"บิ๊กตู่" แจง ถกศบศ.พรุ่งนี้ พลิกโฉมประเทศ เน้นรักษาศก.เดิมเพิ่มศก.ใหม่

วันที่ 02 ธ.ค. 2564 เวลา 14:54 น.
"บิ๊กตู่" แจง ถกศบศ.พรุ่งนี้ พลิกโฉมประเทศ เน้นรักษาศก.เดิมเพิ่มศก.ใหม่
นายกรัฐมนตรี เตรียมนั่งหัวโต๊ะประชุม ศบศ.พรุ่งนี้ เน้นรักษาเศรษฐกิจเดิม เพิ่มเศรษฐกิจใหม่ พลิกโฉมประเทศยุค new normal เร่งสร้างแรงจูงใจลงทุนในประเทศ

เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 64 ที่สโมสรทหารบก ถ.วิภาวดี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ (ศบศ.)ในวันพรุ่งนี้( 3 ธ.ค.) จะมีการทบทวนการจัดกิจกรรมในช่วงปลายปีหรือไม่ ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโดยทั่วไปในวันนี้เราต้องรักษาเศรษฐกิจเดิมให้ได้มากที่สุด และจะต้องมีเศรษฐกิจใหม่ของเราเพื่อพลิกโฉมประเทศให้เดินต่อไปข้างหน้าในโลกยุค new normal ทั้งนี้เราจะต้องไปดูเรื่องส่งเสริมการลงทุนของเราให้มีมากยิ่งขึ้น ต้องปรับรูปแบบกระบวนการทางกฎหมาย รวมถึงต้องปรับรูปแบบเรื่องสิทธิประโยชน์ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ปรับเรื่องโครงสร้างภาษีในส่วนของกระทรวงการคลัง ทั้งหมดนี้เพื่อสร้างแรงจูงใจให้มีการลงทุนในประเทศ โดยคนไทยและนักธุรกิจข้ามชาติที่จะเข้ามาในประเทศไทย รวมถึงจะต้องดึงดูดคนที่มีศักยภาพสูงให้เข้ามาประกอบธุรกิจหรือเข้ามาทำงานในประเทศไทย โดยเราจะช่วยทำทุกอย่างให้มีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

"ยืนยันว่าจะไม่ทำให้เกิดผลกระทบกับคนไทยและธุรกิจของคนไทย เราต้องช่วยไปด้วยกัน บางทีการสร้างความเข้มแข็งเปรียบเหมือนการนำไม้ไผ่เล็กๆหลายๆแท่งมามัดรวมกันเป็นกำก็จะหักไม่ได้ แต่ถ้าไม้ไผ่เล็กๆ แท่งเดียวจะถูกหักได้ง่าย ดังนั้นเราต้องทำทั้งเรื่องการลงทุนข้ามชาติ การลุงทุนในประเทศโดยคนไทย และส่งเสริมการลงทุนของคนไทยในต่างประเทศ สิ่งเหล่านี้จะช่วยสร้างจีดีพีของประเทศไทยให้เติบโตขึ้น และจะส่งผลให้งบประมาณภาครัฐมีมากขึ้นทำให้ประเทศพ้นกับดักต่างๆไปได้ แล้วเราจะมีเงินมาดูแลประชาชนของเรา เพราะที่ผ่านมาประเทศของเรายังมีการเติบโตไม่เพียงพอ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่าถ้าเราไม่ปรับเปลี่ยนก็จะอยู่ลำบากโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงนี้มีปัญหาหลายอย่างทั้งเรื่องภาษี การจัดเก็บรายได้ ที่ยังจัดเก็บไม่ได้มากนัก ส่งผลให้มีการจัดทำงบประมาณแบบขาดดุลดังนั้นเราต้องหาทางลดการขาดดุลให้ได้มากที่สุดซึ่งคือการลงทุน วันนี้ได้มีการเจรจากับหลายประเทศและบริษัทหลายแห่งซึ่งเขาสนใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทย เพราะเห็นถึงศักยภาพของประเทศไทย เราทุกคนไม่ควรทำลายศักยภาพที่ประเทศเรามีอยู่ ทั้งในเรื่องความสงบเรียบร้อย ความรักความสามัคคี อัตลักษณ์และความหลากหลายทางชีวภาพ เราต้องพัฒนาทั้งหมดนำไปสู่ความทันสมัยโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการเกษตร การพาณิชย์ การลงทุนธุรกิจใหม่ การอุตสาหกรรมใหม่ ซึ่งจะต้องเกิดขึ้นทุกพื้นที่ สิ่งเหล่านี้คือเจตนารมณ์ของรัฐบาลที่ต้องดำเนินการให้ได้ตามนี้และตามงบประมาณที่เรามี

ขณะเดียวกันเวลาไม่คอยท่าใครถ้าประเทศเราเริ่มก่อนเราก็จะได้ก่อนเราก็จะได้ประโยนชน์ก่อน เพราะเวลานี้เป็นช่วงที่ทุกบริษัทขนาดใหญ่ในโลกกำลังแสวงหาสถานที่ประกอบการที่เหมาะสมที่ทำให้เกิดประโยชน์โดยรวมทั้งของเราและของเขานั่นคือเรื่องสิทธิมนุษยชนด้านเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันเราต้องปรับกฎหมายหลายฉบับควบคู่กับการทำความเข้าใจกับประชาชน ถ้าเราไม่ทำสิ่งเหล่านี้เราก็จะช้าเกินไป จึงขอให้ทุกคนมาช่วยกันทำความเข้าใจในเรื่องเหล่านี้ด้วย ขณะเดียวกันก็ขอให้ ศบศ.ไปรับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชน ยืนยันว่ารัฐบาลมีนโยบายอยู่แล้วในการสนับสนุนส่งเสริมภาคเอกชน