posttoday
ตร.แจง2ข่าวบิดเบือนการปฏิบัติหน้าที่ของ "คฝ."

ตร.แจง2ข่าวบิดเบือนการปฏิบัติหน้าที่ของ "คฝ."

07 กันยายน 2564

รองโฆษกตร.แจง 2 ข่าวบิดเบือนการปฏิบัติหน้าที่ของคฝ.ในการชุมนุมวันที่ 5 ก.ย.64 ชี้วัยรุ่นพยายามขี่รถหลบหนีจนล้มเองไม่ได้ถูกจนท.ถีบ

เมื่อวันที่ 7 ก.ย. 64 พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมและความมั่นคง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ANSCOP) ได้ตรวจสอบพบข้อมูลข่าวบิดเบือน 2 กรณีคือ

ตร.แจง2ข่าวบิดเบือนการปฏิบัติหน้าที่ของ "คฝ."

1. กรณีที่ปรากฎข่าวทางสื่อสังคมออนไลน์ว่า “เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน พยายามบุกเข้าจับกุมกลุ่มวัยรุ่นที่ซ่อนตัวภายในอาคารเพชราวุธ ประชาชนที่อนู่ภายในพื้นที่จึงช่วยกันดันเจ้าหน้าที่ออกจากพื้นที่ ผู้สื่อข่าวพบว่าวัยรุ่นจำนวน 1 คน มีบาดแผลจากการทุบตีด้วยกระบองบริเวณเบ้าตา และอีก 1 คน ถูกทุบตีด้วยกระบอกปืนที่ศีรษะ”

ซึ่งกรณีดังกล่าวจากการตรวจสอบกับ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล ยืนยันว่ากรณีดังกล่าวเป็นข้อมูลบิดเบือน เนื่องจากเมื่อวันที่ 5 ก.ย. 64 เวลาประมาณ 21.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ คฝ. ได้เข้าคิดตามจับกุมผู้ชุมนุมที่หลับหนีเข้าไปบริเวณอาคารเพชราวุธ โดยเจ้าหน้าที่ คฝ. ไม่ได้มีการจับกุมผู้ชุมนุมเนื่องจากถูกประชาชนผลักดันออกมา และไม่มีเหตุผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บที่บริเวณดังกล่าวแต่อย่างใด

ตร.แจง2ข่าวบิดเบือนการปฏิบัติหน้าที่ของ "คฝ."

2. กรณีที่ปรากฎข่าวทางสื่อสังคมออนไลน์ว่า “ช่วยน้องด้วยครับ โดน คฝ. ถีบทำให้เกิดเหตุชนกันหมดสติ ตอนนี้กำลังรับตัวไปรักษาโรงพยาบาลตำรวจ ช่วยน้องผมด้วยครับ ทำไมต้องถีบรถน้องผมด้วย #ม็อบ5กันยา”

ซึ่งกรณีดังกล่าวจากการตรวจสอบกับ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล ยืนยันว่ากรณีดังกล่าวเป็นข้อมูลบิดเบือน

กรณีดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อวันที่ 5 ก.ย. 64 เวลาประมาณ 21.30 น. บริเวณปากซอยบุญอยู่ แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร โดยเจ้าหน้าที่ คฝ. ชุดเคลื่อนที่เร็วได้เข้ากระชับพื้นที่ และกลุ่มวัยรุ่น 3 คน ได้ขับรถจักรยานยนต์หลบหนีและเสียหลักล้มเอง ไม่ได้ถูกเจ้าหน้าที่ คฝ. ถีบให้ล้มแต่อย่างใด ซึ่งสอดคล้องกับการสอบถามผู้ขับรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว ว่าตนตกใจ เบรคกระทันหันและเสียหลักล้มเอง

ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ อีกทั้งขอให้ใช้ความระมัดระวังพิจารณาและตรวจสอบข้อมูลที่ถูกต้อง

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวเพิ่มเติมว่า การผลิตข่าวปลอม สร้างข่าวบิดเบือน ทำให้ประเทศชาติเสียหาย ประชาชนสับสน เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14(2),(5) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน รวมทั้งกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ สามารถแจ้งเบาะแสหรือข้อมูลการกระทำผิดผ่านสายด่วน ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมและความมั่นคง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ANSCOP) หมายเลข 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ข่าวล่าสุด

บอลวันนี้ โปรแกรมบอล ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันศุกร์ที่ 24 ก.ค. 69

บอลวันนี้ โปรแกรมบอล ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันศุกร์ที่ 24 ก.ค. 69