บิ๊กตู่ลั่นไป"อุดรธานี"ได้ขวัญกำลังใจกลับไปทำงานเพื่อประเทศชาติอย่างเต็มที่

วันที่ 01 ธ.ค. 2564 เวลา 20:12 น.
บิ๊กตู่ลั่นไป"อุดรธานี"ได้ขวัญกำลังใจกลับไปทำงานเพื่อประเทศชาติอย่างเต็มที่
นายกฯเผยลงพื้นที่"อุดรธานี"ประสบความสำเร็จอย่างสูงและอิ่มบุญกันถ้วนหน้า ที่ได้มาช่วยส่งเสริมการพัฒนา และจะทำหน้าที่อย่างดีที่สุด

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้โพสต์เฟซบุ๊กถึงการลงพื้นที่จังหวัดอุดรธานี เมื่อวันที่ 1ธ.ค.2564 โดยระบุว่า วันนี้ ผมมาติดตามความคืบหน้าการแปลงนโยบายรัฐบาลไปสู่การปฏิบัติในทุกๆ มิติ รวมทั้งมาเติมเต็มเป้าหมายการพัฒนาของจังหวัดอุดรธานี คือ “เมืองอัจฉริยะ ศูนย์กลางการค้าการลงทุนการท่องเที่ยวและไมซ์ในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง” เพื่อต่อยอดเชื่อมโยงกับทิศทางการพัฒนาของกลุ่มจังหวัด ภาคอีสาน รัฐบาล และอนุภูมิภาคต่อไป

รัฐบาลได้เห็นถึงศักยภาพของจังหวัดอุดรธานี ในการเป็นศูนย์กลางของอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (Hub of GMS) โดยได้อนุมัติงบประมาณปรับปรุงระบบโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสนับสนุนในทุกมิติ เช่น

1. รถไฟฟ้าความเร็วสูง จากกรุงเทพ-นครราชสีมา-ขอนแก่น ผ่านอุดรธานี ไปสิ้นสุดที่หนองคาย และเชื่อมต่อระบบกับรถไฟฟ้าลาว-จีน กำลังเร่งก่อสร้าง

2. สนามบินนานาชาติอุดรธานี ที่เป็นสนามบินภูมิภาค ซึ่งช่วงก่อนโควิดก็มียอดผู้ใช้บริการสูงที่สุด โดยรัฐบาลสนับสนุนให้ขยายศักยภาพให้รองรับผู้โดยสารได้มากขึ้นเป็น 7 ล้านคนต่อปี

3. ถนนมิตรภาพ จากอุดรธานีไปหนองคาย กำลังขยายเป็น 6 เลนตลอดสาย ลงมือก่อสร้างแล้วในปี 64 คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 67 ก็จะช่วยรองรับกิจกรรมของนักธุรกิจ นักลงทุน นักท่องเที่ยว และการขนส่งสินค้าได้ดีขึ้น

4. ถนนสายใหม่ตัดตรง อุดรธานี-บึงกาฬ ปลายทางเชื่อมต่อสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 5 (บึงกาฬ-บอลิคำไซ) ซึ่งสำรวจเส้นทางที่จะสร้างถนนเสร็จแล้ว และจะเร่งเริ่มให้ก่อสร้างโดยเร็วต่อไป

ทั้งนี้ภายในปี 2568 อุดรธานีจะมีเครือข่ายการคมนาคมขนส่งที่ทรงประสิทธิภาพ ทั้งรถไฟความเร็วสูงจากกรุงเทพฯ-โคราช-หนองคาย-เวียงจันทน์-คุนหมิง และรถไฟทางคู่ ซึ่งจะช่วยยกระดับการให้บริการขนส่งสินค้าทางรางของประเทศ ช่วยเพิ่มความแน่นอน และลดเวลาการขนส่งได้ถึง ร้อยละ 30 แต่ต้นทุนถูกกว่า 2 เท่า อีกทั้งยังสามารถเชื่อมต่อไปยังท่าเรือกรุงเทพฯ และท่าเรือแหลมฉบัง เชื่อมต่อโครงข่ายคมนาคมทางเรือแบบไร้รอยต่อและสมบูรณ์แบบ

นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้สนับสนุนการลงทุนในทุกมิติ เพื่อรองรับการพัฒนาในอนาคต การกระจายความเจริญ และการขยายตัวของเมือง เช่น

1. น้ำประปา ที่มีข้อจำกัดเรื่องแหล่งน้ำดิบในพื้นที่ โดยรัฐบาลได้ลงทุนระบบผลิตน้ำประปาเพิ่มเติม จากแม่น้ำโขง จังหวัดหนองคาย ส่งกลับมาจังหวัดอุดรธานี กว่า 100,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ให้รองรับความต้องการใช้น้ำของจังหวัดอุดรธานีได้ ในอีก 20 ปีข้างหน้า

