พรรคร่วมจับมือลุยแก้กม.เลือกตั้งให้นับคะแนนเหมือนรธน.ปี50

วันที่ 22 พ.ย. 2564 เวลา 16:39 น.
พรรคร่วมจับมือลุยแก้กม.เลือกตั้งให้นับคะแนนเหมือนรธน.ปี50
พรรคร่วมฯ จับมือแก้กฎหมายเลือกตั้ง แยกบัตรสองใบชัดเจนไม่เกี่ยวกัน นับคะแนน เหมือน รธน.50 ปิดช่องการนับคะแนนแบบจัดสรรปันส่วนผสม พร้อมแก้กม.พรรคการเมือง ลดปัญหาไพรมารี่โหวต

นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางการเสนอร่างการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองภายหลังโปรดเกล้าฯ รัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเกี่ยวกับการเลือกตั้งว่า ต่อจากนี้เราจะเดินหน้าทำกฎหมายลูกทั้งสองฉบับได้อย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้มีการตกลงกันว่าให้แต่ละพรรคต่างคนต่างยื่น แต่ตอนหลังวิปรัฐบาลมาคิดร่วมกันว่าให้ยื่นรวมกันดีกว่า จึงตั้งคณะกรรมการที่มีนายวิเชียร ชวลิต ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)

ทั้งนี้หลักการในการแก้ไขไม่มาก โดยจะแก้ให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไข โดยจะแก้เรื่องวิธีการนับคะแนนที่จะคล้ายรัฐธรรมนูญ ปี 2550 แก้ไขปี 2554 คือการรวมคะแนนทั้งประเทศและมาหารรวมด้วย ส.ส. 400 คน ดังนั้นรัฐธรรมนูญ ปี 2560 มาตรา 92 ที่ระบุว่า ส.ส.พึงมีจึงไม่เกิดผลอะไร ซึ่งหมายความว่าการนับคะแนนแบบจัดสรรปันส่วนผสม (MMP) จึงใช้ไม่ได้ และพรรคชาติไทยพัฒนาก็จะเสนอร่างแก้ไขไปในแนวทางนี้ เพื่อเสนอเป็นร่างเดียวของพรรคร่วมรัฐบาล ส่วนพรรคไหนเห็นต่างก็ไปแปรญัตติ และคิดว่าจะมีของฝ่ายค้านอีก 2 ร่างก็ต้องไปดูกันว่าจะแก้ไขอย่างไร

ผู้สื่อข่าวถามว่าพรรคชาติไทยพัฒนาไม่เสียเปรียบในการใช้วิธีนับคะแนนแบบรัฐธรรมนูญ ปี 2550 แก้ไข ปี 2554 หรือไม่ นายนิกรกล่าวว่าไม่เสียเปรียบ เรายอมรับตั้งแต่ต้นว่าพรรคชาติไทยพัฒนาไม่ใช่พรรคขนาดกลางและขนาดใหญ่ และตอนที่แก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นบัตรสองใบเรารู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เพราะเราถือว่าเป็นหลังการที่ประชาชนสะดวกในการลงคะแนน ประกอบกับการเลือกตั้งบัตรสองใบ นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ทำไว้ตั้งแต่เดิมเราจะปฏิเสธได้อย่างไร เชื่อว่า พ.ร.ป.เกี่ยวกับการเลือกตั้งจะไม่มีปัญหา

นายนิกร กล่าวว่า ส่วนที่จะมีปัญหาคือพ.ร.ป.พรรคการเมือง ซึ่งจะต้องมีการแก้ไขมาตราที่ระบุ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ที่เดิมเขียนไว้ 150 คน จะต้องแก้ให้เหลือ 100 คน รวมทั้งมองว่าการทำไพรมารี่โหวตไม่สอดคล้องกันเลย และจะเสนอแก้ไขให้เป็นกึ่งไพรมารี่โหวต ให้เหมือนตอนเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แก้ให้ตัวแทนพรรคประจำจังหวัดเขตใดเขตหนึ่งแต่ให้สามารถครอบคลุมทั้งจังหวัด ซึ่งถือว่าเป็นการพบกันครึ่งทาง

เมื่อถามว่ากฎหมายลูก 2 ร่างดังกล่าวจะเสนอสภาฯได้เมื่อใด นายนิกรกล่าวว่าจริงๆ ทำกันเกือบเสร็จแล้ว และให้ฝ่ายกฎหมายของสภาฯ ดูอยู่ และเตรียมขอความเห็นต่อคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) เพราะรัฐบาลก็ยื่นของตัวเองด้วยเพื่อที่จะให้ร่างของพรรคร่วมรัฐบาลไม่ขัดกับร่างรัฐบาล ซึ่งการยื่นร่างของพรรคร่วมรัฐบาลอาจจะรอสักนิด เพราะขณะนี้มีการเปลี่ยนแปลงเลขาฯ กกต.

ผู้สื่อข่าวถามว่าคิดว่ากฎหมาย 2 ฉบับนี้จะผ่านรัฐสภาเมื่อใด นายนิกรกล่าวว่าต้องไม่เกิน180 วัน เป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด แต่ส่วนตัวคิดว่าไม่น่าจะทำถึง เมื่อถามว่าหากกฎหมายสองฉบับดังกล่าวแล้วเสร็จและมีการโปรดเกล้าฯ ลงมาควรยุบสภาเลยหรือไม่ นายนิกรกล่าวว่าเป็นอำนาจของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรามีหน้าที่แค่ทำกฎหมายและรอดูไปว่าจะเป็นอย่างไร