แนะเพื่อไทยย้อนดูการบริหารน้ำยุค "ยิ่งลักษณ์"

วันที่ 11 ต.ค. 2564 เวลา 16:35 น.
แนะเพื่อไทยย้อนดูการบริหารน้ำยุค "ยิ่งลักษณ์"
"แรมโบ้" เย้ยเด็กเพื่อไทยเกิดไม่ทันปี 54 ที่น้ำท่วมสูงสุดสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์จึงไม่รู้ความจริง ซัดปล่อยให้น้ำท่วมสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมืองไทย

นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงบรรดา ส.ส.และสมาชิกพรรคเพื่อไทยไม่ว่าจะเป็นนายยุทธพงษ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม นายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ ส.ส.นนทบุรี นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรค นางสาวอรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรค ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลนายกฯ ประยุทธ์

นายเสกสกล ระบุว่าอยากให้พรรคเพื่อไทยมองอย่างรอบด้านและใช้สมองคิดด้วยว่าที่ผ่านมาตั้งแต่นายกฯประยุทธ์เข้ามาบริหารประเทศนั้น ได้แก้ไขปัญหาเรื่องใดไปบ้าง ผลงานมากมายกว่าในสมัยรัฐบาลพรรคไทยรักไทยและรัฐบาลพรรคเพื่อไทยในอดีตมากมายหลายเท่า เพราะรัฐบาลยุคนี้ไม่มีเวลามาคิดโกงกินเงินภาษีของพี่น้องประชาชน หรือมีเวลามาคิดที่จะหาเงินทอนจากโครงการอภิมหาโปรเจคทั้งหลายเหมือนในอดีต ที่รัฐบาลไทยรักไทยและเพื่อไทยได้สร้างผลงานขี้โกงเอาไว้มากมาย จนผู้นำอดีตนายกฯทั้งสองต้องหอบผ้าหนีคุกหนีคดีไปอยู่ต่างประเทศ จำไม่ได้เชียวหรือ

ส่วนปัญหาอุทกภัยถือเป็นเรื่องภัยธรรมชาติ ซึ่งเมื่อปี 54 สมัยนางสาวยิ่งลักษณ์ก็เกิดอุทกภัยใหญ่เช่นเดียวกัน หากเทียบกันแล้วรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์มีการประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินถึง 65 จังหวัด เสียหาย 69 ล้านไร่ แต่ปี 2564 ครบรอบ 10 ปี ข้อมูลจากจิสด้าพบว่า ปีนี้น้ำท่วมในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง 21 จังหวัด มีพื้นที่เสียหาย 1.33 ล้านไร่ และปริมาณน้ำใน 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปี 2554 รวม 23,605 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 95% ปี 2564 รวม 11,969 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 48% ปี ทำให้ปริมาณน้ำรวม 4 เขื่อนน้อยกว่าปี 2554 อยู่ 11,636 ล้าน ลบ.ม.

นอกจากนี้ทันทีที่เกิดอุทกภัยนายกฯและรัฐมนตรีทุกคนได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างทันที พร้อมสั่งการให้ดูแลประชาชนในทุกด้านทั้งเส้นทางการคมนาคมกำชับให้กระทรวงคมนาคม เร่งแก้ไขปัญหาเร่งสำรวจเส้นทางการคมนาคม ที่ได้รับความเสียหายจากสถานการณ์อุทกภัยและแก้ไขซ่อมแซมฟื้นฟูโดยเร็วเมื่อสถานการณ์อุทกภัยมีความคลี่คลายแล้ว

