินทางมาในพื้นที่ โดยจะพูดคุยกับประชาชนอย่างใกล้ชิด เพื่อนำปัญหาที่สะท้อนจากประชาชนไปแก้ไขให้

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากไม่จัดเวทีปราศรัยใหญ่ประชาชนจะทราบแนวทางนโยบายของพรรคพลังประชารัฐได้อย่างไร นางสรัลรัศมิ์ กล่าวว่า พรรคพลังประชารัฐไม่ใช่พรรคใหม่ ทำงานบริหารประเทศมากกว่า 3 ปีแล้ว ฉะนั้นประชาชนจึงทราบแนวทางนโยบายและการบริหารพรรคมาโดยตลอดจึงไม่จำเป็นต้องจัดเวทีปราศรัยเพื่อแถลงนโยบายของพรรค ส่วนเหตุผลที่ไม่จัดเวทีปราศรัย ก็เนื่องจากว่าเป็นช่วงการแพร่ระบาดของสถานการณ์โควิด ในพื้นที่เขตหลักสี่ก็เริ่มมีตัวเลขผู้ติดเชื้อขยับมากขึ้นแล้ว เราเป็นห่วงประชาชน จึงไม่อยากให้เกิดเป็นคลัสเตอร์ใหม่ ไม่อยากให้ใครติดโควิด เมื่อถามว่าในการหาเสียงวันนี้มีกลยุทธ์ใหม่หรือไม่ นางสรัลรัศมิ์ กล่าวว่า วันนี้มีน้อง ๆ คนรุ่นใหม่ ที่ลงมาช่วยรณรงค์หาเสียงในพื้นที่ โดยอยากจะลงมารับฟังปัญหาของชุมชน

ด้านนายจักรพันธ์ กล่าวว่า พรรคพลังประชารัฐประเมินตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิดใน กทม.จึงไม่จัดเวทีปราศรัยใหญ่ เนื่องจากในสถานการณ์ขณะนี้ ที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 การจัดเวทีให้ประชาชนจำนวนมากมารวมกันในพื้นที่จำกัด ถือว่าเป็นความเสี่ยงที่จะเกิดการแพร่ระบาด ทางพรรคจึงเล็งเห็นว่า การป้องกันเอาไว้ก่อนน่าจะเหมาะสมกว่า การดูแลพื้นที่และประชาชนผู้สมัครของพรรคก็ทำได้ดีอยู่แล้ว เท่าที่ตนได้ลงมาร่วมลงพื้นที่กับผู้สมัครทุกครั้งก็จะเห็นว่าได้รับเสียงตอบรับจากชาวบ้านเป็นอย่างดีจากนโยบายของรัฐบาลและการดูแลพื้นที่เป็นอย่างดีของผู้สมัคร

อย่าไรก็ตาม ระหว่างการให้สัมภาษณ์ได้มีประชาชนคนหนึ่งกล่าวชื่นชมนายสิระ เจนจาคะและนางสรัลรัศมิ์ทั้งน้ำตาพร้อมเข้าสวมกอด โดยระบุว่าในช่วงสถานการณ์โควิดที่ผ่านมา คนในชุมชนได้รับการช่วยเหลือดูแลจากนายสิระและนางสรัลรัศมิ์เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการหาเตียงผู้ป่วยเพื่อให้ได้รับการรักษา รวมถึงถ้าครอบครัวใดต้องกักตัว ทั้งสองคนก็จะนำข้าวปลาอาหารและยารักษาโควิดมาส่งให้เป็นประจำทุกวัน และขอให้นางสรัลรัศมิ์ช่วยเหลือดูแลพวกตนต่อไป