"พีระพันธุ์"แจงร่วมพปชร. ดันพรรคเป็นสถาบันหลักบ้านเมือง

วันที่ 16 ต.ค. 2564 เวลา 19:12 น.
"พีระพันธุ์"แจงร่วมพปชร. ดันพรรคเป็นสถาบันหลักบ้านเมือง
เพื่อความชัดเจน ไม่ต้องอ้างแหล่งข่าวซับซ้อน "พีระพันธุ์"แจงร่วม พปชร. ในฐานะสมาชิกธรรมดา ช่วยผลักดันพรรคเป็นสถาบันหลักบ้านเมือง

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีและที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ? (พปชร.?) โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กระบุว่า "ไปกันใหญ่ ผมไม่เคยคาดคิดว่าการสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรค พปชร. ของผม จะถูกนำไปวิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์ ตีความ โยงกันจนวุ่นวายสับสนเหมือนที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ไม่รู้ไปเอาข้อมูลมาจากไหน ผมเองยังไม่เคยรู้เรื่องเลย ผมให้สัมภาษณ์ปฏิเสธหลายครั้ง แต่ก็ยังวิเคราะห์วิจารณ์กันอยู่แบบเดิมอีก เพื่อความชัดเจนและเป็นคำพูดของผมเอง โดยไม่ต้องไปอ้างแหล่งข่าวลึกลับซับซ้อนซึ่งหาตัวตนไม่ได้ ผมขอยืนยันข้อเท็จจริงของการเข้าเป็นสมาชิกพรรค พปชร. ของผมดังนี้ครับ

1. ผมไม่มีเงื่อนไขและไม่มีการเสนอเงื่อนไขใดๆ ให้ผมในการเข้ามาเป็นสมาชิกพรรค พปชร. เป็นการสมัครเป็นสมาชิกธรรมดาๆ ไม่มีอะไรลึกลับซ่อนเงื่อน

2. ผมได้พูดคุยกับท่าน พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค พปชร.มานานมากตั้งแต่ปี 2563 เกี่ยวกับความตั้งใจของท่านที่จะสร้างพรรค พปชร. ให้เป็นสถาบันการเมืองที่เข้มแข็งเป็นหลักให้บ้านเมืองต่อไป ซึ่งท่านไม่เคยเปลี่ยนความคิดมีแต่ความมุ่งมั่นที่จะทำให้ได้ ทำให้ผมอยากช่วยท่านในเรื่องนี้ แต่ติดขัดเรื่องงานต่างๆ ที่ต้องดำเนินการให้เสร็จตามเวลา จึงเรียนท่านว่าเมื่องานเบาลงจะมาช่วยท่าน

3. ประมาณเดือนเมษายน 2564 งานต่างๆ พอจะเบาลง จึงเรียนให้ท่านหัวหน้าฯ ทราบ แล้วกรอกใบสมัครโดยท่านหัวหน้าฯ เป็นผู้ลงนามรับรองผมด้วยตัวท่านเอง แต่ปรากฏว่าเกิดการแพร่ระบาดของโควิด ที่ทำการพรรคปิดไม่มีกำหนด สมัครไม่ได้ และการประชุมใหญ่พรรคในเดือนเมษายน 2564 ก็ถูกยกเลิกไป

4. กลางเดือนกันยายน 2564 ผมมีโอกาสพูดคุยกับท่านหัวหน้าฯ ซึ่งท่านก็ยังมีความมุ่งมั่นจะสร้างพรรค พปชร. ให้เป็นสถาบันและเป็นหลักของบ้านเมืองให้ได้ และอยากให้ผมมาช่วยทำงานเช่นเดิม ผมจึงให้เจ้าหน้าที่ของผมสอบถามไปทางที่ทำการพรรคทราบว่าเจ้าหน้าที่พรรคจะมาทำงานเป็นช่วงเวลาหรือตามที่นัดหมายเท่านั้น

5. เจ้าหน้าที่ของผมได้นัดหมายกับเจ้าหน้าที่พรรคว่าประมาณต้นเดือนตุลาคม 2564 จะนำใบสมัครของผมไปยื่นให้

6. เมื่อสมัครเป็นสมาชิกพรรคเรียบร้อยโดยใช้ใบสมัครที่เตรียมไว้เดิมตั้งแต่เดือนเมษายนที่ท่านหัวหน้าฯ ลงนามรับรองให้แล้ว ท่านหัวหน้าฯ ก็แต่งตั้งผมเป็น “ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค” เพื่อมาช่วยท่านทำงาน ซึ่งเป็นดุลยพินิจและเป็นอำนาจของท่านเองทั้งสิ้นก็เท่านั้น

ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องจริง ไม่มีอะไรแอบแฝง ไม่มีอะไรลึกลับซับซ้อน และไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับประเด็นการเมืองอย่างที่วิเคราะห์วิจารณ์กันในขณะนี้เลยครับ"