พร้อมกันนี้นายกฯ และรมว.กลาโหม ได้สั่งการทุกเหล่าทัพกระจายกำลังลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนหมุนเวียนกว่า 10,000 นาย พร้อมยุทโธปกรณ์และเครื่องมือช่าง จัดสร้างพื้นที่พักหลบภัยชั่วคราว พร้อมห้องน้ำและห้องสุขา รถพยาบาล แจกจ่ายอาหาร และอื่นๆ อีกมากมาย ขณะเดียวกันให้ติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ผล กระทบจากร่องมรสุมพาดผ่านและผลกระทบจากพายุโซนร้อน “ไลออนร็อก”และ “คมปาซุ” โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงภัย โดยให้เสริมกำลังหมุนเวียนร่วมกับจิตอาสากระจายลงพื้นที่เข้าช่วยประชาชนให้ทั่วถึง

ส่วนการเยียวยานายกฯสั่งการให้จังหวัดเร่งสำรวจความเสียหายที่อยู่อาศัย ที่ทำกิน เพื่อเยียวยาฟื้นฟูตามระเบียบของราชการ นายกฯได้สั่งการเตรียมแผนงานทั้งก่อนพายุจะเข้ามา และลงเยี่ยมช่วยเหลือประชาชนช่วงน้ำท่วมตลอดจนสั่งการช่วยเหลือทุกอย่างหลังน้ำท่วม ตรงกันข้ามในสมัยพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล ไม่เคยคิดเตรียมการแต่กลับปล่อยให้น้ำท่วมจนประเทศไทยแทบจะจมลงใต้บาดาลเกือบทั้งแผ่นดิน ประชาชนเดือดร้อนไปทั่วทุกหัวระแหง

นายเสกสกลกล่าวต่อว่าก่อนที่บรรดาลิ่วล้อพรรคเพื่อไทยทั้งหลาย จะออกมากล่าวหา โจมตีนายกฯและรัฐบาลหรือเจ้าหน้าที่หน่วยงานของรัฐ ขอให้ย้อนดูตัวเองก่อนว่าที่ผ่านมารัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ได้แก้ไขปัญหาประเทศ พัฒนาประเทศหรือบริหารจัดการน้ำอย่างไรบ้าง

ลิ่วล้อเพื่อไทยควรเอาเวลาทำตัวให้เป็นประโยชน์ลงพื้นที่เยี่ยมประชาชนดีกว่า เอาเวลามาพูดโจมตีคนอื่น เพราะประชาชนจะได้เห็นใจเผื่อจะได้เข้ามาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง เพราะเป็นฝ่ายค้านมานานเกือบจะ 8 ปี หัวอกคงใกล้จะระเบิดตายอยู่แล้ว จึงออกมาตีโพยตีพายรัฐบาลรายวันกันเป็นฝูงเช่นนี้ โดยไม่ย้อนกลับไปดูผลงานของรัฐบาลพรรคเพื่อไทยปี 54 ถ้าไม่รู้ข้อมูล ไม่ไปศึกษาย้อนหลัง แสดงว่าลิ่วล้อเหล่านี้เกิดไม่ทันใช่ไหม

"ตนคิดเอาเองว่า ในรัฐบาลสมัยนางสาวยิ่งลักษณ์ คงจะคิดแต่เรื่องอภิมหาโปรเจคโครงการแก้ไขจัดการน้ำที่จะกู้มา 3.5 แสนล้าน และโครงการโคตรอภิมหาโปเจคเงินกู้ 2.2 ล้านล้าน ว่าจะได้เงินทอนกันกี่เปอร์เซ็นต์แบ่งกันยังไม่ลงตัวใช่ไหม จึงไม่มีเวลามาวางแผนเตรียมการป้องกันน้ำท่วมช่วยประชาชน จึงทำให้เกิดน้ำท่วมสูงสุดในประวัติการณ์ของประเทศไทย และเกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ บรรดาลิ่วล้อโปรดช่วยเอาสมองมาคิดย้อนอดีต ทบทวนให้ดีก่อนที่จะวิพากษ์วิจารณ์คนอื่น มันช่างหน้าอับอายขายขี้หน้าพี่น้องประชาชน และควรจะละอายปากตัวเองก่อนที่จะออกมาด่าทอต่อว่าคนอื่นบ้าง" นายเสกสกล กล่าว