รัฐบาลชี้ไทยยังปลอดภัยจาก"โอไมครอน" ไม่กระทบการท่องเที่ยว

วันที่ 05 ธ.ค. 2564 เวลา 19:19 น.
รัฐบาลชี้ไทยยังปลอดภัยจาก"โอไมครอน" ไม่กระทบการท่องเที่ยว
โฆษกรัฐบาลเผย "นายกฯ" พอใจสถานการณ์โควิด-19 ไทยดีขึ้นต่อเนื่อง ย้ำต้องไม่ประมาท ยกการ์ดสูง ย้ำรัฐบาลมีมาตรการพร้อมดูแลทุกสาขาอาชีพ ขณะที่ ททท.ประเมิน "โอไมครอน" ยังไม่กระบทบการท่องเที่ยวไทย

เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. 64 นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พอใจไทยยังสามารถควบคุมสถานการณ์โควิด-19 ภายในประเทศได้เป็นอย่างดี ในส่วนการติดตามผู้ที่เดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยงสูงเพื่อตรวจคัดกรองโควิด-19 ซ้ำด้วย RT PCR กระทรวงสาธารณสุขยืนยันว่ายังไม่พบเชื้อโควิด-19 และสายพันธุ์โอไมครอน ถือว่าไทยยังคงมีความปลอดภัยจากโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน

สำหรับในวันนี้ (5 ธ.ค. 64) พบผู้ติดเชื้อ 4,704 ราย และผู้เสียชีวิต 27 ราย ผู้ป่วยรักษาตัวอยู่ 71,482 ราย แสดงให้เห็นถึงมาตรการการป้องกันโรคภายหลังการเปิดประเทศที่ดำเนินการในช่วงที่ผ่านมา มีประสิทธิภาพและได้ผลเป็นอย่างดี

ขณะเดียวกัน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ยังให้ประเมินการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนว่า ยังไม่กระทบต่อการท่องเที่ยวไทย

ล่าสุด สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเบอร์ลิน ยังรายงานว่าเยอรมนีถอดไทยออกจากประเทศเสี่ยงสูงแล้ว ส่งผลให้ผู้เดินทางจากประเทศไทยไม่ต้องลงทะเบียนการเดินทางเข้าและไม่ต้องกักตัว ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรียังคงเน้นแนวทางบริหารสถานการณ์โดยการเดินหน้าเศรษฐกิจควบคู่กับการป้องกันไวรัสโควิด-19 อย่างเข้มงวด

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า รัฐบาลและศบศ. ยังให้มีมาตรการช่วยเหลือทุกอาชีพ ล่าสุดนายกรัฐมนตรียังเร่งหาแนวทางช่วยเหลือผู้ประกอบการอาชีพบันเทิง นักร้อง นักดนตรี นักแสดงและผู้ประกอบการสถานบันเทิง คลับ ผับ บาร์ ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 โดยจะมีการพิจารณาแนวทางช่วยเหลือผ่านระบบประกันสังคมและเงินเยียวยาจากรัฐบาล ซึ่งนายกรัฐมตรีย้ำว่าทุกอาชีพมีความสำคัญเท่ากัน เพราะทุกอาชีพมีส่วนช่วยขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศ

“นายกรัฐมนตรีย้ำแม้สถานการณ์โควิด-19 ในไทยจะดีขึ้น ยังขอให้ประชาชน“การ์ดอย่าตก” โดยทุกคน ทุกสาขาอาชีพต้องร่วมใจสามัคคีช่วยกันรักษามาตรการป้องกันโรคตามมาตรการที่ รัฐบาล ศบค. และสาธารณสุขได้กำหนดไว้อย่างเคร่งครัดทั้ง 4 แนวทาง คือ V-U-C-A ได้แก่

V-Vaccine การเร่งรัดฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมอย่างน้อย 100 ล้านโดสในปีนี้ U-Universal Prevention ขอให้ประชาชนใช้มาตรการป้องกันตนเองสูงสุด ร้านค้าและสถานประกอบการ ยึดมาตรการ C-COVID Free Setting และ A-ATK ใช้ชุดตรวจคัดกรองเมื่อมีความเสี่ยง เชื่อว่า ไทยจะสามารถสร้างพื้นที่ปลอดโควิด-19 ชะลอการแพร่ระบาดของไวรัสได้ทุกสายพันธ์ เพื่อทุกคนกลับมาสามารถประกอบอาชีพของตนเองได้อีกครั้งด้วยความปลอดภัย