"อนุดิษฐ์"ชื่นชมทัพฟ้าใช้แนวทาง "Purchase and Development" จัดหาเครื่องบินรบ

วันที่ 17 พ.ย. 2564 เวลา 18:56 น.
"อนุดิษฐ์"ชื่นชมทัพฟ้าใช้แนวทาง "Purchase and Development" จัดหาเครื่องบินรบ
"นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์" ชื่นชมกองทัพอากาศใช้แนวทาง "Purchase and Development" ในการจัดหาเครื่องบินโจมตีฝูงใหม่ ชี้ทำให้งบส่วนหนึ่งคืนกลับมาสู่การจ้างงานในประเทศ ตามสัญญาการถ่ายทอดเทคโนโลยี

นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะอดีตผู้บังคับฝูงบิน F-16 ของกองทัพอากาศ ได้แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊ก กรณีกองทัพอากาศไทยลงนามสัญญากับบริษัท Textron Aviation ในการจัดหาเครื่องบินโจมตี AT-6 โดยมีเนื้อหาดังนี้

ผมอ่านข้อมูลทาง website ของบริษัท Textron Aviation เกี่ยวกับการลงนามสัญญาจัดหาเครื่องบินโจมตี AT-6 ของกองทัพอากาศไทยตามลิงค์นี้ https://bit.ly/3wV1aSk หรือหากท่านใดไม่ถนัดภาษาอังกฤษลองอ่านจากลิงค์นี้ก็ได้ เขาแปลเป็นภาษาไทยไว้ให้แล้วครับ https://bit.ly/3HnTDR7

ในฐานะผู้แทนราษฎรที่เป็นตัวแทนของปวงชนชาวไทย และอดีตผู้บังคับฝูงบิน F-16 ของกองทัพอากาศ ที่มีโอกาสได้ทราบและตระหนักรู้ถึงปัญหาการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ของกองทัพ ผมต้องขอแสดงความยกย่องและชื่นชมผู้บังคับบัญชาและข้าราชการทุกท่าน

โดยเฉพาะคณะกรรมการกำหนด TOR และ คณะกรรมการจัดซื้อฯของกองทัพอากาศ ที่ใช้แนวทางการจัดหาแบบ Purchase and Development ในการจัดหาเครื่องบินโจมตีฝูงใหม่ในครั้งนี้ โดยคำนึงถึงการพึ่งพาตนเองและการส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ภายใต้นโยบาย S Curve ตัวที่ 11 ตามที่กองทัพอากาศได้เคยมาชี้แจงกับสภาผู้แทนราษฎร และกราบขอบคุณในหัวใจของทุกท่าน ที่ต้องการปลดแอกและไม่ยอมตกเป็นทาสของต่างชาติ ที่กดทับการพัฒนาและการพึ่งพาตนเองของกองทัพอากาศมาโดยตลอด

แม้โครงการนี้ต้องใช้งบประมาณแผ่นดินสูงถึง 143 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่เงินส่วนหนึ่งจะคืนกลับมาสู่การจ้างงานในประเทศ ตามสัญญาการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการร่วมมือของอุตสาหกรรมในประเทศไทย ซึ่งประกอบด้วยบริษัท อุตสาหกรรมการบิน จำกัด หรือ TAI รัฐวิสาหกิจของกองทัพอากาศจะทำหน้าที่ประกอบชิ้นส่วนเครื่องบิน ส่วนการพัฒนาระบบ Avionic การบูรณาการระบบอาวุธ และการผลิตชิ้นส่วนบางส่วนจะดำเนินการโดยบริษัท R V Connex จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนสัญชาติไทยแท้ๆ

การจัดหาแบบ Purchase and Development ของกองทัพอากาศ จะทำให้การใช้จ่ายงบประมาณการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ ที่เดิมต้องจ่ายเงินทั้งหมดให้ต่างชาติ เปลี่ยนไปเป็นจ่ายแค่บางส่วนเท่านั้น ส่วนที่เหลือจะถูกใช้จ่ายหมุนเวียนอยู่ในประเทศ เป็นทั้งการใช้จ่ายเพื่อซื้อวัตถุดิบ การจ้างแรงงาน ซึ่งจะทำให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ

แต่ที่สำคัญก็คืองบประมาณส่วนนี้จะถูกใช้ต่อยอดขีดความสามารถของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ที่จะเดินไปสู่การพึ่งพาตนเองได้อย่างสมบูรณ์แบบในอนาคต

และด้วยเหตุผลนี้จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ผมต้องเกาะติดการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ของกองทัพอากาศ 3 โครงการอย่างใกล้ชิด ได้แก่โครงการพัฒนาและปรับปรุงระบบป้องกันทางอากาศ ระยะที่ 7 (N-SOC C2), โครงการพัฒนาป้องกันฐานที่ตั้งทางทหารของกองทัพอากาศ (GBAD) และโครงการจัดหาทดแทนวิทยุพื้นดิน-อากาศ มูลค่าเกือบ 3 พันล้านบาท ที่ผู้มีอำนาจไปสั่งเปลี่ยนวัตถุประสงค์และสาระสำคัญของโครงการ และบางโครงการได้ตัดหลักการจัดซื้อแบบ Purchase and Development ออกไปทั้งหมด และบางโครงการก็เปิดประตูให้บริษัทต่างชาติเข้ามาขี่คออุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยเองอีกด้วย

เรื่องนี้ต้องดูกันยาวๆครับ ผมเชื่อมั่นในพี่น้องนักบินที่เคยบินด้วยกันมาทุกคน ที่วันนี้เติบโตเป็นผู้บริหารระดับสูงของกองทัพอากาศแทบทั้งสิ้น พวกเราถูกปลูกฝังให้มีความรับผิดชอบต่อตนเองและผู้อื่นและต้องมีระบบเกียรติศักดิ์ ขนาดใครทำผิดเรื่องการบินและไม่มีใครเห็นด้วยซ้ำ พวกเรายังลงมาเขียนชื่อปรับตัวเองตามความผิดนั้นๆ

เพราะฉะนั้นวันนี้เรื่องอะไรที่ผิดหรือไม่ถูกต้อง ช่วยกันแก้ไขให้ถูกต้องด้วยนะครับ