รัฐบาลประยุทธ์ไม่ทันเกมแก้โควิด ทำเศรษฐกิจทรุดหนักกว่าที่ควรจะเป็น

วันที่ 29 ส.ค. 2564 เวลา 08:56 น.
รัฐบาลประยุทธ์ไม่ทันเกมแก้โควิด ทำเศรษฐกิจทรุดหนักกว่าที่ควรจะเป็น
"อดีต รมว.คลัง" อัด "รัฐบาลประยุทธ์" นำพาประเทศไปสู่หน้าผาทางเศรษฐกิจ คนไทยกำลังจะวิ่งไปตามหน้าผาและกำลังจะตกลงไป ชี้นายกฯไม่ทันเกมแก้ปัญหาโควิด

นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และที่ปรึกษาไทยไม่ทน กล่าวในการอภิปราย “ไทยไม่ทน” ออนไลน์ ร่วมกับสภาที่ 3 เปิดโปงการทุจริตประพฤติมิชอบของรัฐบาล ก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในสภา ตอนหนึ่งว่า ในแง่ของวิกฤติโควิด เข้ามาปีครึ่งใกล้ 2 ปีแล้ว องค์กรต่อต้านคอรัปชั่นระบุชัดเจนว่าภายใน 1 ปี 7 เดือน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พบการทุจริตคอรัปชั่นไปแล้ว 15,283 กรณี ค่อนข้างจะแย่ เพราะประเทศกำลังเกิดวิกฤติหนักและประชาชนกำลังเดือดร้อนหนัก แต่ปรากฏว่ามีคนไปหาประโยชน์ส่วนตัวหรือไม่ ขนาดนี้กระบวนการในการบริหารโควิด ของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์กำลังจะนำไปสู่หน้าผาทางเศรษฐกิจ ประเทศไทยประชาชนคนไทยกำลังจะวิ่งไปตามหน้าผาและจะตกลงไป

?ที่ปรึกษาไทยไม่ทนกล่าวถึง กระบวนการในการแก้ไขปัญหาของ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ทันเกมเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาโควิด เพราะรัฐบาลที่มองการณ์ไกลจะต้องดักทางปัญหาด้วยการจองวัคซีนไว้ก่อน แต่รัฐบาลกลับไม่ทำเช่นนั้น นอกจากนี้ไม่ได้คำนึงถึงการกลายพันธุ์ พอทำออกมาแล้วกลายเป็นโควิด ZERO คือ คนการ์ดตก คือแจกเงินให้คนไปเที่ยวต่างจังหวัด ทำให้ชีวิตเขากลับมาสู่ชีวิตปกติจนคนเคยชิน กว่าจะรู้ตัวว่ามีการกลายพันธุ์เป็นเดลต้า ที่ซึมลึกกระจายออกไปอย่างเร็วจึงป้องกันไม่ทัน ?แนะ รัฐจัดหา ATK ให้ประชาชนในราคาต่ำ

?ส่วนการจัดหาชุดตรวจ Antigen Test Kit (ATK) รัฐบาลควรจะดักทางปัญหาโดยการสนับสนุน ให้คนที่นำเข้าอุปกรณ์ตรวจชิ้นละ 50 บาทและมีเพดานในการจัดซื้อไม่เกิน 1 ล้านชิ้นต่อยี่ห้อ ทำอย่างนั้นให้เขาแข่งกัน ถ้ายี่ห้อไหนเป็นที่มั่นใจใช้แล้วมีประสิทธิภาพสูงรัฐบาลถึงจะมาคุยแล้ว หาวิธีว่าทำอย่างไรถึงจะให้ชุมชนได้ใช้งานในราคาที่ต่ำ

เตือน ชาวบ้าน-นักธุรกิจ ระวัง “ศก.” มีความเสี่ยงขาลง ระลอกที่ 2 

ส่วนอัตราการขยายตัวจีดีพีของประเทศไทย จะเห็นว่าติด -12% ต่อปี ในช่วง 63 สิ่งที่มันจะเกิดขึ้นขณะนี้ อยากจะเรียนเตือน คือชาวบ้านร้านตลาดและผู้ที่ทำธุรกิจ มีความเสี่ยงว่าที่ลงจะไม่ใช่ตัว V แต่กำลังจะลงระลอกที่ 2 เป็นตัว W ตัวที่ถ่วงลงไปมีแนวโน้ม ที่อันตรายมาก ทั้งหมดนี้มันวนเวียนมาจะวิกฤตโควิด ที่ทำให้กิจกรรมของประเทศชะงัก แต่ปัญหาคือกระบวนการในการบริหารโควิด ซึ่งมีปัญหาจากการอ่อนด้อยของ พล.อ.ประยุทธ์ ทำให้ฐานะทางเศรษฐกิจทรุดลงมากกว่าควรจะเป็น เนื่องจากการแทงม้าตัวเดียวในเรื่องของวัคซีน เลยทำให้เวลานี้พลาดท่า ต้องหาวิธีล็อคดาวน์ เพื่อจะแก้ภาพพจน์ ให้ดูว่าแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็วก็ต้องล็อคดาวน์แบบเข้ม แต่ล็อคดาวน์แบบไม่มีเครื่อง ATK และไม่มีการทดสอบอย่างกว้างขวาง

