ตำรวจเผยผลจับม็อบพบ7ใน26เคยถูกดำเนินคดีมาก่อน

วันที่ 28 ก.ย. 2564 เวลา 14:02 น.
ตำรวจเผยผลจับม็อบพบ7ใน26เคยถูกดำเนินคดีมาก่อน
รอง ผบช.น. แถลงสรุปภาพรวมการชุมนุม เผย มีผลจับกุม 26 ราย พบ 7 ใน 26 เคยถูกดำเนินคดีการชุมนุม-ก่อเหตุวุ่นวาย

เมื่อวันที่ 28 ก.ย.64 ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผบช.น. โฆษกบช.น. เปิดเผยว่า กรณีที่มีการนัดหมายชุมนุมผ่านช่องทางออนไลน์ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งจะมีกลุ่มผู้ชุมนุมนัดหมายรวมตัวกันในวันนี้ (28 ก.ย.) กลุ่มทะลุฟ้า นัดหมายเวลา 16.00 น. เป็นต้นไป รวมตัวที่แยกนางเลิ้งมุ่งหน้าทําเนียบรัฐบาล และ กลุ่มทะลุแก๊ส ยังไม่ทราบเวลานัดหมาย รวมตัวที่สามเหลี่ยมดินแดง บช.น. ขอเตือนว่า กรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ที่ประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด การชุมนุมหรือรวมกลุ่มทํากิจกรรมที่มีลักษณะเสี่ยงต่อการแพร่โรค จะเป็นความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, ประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไข สถานการณ์ฉุกเฉินฯ ฉบับที่ 10 ลง 31 ส.ค.64 และ พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ อีกส่วนหนึ่ง

พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวต่อว่า จากการชุมนุมในวันที่ 27 ก.ย.ที่ผ่านมา ของกลุ่มทะลุฟ้า เวลา 16.00 เริ่มรวมตัวกันที่บริเวณแยกนางเลิ้ง มีการปาถุงสี โปรยใบปลิว ยิงจรวดน้ำ และขึงป้ายผ้าหน้าแนวรั้ว ลวดหนาม เวลา 17.00 น. กลุ่มผู้ชุมนุมได้ตัดรั้วลวดหนามเพื่อรื้อแนวกั้นหน้าวิทยาลัยเทคโนโลยี พระนครพณิชยการ เจ้าหน้าที่จึงได้ประกาศเตือนให้กลุ่มผู้ชุมนุมดังกล่าวยุติการกระทํานั้นเนื่องจากเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย และขอให้ออกจากพื้นที่ดังกล่าว แต่กลุ่มผู้ชุมนุมไม่ยอมเชื่อฟัง ยังคงรวมตัวขว้างปาสิ่งของ ยิงหนังสติ๊ก ลูกแก้ว ประทัด พลุไฟ ระเบิดต่างๆ ใส่เจ้าหน้าที่ตํารวจเป็นระยะๆ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ ลุกลามบานปลาย เวลา 17.30 – 18.30 น. เจ้าหน้าที่จึงเข้าบังคับใช้กฎหมายและผลักดันกลุ่มผู้ชุมนุมให้ออกจากพื้นที่เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้จับกุมผู้กระทําผิดจํานวน 26 คน ดําเนินคดีในข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และความผิดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ในจำนวน 7 คน จาก 26 คน เคยถูกจับดำเนินคดีการชุมนุมและก่อเหตุวุ่นวาย ทางพนักงานสอบสวนจะมีความเห็นคัดค้านการประกันตัวต่อไป ทั้งนี้ ในส่วนของผู้ต้องหาที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาในช่วง 1 ปีที่ผ่านมามีจำนวน 500 กว่าคน เราจะทำการตรวจสอบทุกราย ถ้าใครมีคดีซ้ำ ใครอยู่ระหว่างเงื่อนไขการประกันตัว ตำรวจก็จะประสานกับทางอัยการ และศาล เพื่อขอให้พิจารณาเพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้ข้อกฎหมายต่อไป

พล.ต.ต.ปิยะกล่าวอีกว่า ส่วนกลุ่มทะลุแก๊ส เวลา 20.40 – 21.40 น. ได้มีการรวมกลุ่มบริเวณถนนมิตรไมตรี มีการขว้างปาประทัด ยิงหนังสติ๊ก พลุไฟ เพื่อยั่วยุเจ้าหน้าที่เป็นระยะๆ แล้วได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ออกจากพื้นที่ไปโดยทาง บช.น. จะดําเนินการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานทุกชนิด เพื่อติดตามจับกุมผู้กระทําความผิดที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในการก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยในบ้านเมืองมาดําเนินคดีตามกฎหมายทุกราย ซึ่งหากเยาวชนได้กระทําความผิดผู้ปกครองอาจจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 ด้วยเช่นกัน ส่วนการดําเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุม ตั้งแต่เดือนก.ค.ที่ผ่านมาจนถึง ปัจจุบันรวมทั้งสิ้น 234 คดี มีผู้ต้องหาทั้งหมด 869 คน ติดตามจับกุมตัวได้แล้ว 624 คน

ส่วนการรัฐบาลมีการคลายล็อกผ่อนปรนให้มีการเล่นดนตรีสดได้นั้น พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนะเจริญ รองโฆษกตร. กล่าวว่า ตามที่คณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) มีมาตรการผ่อนปรนมาแล้วนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงมีมาตรการคุมเข้มในพื้นที่กรุงเทพใหานครพื้นที่สีแดงเข้มรวมต่างจังหวัด 29 จังหวัด โดยหลักได้มีการอนุญาตให้ขยายช่วงเวลาเคอร์ฟิว 22.00 -04.00 น. แต่ยังคงห้ามดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหาร ปิดภายในเวลา 21.00 น. ซึ่งที่ผ่านมามีการลักลอบเปิดจัดปาร์ตี้ในทั่วทุกที่ทั่วประเทศ หากทีการลักลอบจำหน่ายจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายแน่นอน อย่างไรก็ตาม ผบ.ตร. สั่งการให้ผู้บัญชาการแต่ละภาคตรวจเข้มร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการเดินทางไปต่างจังหวัด ส่วนนอกราชอาณาจักรให้ตำรวจตม. ทำการตรวจสอบ.