2. น้ำเพื่อการเกษตร ที่ยังอาศัยน้ำฝนเป็นหลัก มีพื้นที่ชลประทานเพียง 2% รัฐบาลก็ได้ลงทุนระบบชลประทานโครงการห้วยหลวง ที่น้ำไหลทิ้งลงแม่น้ำโขงทุกปี ด้วยการสร้างระบบสูบน้ำกลับจากปลายน้ำ แล้วสร้างฝายเป็นช่วงๆ ตลอดลำห้วยหลวง ก็จะช่วยเพิ่มพื้นที่ชลประทานทั้งของจังหวัดอุดรธานีที่เป็นต้นน้ำ และจังหวัดหนองคายปลายน้ำ ได้อีกหลายแสนไร่ ได้มีน้ำใช้ทำการเกษตรได้ตลอดปี มีรายได้มากขึ้น

3. ภาคอุตสาหกรรม ซึ่งน่าชื่นชมนักลงทุนคนอุดรที่ได้ลงทุนสร้างนิคมอุตสาหกรรมแห่งแรกของภาคอีสาน ซึ่งรัฐบาลได้สนับสนุนการเชื่อมต่อเส้นทางรถไฟและเส้นทางถนนมิตรภาพ เข้าสู่นิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี และออกสู่โลกภายนอก เพื่อให้การขนส่งสินค้าสะดวก มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

4. ภาคการท่องเที่ยวจังหวัดอุดรธานี ได้รับการยกระดับให้เป็นเมืองท่องเที่ยวหลัก และเป็นเมือง MICE City ตั้งแต่ปี 63 ล่าสุด ครม.ได้อนุมัติให้เสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงานพืชสวนโลก ณ จังหวัดอุดรธานี ในปี 69 (ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2569 –มีนาคม 2570) โดยคาดว่าจะมีผู้มาร่วมในงานราว 3.6 ล้านคน สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมีเงินสะพัดกว่า 32,000 ล้านบาท สร้างรายได้จากการจัดเก็บภาษี 7,700 ล้านบาท และสร้างการจ้างงานอีกกว่า 81,000 อัตรา

สำหรับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดอุดรธานี “วังนาคินทร์” หรือเป็นที่รู้จักและติดปากคนไทยว่า “คำชะโนด” นั้น ก่อนเกิดโควิดมีผู้คนมาเยือน มาสักการะกราบไหว้ปู่ศรีสุทโธ มากถึง 3 ล้านคนต่อปี สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้ลูกหลานที่นำสินค้ามาขายในพื้นที่ ซึ่งรัฐบาลได้ส่งเสริมการท่องเที่ยว ด้วยการปรับปรุงถนนและภูมิทัศน์โดยรอบ ขุดลอกหนองที่นี่ให้มีน้ำหล่อเลี้ยงตลอดปี รวมทั้งจัดระบบรองรับนักท่องเที่ยว ให้มีการจองล่วงหน้า มีการจัดกลุ่ม จัดจำนวนคนไม่ให้แออัดเกินไป ให้มีระยะห่าง ลดความเสี่ยงของการระบาดของเชื้อโควิด เป็นการท่องเที่ยวปลอดภัย-ปลอดโรค โดยผมขอชื่นชมกลุ่ม YEC กลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ของอุดรธานีเอง ที่พัฒนาระบบการจองคิวผ่านแอปพลิเคชันด้วยครับ

การลงพื้นที่ครั้งนี้ ผมถือว่าประสบความสำเร็จอย่างสูงและอิ่มบุญกันถ้วนหน้า ที่ได้มาช่วยส่งเสริมการพัฒนาจังหวัดอุดรธานี ซึ่งเป็นดินแดนแห่งธรรมะของพระนักปฏิบัติ แหล่งกำเนิดเกจิอาจารย์ชื่อดัง รวมทั้งหลวงตามหาบัว วัดเกษรศีลคุณ (วัดป่าบ้านตาด) ที่สร้างคุณูปการต่อชาติบ้านเมือง โดยจัดโครงการผ้าป่าช่วยชาติที่สามารถรวบรวมศรัทธาจากญาติโยม ส่งทองคำเข้าคลังหลวงได้มากกว่า 13 ตัน อีกทั้งฝากคำสอนไว้ให้เราชาวไทยรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และร่วมกันเสียสละเพื่อช่วยชาติ ในยามบ้านเมืองประสบปัญหา

ผมเองได้มาเยี่ยมเยือนเมืองอุดรในครั้งนี้ ได้ขวัญและกำลังใจกลับไปทำงานเพื่อประเทศชาติอย่างเต็มที่ และได้เห็นว่าอุดรธานีเป็นจังหวัดที่มีศักยสูงมากในการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ต้องขอบคุณชาวอุดรทุกคน ผมและรัฐบาลจะทำหน้าที่อย่างดีที่สุดเพื่อขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายตามที่ได้วางแผนไว้ครับ