นักวิชาการ ชู “อนุทิน-พิธา ” บุคคลแห่งปี เชื่อ ปี 65 รัฐบาลอยู่รอด

วันที่ 30 ธ.ค. 2564 เวลา 08:15 น.
นักวิชาการ ชู “อนุทิน-พิธา ” บุคคลแห่งปี เชื่อ ปี 65 รัฐบาลอยู่รอด
"นักวิชาการ" ชำแหละภาพรวมการเมือง มอง บุคคลแห่งปี ชู “อนุทิน” ยืนหนึ่ง แก้โควิดฯ ทำไทยรอดพ้นวิกฤต "พิธา" ทำงานสร้างสรรค์ เชื่อ รัฐบาล อยู่รอดปี65

เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. 64 รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ และนิติศาสตร์ ม.บูรพา ให้ความเห็นต่อภาพรวมการเมืองปี 2564 โดยระบุว่า น่าเสียดายแทนฝ่ายค้านที่มีทรัพยากรที่มีคุณภาพ เข้าใจโลกสมัยใหม่ แต่ไม่มีประสิทธิภาพในการตรวจสอบ เน้นกระแสมากเกินไป ขาดข้อมูลเชิงหักโค่น ขณะที่รัฐบาล ยังยึดติดกับการบริหารแบบรวบอำนาจ ไว้ที่คนเดียวเกินไป แต่ที่น่าชื่นชมคือ การแก้ปัญหาโควิด 19 ท่ามกลางกระแสข่าวปลอม กระแสโจมตี และมีขบวนการล้มรัฐบาล

ถ้าจะถามว่า ใครเป็นบุคคลแห่งปี ในฝ่ายรัฐบาล ก็ต้องยกให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โดยเฉพาะเรื่องการแก้ไขปัญหาโควิด 19 ถึงจะมีคนวิจารณ์ แต่นายอนุทิน ก็สามารถแก้ปัญหาได้ดี ทำงานบนความท้าทายมาก มีกระแสด้อยค่ามาตลอด แต่ทำได้ แก้ปัญหาได้ วันนี้ประเทศไทยฉีดวัคซีนได้ตามเป้า ตัวเลขต่างๆ ดีขึ้น ประเทศไทย กลับมาได้ สำหรับฝ่ายค้าน ต้องยกให้การทำงานของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล โดยเฉพาะการทำงานที่เล่นล้อกับความต้องการของสังคม มีความสร้างสรรค์ เป็นนักการเมืองสมัยแรก เขามองสังคมออก สื่อสารเป็น มีความรู้ทางสหวิชาการ เป็นตัวอย่างของการทำงานที่ดี สำหรับปี 2564 ฝ่ายรัฐบาลไม่ได้เข้มแข็ง เราเห็นความปริแยกกันอยู่ตลอด แต่ฝ่ายค้านก็ไม่เป็นเอกภาพ ฝ่ายค้านอ่อนแอไม่ต่างจากฝ่ายรัฐบาล อาจจะอ่อนแอกว่าด้วย

ด้าน รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ ม.สุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวว่า ปี 2564 ไฮไลท์การเมือง อยู่ที่การปลด 2 รัฐมนตรีออกจากตำแหน่ง คือ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ซึ่งต่อมาจะสร้างแรงกระเพื่อมเป็นอย่างยิ่งให้กับรัฐบาล ถึงขั้นคาดเดากันว่า ที่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งพลเอกประยุทธ์ ได้คะแนนอยู่อันดับท้ายๆ ก็เพราะความขัดแย้งกับ ร.อ.ธรรมนัส นี่เอง แต่ส่วนจะบอกว่า นี่คือสัญญาณการแตกสลายของ 3 ป. ขอย้ำ ว่า นี่คือพี่น้องที่มีความแน่นแฟ้นกันมาก ไม่มีทางที่จะแยกจากกัน สำหรับพรรคการเมืองที่โดดเด่นที่สุดในรอบปีที่ผ่านมา ในส่วนของฝ่ายรัฐบาล ต้องยกให้พรรคภูมิใจไทย นี่คือ พรรคที่เติบโตอย่างเงียบๆ และมีความมั่นคงสูง จากนี้ ให้จับตาดู การทำพื้นที่ภาคใต้ กับจังหวัดหวัดนครราชสีมาให้ดี เขาล็อกเป้าแล้ว

ขณะที่ฝ่ายค้าน ชัดเจนว่า ก้าวไกลโดดเด่นกว่าทุกพรรค ขยับตัวเมื่อไร กลายเป็นประเด็นทางสังคมเมื่อนั้น ส่วนนักการเมืองแห่งปี ต้องยกให้คู่กัด พล.ต.อ เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส กับนายสิระ เจนจาคะ ที่มีปัญหาความขัดแย้งกันมาตลอด และบานปลายถึงขั้นที่คนหนึ่งต้องต้องหลุดจากการเป็น ส.ส.ซึ่งทาง พล.ต.อ เสรีพิศุทธ์ ก็ไม่ยอมปล่อยถึงขั้นที่ออกมาพูดว่า ถ้าไม่ทะเลาะกับผมก็ไม่มีวันนี้ การเมืองปีหน้า ให้จับตาดูการเคลื่อนไหวของม็อบ ที่น่าจะกลับมาอีกครั้งเนื่องจากแกนนำ น่าจะได้รับการปล่อยตัวแล้ว ขณะเดียวกัน กระแสเลือกตั้งใหญ่ ก็ต้องจับตากันให้ดี จุดชี้วัดอยู่ที่การเลือกตั้ง กทม.

ขณะที่ ผศ.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ ม.รังสิต กล่าวว่า พลเอกประยุทธ์ จะอยู่ต่อในปี 2565 แน่นอน เพราะรอโอกาสได้โชว์ฝีมือจากการประชุม เอเปก ช่วงปลายปี ประกอบกับ ตอนนี้ สถานการณ์โรคระบาด ก็ดีขึ้นแล้ว เชื่อว่า ไม่มีเหตุผลอะไร ให้มีการเปลี่ยนแปลงใหญ่ทางการเมือง สำหรับสิ่งที่เป็นไฮไลท์การเมืองไทยปี 2564 มองว่า ปัญหาการระบาดของโควิด 19 เพราะเป็นช่องให้ฝ่ายรัฐบาลได้กระชับอำนาจตัวเอง ไปจนถึงการได้แสดงฝีไม้ลายมือ ที่กระทรวงสาธารณสุข ก็ปฏิบัติงานได้ตามมาตรฐาน ไม่ได้ทำให้รัฐบาลต้องผิดหวัง ที่สำคัญ เรื่องนี้ ได้เปลี่ยนแนวทางการหาเสียงสำหรับการเลือกตั้งครั้งต่อๆไปแล้ว จากนี้ พรรคการเมืองจะต้องใส่นโยบายด้านสุขภาพเข้าไปให้มากขึ้น เพราะประเด็นนี้ กินใจประชาชน อย่างไรก็ตาม ขอให้จับตาดู อนาคตของ สว. เพราะปี 64 มีกระแสต่อต้านค่อนข้างแรง กระแสที่เกิดขึ้นในปีนี้ อาจจะจุดชนวนก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงกับ ส.ว. ในปีหน้า อำนาจต่างๆ อาจถูกลดทอนลงไป