"ทะลุฟ้า"อัด"แรมโบ้อีสาน" ขยันทำเรื่องไม่ฉลาด ปลุกคนไล่"แอนเนสตี้"

วันที่ 26 พ.ย. 2564 เวลา 11:07 น.
"ทะลุฟ้า"อัด"แรมโบ้อีสาน" ขยันทำเรื่องไม่ฉลาด ปลุกคนไล่"แอนเนสตี้"
กลุ่มทะลุฟ้า อัด "แรมโบ้อีสาน" ทำลายภาพลักษณ์ประเทศ ขยันทำเรื่องไม่ฉลาด หลังออกมาไล่"แอมเนสตี้" พ้นประเทศ

เมื่อวันที่ 26 พ.ย. 64 เฟซบุ๊ก ทะลุฟ้า - thalufah โพสต์ข้อความระบุว่า จากกรณีที่’แรมโบ้อีสาน’พร้อมกับมวลชนจำนวนหนึ่งนั้นได้ประกาศออกสื่อถึงการต่อต้านการทำงานขององค์กรแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลว่าเป็นการทำงานที่บ่อนทำลายประเทศไทย และชักจูงให้คนละเมิดอำนาจศาล พร้อมกับขับไล่ให้องค์กรนี้ออกไปจากประเทศไทย

ก่อนอื่นเลยพวกเราต้องขออนุญาตชี้แจงให้มวลชนบางส่วนทราบก่อนว่าองค์กรแอมเนสตี้นั้นเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนเกี่ยวกับ”สิทธิมนุษยชน”โดยเฉพาะและเป็นองค์กรที่เรียกร้องหาความเป็นธรรมให้กับผู้ถูกละเมิดสิทธิอีก

อย่างที่พวกเราทราบกันดีว่าตอนนี้ประเทศไทยนั้น คำว่าสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพนั้นถูกทำให้หายไปภายใต้รัฐบาลประยุทธ์และระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และทำให้ประชาชนที่ออกมาเพื่อสิทธิ์ของพวกเขาต้องโดนหมายจากตำรวจไปนับไม่ถ้วน

หนำซ้ำในการออกมาชุมนุม ประชาชนของพวกเรายังคงโดนใช้ความรุนแรง ไม่ว่าจะเอารถฉีดน้ำผสมแก๊สน้ำตามาไล่, ไล่กระทืบ, ขับรถชน, ยิงด้วยกระสุนยาง ตลอดไปจนถึงกระสุนจริงในบางครั้ง และล่าสุดถึงขั้นเอาศาลมาตัดสินแบบบิดเบี้ยว

ถ้าพูดกันด้วยความเป็นมนุษย์แล้ว สิ่งที่รัฐบาลทำไม่ใช่การรับมือกับม็อบ แต่เป็น”การกำจัด”ต่างหาก

และองค์กรแอมเนสตี้ก็สังเกตเห็นถึงสิ่งเหล่านี้และพยายามทักท้วงและเรียกคืนความยุติธรรมให้กับประชาชนมาโดยตลอด เพราะว่าในสายตาของประเทศที่เจริญแล้ว การละเมิดสิทธิ์ขั้นพื้นฐานเป็นสิ่งที่มนุษย์ปกติไม่ควรจะกระทำกัน

ช่วงนึงแรมโบ้อีสานยังกล่าวว่าเพราะแอมเนสตี้เป็นองค์กรต่างชาติ จึงไม่อาจเข้าใจในขนบธรรมเนียมประเพณีไทย วัฒนธรรมไทยได้ ซึ่งความคิดนี้ส่อให้เห็นถึงสายตาและความคิดที่คับแคบของแรมโบ้อีสานอย่างยิ่ง

ประเทศไทยเป็นเพียงประเทศน้อยๆประเทศหนึ่งบนดาวเคราะห์ที่ชื่อว่าโลกเท่านั้น ตอนนี้ประเทศไทยก็เข้าสู่ภาคีและสมาคมต่างๆในระดับนานาชาติมากมายเช่นกัน ซึ่งหากจะกล่าวถึงเรื่องสิทธิมนุษย์ชนที่เป็นเรื่องสากล เราจึงควรจะพูดกันในระดับพลเมืองโลก ไม่ใช่พลเมืองไทย

ดังนั้นบรรทัดฐานของสิทธิมนุษยชนแบบไทยๆ ของแรมโบ้จึงเป็นเรื่องที่ไม่สามารถเอามาอ้างหรือพูดได้อย่างเต็มปากในระดับเวทีโลกอย่างแน่นอน ยิ่งพูดไปก็ยิ่งอับอายขายขี้หน้าประชากรโลกคนอื่นๆ และยิ่งประจานประเทศตัวเองว่าด้อยพัฒนาทั้งความเจริญและความคิดขนาดไหน

ละที่แรมโบ้อ้างอิงถึงประเทศอื่นๆว่า กัมพูชา อินเดีย ฟิลิปปินส์ หรือฮ่องกง ก็ยังไม่ยอมให้แอมเนสตี้อยู่ในประเทศเลย อยากวอนให้พี่แรมโบ้ใช้ความรู้ที่มีทั้งหมดมานั่งวิเคราะห์และพิจารณาเอาเองว่าทำไมประเทศเหล่านั้นถึงไม่ยอมให้มีนะคะ

หากจะมีใครสักคนที่กำลังบ่อนทำลายประเทศไทย ตอนนี้ก็คงจะเป็น”แรมโบ้อีสาน”นี่แหละ ที่เป็นอีกคนหนึ่งที่กำลังทำลายภาพลักษณ์ประเทศไทยด้วยการทำเรื่องไม่ฉลาดแบบขยันๆ