posttoday
ตร.วอนอย่าเชื่อเฟกนิวส์ แจงข้อเท็จจริงรถพลิกคว่ำหน้ากรมดุริยางค์ทหารบก

ตร.วอนอย่าเชื่อเฟกนิวส์ แจงข้อเท็จจริงรถพลิกคว่ำหน้ากรมดุริยางค์ทหารบก

11 กันยายน 2564

ตร.แจงผู้ชุมนุมม็อบ10กันยานวิ่งตัดหน้ารถ จนเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำ หน้ากรมดุริยางค์ทหารบก จนท.ช่วยประสานรถฉีดน้ำหลังเกิดอุบัติเหตุ

เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 64 พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมและความมั่นคง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ANSCOP) ได้ตรวจสอบพบข้อมูลข่าวปลอม 1 กรณีคือ กรณีที่ปรากฎข่าวทางสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับอุบัติเหตุรถยนต์พลิกคว่ำ ที่บริเวณหน้ากรมดุริยางค์ทหารบก ถนนวิภาวดี ว่าเกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนและเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนไม่ได้เข้าไปช่วยเหลือ ซึ่งกรณีดังกล่าวจากการตรวจสอบกับ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล ยืนยันว่ากรณีดังกล่าวเป็นข้อมูลเท็จ

โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2564 เวลาประมาณ 20.10 น. ผู้ประสบอุบัติเหตุได้ขับรถยนต์ยี่ห้อเรนจ์โรเวอร์สีดำ มาจากซอยพหลโยธิน 64 เพื่อมุ่งหน้ากลับบ้านพักย่านสาทร โดยขับมาตามถนนวิภาวดีรังสิต(ขาเข้า) ช่องทางหลัก เมื่อมาถึงบริเวณก่อนถึงด่านเก็บเงินดินแดงประมาณ 200 เมตร ในช่องทางที่ 2 จากซ้าย รถยนต์ที่ขับอยู่ด้านหน้าประมาณ 3 คัน ได้เบรคกะทันหัน เนื่องจากมีบุคคลซึ่งคาดว่าเป็นกลุ่มผู้ชุมนุม 2 คน วิ่งตัดหน้ารถ โดยวิ่งมาจากทางถนนวิภาวดีรังสิต(ขาออก) ข้ามเกาะกลางถนนมา ทำให้ผู้ประสบอุบัติเหตุไม่สามารถเบรครถยนต์ได้ทันจึงได้ทำการหักรถหลบไปยังด้านซ้าย ทำให้รถยนต์เสียหลัก และเฉี่ยวชนกับแบริเออร์พลิกคว่ำอยู่ที่บริเวณดังกล่าวในช่องทางที่ 1 จากซ้าย จากนั้น ผู้ประสบอุบัติเหตุ ได้คลานออกมาจากรถ และได้มีชายไม่ทราบชื่อ จำนวน 5 คน ซึ่งคาดว่าเป็นกลุ่มผู้ชุมนุมเช่นกัน ได้พาผู้ประสบอุบัติเหตุไปยังด้านถนนวิภาวดีรังสิต(ขาออก) ซึ่งมีกลุ่มผู้ชุมนุมรวมกลุ่มกันอยู่ โดยข้ามเกาะกลางถนนไป แต่ในขณะนั้นเอง ผู้ประสบอุบัติเหตุได้เห็นว่ารถยนต์ของตนเกิดไฟไหม้ จึงได้แจ้งขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ในบริเวณดังกล่าว

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการประสานรถฉีดน้ำเข้ามาฉีดดับเพลิงให้รถยนต์คันดังกล่าว จึงทำให้ไฟดับลง จากนั้นผู้ประสบอุบัติเหตุจึงได้เข้าไปอยู่ในกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน ซึ่งอยู่ในบริเวณถนนวิภาวดีรังสิต(ขาเข้า) แล้วจึงได้รออยู่ในบริเวณดังกล่าว จนกระทั่งเวลาประมาณ 21.00 น. พนักงานสอบสวนจึงได้มาตรวจที่เกิดเหตุ และพาผู้ประสบอุบัติเหตุ มายังศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดีรังสิต/ทางพิเศษ ส่วนอาการบาดเจ็บ เบื้องต้นไม่ได้รับบาดเจ็บมากนัก มีเพียงรอยขีดข่วนที่ต้นแขนซ้าย ที่เกิดจากของกระจกบาด ขณะคลานออกจากตัวรถเท่านั้น

ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ อีกทั้งขอให้ใช้ความระมัดระวังพิจารณาและตรวจสอบข้อมูลที่ถูกต้อง

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวเพิ่มเติมว่า การผลิตข่าวปลอม สร้างข่าวบิดเบือน ทำให้ประเทศชาติเสียหาย ประชาชนสับสน เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14(2),(5) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน รวมทั้งกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ สามารถแจ้งเบาะแสหรือข้อมูลการกระทำผิดผ่านสายด่วน ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมและความมั่นคง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ANSCOP) หมายเลข 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ข่าวล่าสุด

โปรดเกล้าฯ โผทหาร 805นาย “พล.อ.ศรัณย์” ปลัดกลาโหม “พล.ร.อ.นเรศ” ผบ.ทร.

โปรดเกล้าฯ โผทหาร 805นาย “พล.อ.ศรัณย์” ปลัดกลาโหม “พล.ร.อ.นเรศ” ผบ.ทร.