นายกฯนำครม.วางพานพุ่ม-ถวายบังคมเนื่องในวันพระบรมราชสมภพ"ในหลวงร.9"

วันที่ 05 ธ.ค. 2564 เวลา 11:18 น.
นายกฯนำครม.วางพานพุ่ม-ถวายบังคมเนื่องในวันพระบรมราชสมภพ"ในหลวงร.9"
นายกรัฐมนตรีและภริยา เป็นประธานในพิธีวางพานพุ่มและถวายบังคม เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพในหลวงรัชกาลที่9 ยกพระบรมราโชวาท และพระราชดำรัสเป็นแนวทางสำคัญที่เป็นภูมิคุ้มกันให้พสกนิกรดำเนินชีวิตได้อย่างมั่นคง

เมื่อวันที่ 5 ธ.ค.64 เวลา 08.30 น. ณ บริเวณท้องสนามหลวง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา เป็นประธานในพิธีวางพานพุ่มและถวายบังคม เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2564  โดยมีประธานรัฐสภา ประธานศาลฎีกาและภริยา ประธานวุฒิสภา ประธานองค์กรตามรัฐธรรมนูญและภริยา คณะรัฐมนตรีและคู่สมรส เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและภริยา ผู้บัญชาการเหล่าทัพและภริยา และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและภริยา ร่วมในพิธี ปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่า ปลัดกรุงเทพมหานคร และผู้แทนองค์กรภาคีเครือข่ายภาคเอกชน ดังนี้

นายกรัฐมนตรีและภริยา ถวายความเคารพด้านหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จากนั้น นายกรัฐมนตรีวางพานพุ่ม จำนวน 2 พาน ในนามนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ภริยานายกรัฐมนตรีวางพานพุ่ม ในนามคณะคู่สมรสคณะรัฐมนตรี ณ ด้านหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ฯ แล้วถวายความเคารพด้านหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ฯ จากนั้น นายกรัฐมนตรีพร้อมผู้ร่วมพิธีถวายบังคม 3 ครั้ง ภริยานายกรัฐมนตรี นำเหล่าสุภาพสตรี หมอบกราบ   

โอกาส นี้ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ  5  ธันวาคม ความว่า 

ข้าพระพุทธเจ้า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี ข้าราชการ และพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่าที่ได้มาชุมนุมอย่างพร้อมเพรียงกัน ณ ที่แห่งนี้ ต่างร้อยรวมดวงใจเป็นหนึ่ง เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาสุดมิได้

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ปวงพสกนิกรชาวไทยต่างน้อมสำนึกใน พระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระมหากษัตริย์ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ และจดจารึกไว้ในดวงใจ อย่างมิเสื่อมคลาย 70 ปีแห่งการครองราชย์ เป็นที่ประจักษ์ชัดแก่ปวงประชาว่า ทรงยึดมั่นในทศพิธราชธรรม ทรงอุทิศพระองค์ปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อทำนุบำรุงอาณาประชาราษฎร์ สร้างความผาสุกร่มเย็นให้แก่ชาติบ้านเมือง ทรงเป็นพ่อของแผ่นดินที่พระราชทานความรัก ความเอื้ออาทรห่วงใยแก่ราษฎรโดยถ้วนหน้า เมล็ดพันธุ์การพัฒนาในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริหลายพันโครงการ ยังคงเจริญงอกงาม ผลิดอกออกผลทั่วสารทิศ หล่อเลี้ยงทุกชีวิต ทุกสรรพสิ่งบนผืนแผ่นดินไทย หลักในการดำเนินชีวิต ทั้งปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

พระบรมราโชวาท และพระราชดำรัสที่พระราชทานในโอกาสต่าง ๆ ได้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวให้ทุกฝ่ายยึดถือปฏิบัติ ทั้งเป็นแนวทางสำคัญที่เป็นภูมิคุ้มกันให้พสกนิกรสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมั่นคง พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในสังคมโลกยุคปัจจุบัน ด้วยพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้น พระองค์จึงสถิตอยู่ในดวงใจของ ทวยราษฎร์ตลอดมา ทรงเป็นประดุจดวงประทีปส่องชีวิตผองพสกนิกรทั่วหล้า ก่อเกิดความสมานฉันท์ นำมาซึ่งความเป็นปึกแผ่นของชาติไทย

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย จักขอสืบสานพระราชปณิธานด้วยความจงรักภักดี และจักมุ่งมั่นเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท เพื่อร่วมกันพัฒนาและสรรค์สร้างสังคมไทยให้มีความเจริญก้าวหน้าสืบไป