เมื่อล็อคไปแล้วผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจกระเทือนมากไปหมด ทั้งนี้ควรจะล็อคดาวน์กลุ่มเล็กๆ ตามชุมชนหมู่บ้าน ตามโรงงานโดยเขาต้องมีเครื่องมือในการตรวจสอบว่า เขาติดหรือไม่ เพราะเวลานี้ติดกันมากในชุมชนหมู่บ้านโรงงาน แล้วปล่อยที่เหลือให้มีความคล่องตัวในเรื่องการทำเศรษฐกิจ เรียนรู้ที่จะอยู่กับโควิดในระยะยาว แต่พล.อ.ประยุทธ์ไม่ทำอย่างนั้นจึงเกิดปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัวอย่างแรง

ขณะเดียวกันเมื่อเกิดปัญหาขึ้นจึงเปิดโอกาสให้รัฐบาล ใช้เงินเป็นกรณีพิเศษในวิกฤติโควิดถึง 2 ครั้ง ด้วยการออก พรก.วงเงิน 1.5 ล้านล้านบาท โดยอ้างว่าเป็นการกู้เงินตามตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลัง มาตรา 53 นอกจากนี้ พ.ร.ก.ทั้ง 2 ฉบับไปกำหนอการใช้จ่ายเงินกู้มาตรา 7 ในปี 2563 ระบุไว้ว่าให้มีคณะกรรมการกลั่นกรองแผนงานเสนอคณะรัฐมนตรี ( ครม.) กำกับดูแลดำเนินการตามแผนงาน และรายงานความคืบหน้าต่อ ครม.และตามด้วยการวางระเบียบ สรุปแล้วอนุมัติเอง กำกับดูแลเอง วางระเบียบเอง เพราะฉะนั้นทั้งหมดนี้จึงเป็นการดำเนินการที่หละหลวม

อย่างไรก็ตามผมได้เอกสารจากคณะกรรมาธิการปรากฏว่า มีกรณีงบประมาณของกระทรวงการคลังที่มีปัญหา ทั้งนี้ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังกำหนดขบวนการทำงานไว้รัดกุมว่า กระทรวงการคลังต้องกำหนดมาตรฐานบัญชีอย่างไร และหน่วยงานของรัฐทราจะใช้งบประมาณต้องมีการจัดทำการเงิน รายงานการเงินต้องนำส่ง สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ซึ่ง สตง.ต้องตรวจ เมื่อแล้วเสร็จต้องเปิดเผยต่อสาธารณะ ปรากฏว่าผู้แทน สตง.ไปชี้แจงว่า ไม่สามารถเปิดเผยงบการเงินของหน่วยราชการทั่วประเทศ เปิดเผยได้ทั้งหมด เพราะมีปัญหาด้านเทคโนโลยี ก็เลยบอกว่าเปิดเผยเฉพาะกรณีที่มีปัญหาและตรวจแล้ว ถ้าหน่วยงานนั้นไม่ส่งให้ตรวจก็ไม่สามารถเปิดเผยได้

ซึ่งตรงนี้ผมได้ทำจดหมายเปิดผนึกให้นายกฯรับทราบแล้วว่า ลักษณะอย่างนี้ท่านต้องจะต้องจัดอุปกรณ์ให้สำนักงาน สตง.เปิดเผยได้ทั้งหมด แต่มีปัญหา คือ เขาให้บัญชีกองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อรากฐานของสังคม แทนที่จะให้ขึ้นกับกระทรวงมหาดไทย กลับไปขึ้นอยู่กับกระทรวงการคลัง ปรากฏว่า สตง.ชี้แจงกรรมาธิการว่าไม่สามารถ รับรองงบฯ หน่วงงานนี้ได้ เพราะมาสามารถหาการสอบบัญชีที่เหมาะสม ได้เพียงพอที่จะแสดงความเห็น ซึ่งกองทุนนี้ก็ไม่ปรับปรุงรายการบัญชีตามมาตรฐานที่กระทรวงการคลังกำหนด ผมเลยตั้งข้อสังเกตว่า นายกฯ และ รมว.คลังอนุมัติให้ หน่วยงานนี้ไปยื่นของบฯปีหน้า กับสภาได้อย่างไร เพราะผิดกฎหมาย ซึ่งวาระนี้ผ่านสภาไปแล้วด้วย

เผย “สตง.” สอบ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” พบ นำชื่อ “คนตาย” มาเบิกจ่าย ?

สุดท้ายที่กรรมาธิการสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน บอกว่าบัญชีของกองทุนประชารัฐสวัสดิการ ซึ่งสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินบอกว่า จากการตรวจสอบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 100 คนปรากฏว่า 22 คนเสียชีวิตแล้ว แต่รายการทางการเงินกลับมีการเคลื่อนไหวอย่างนี้ถือว่าเป็นการยืมชื่อคนตายมาใช้ นี่แค่ทดสอบสุ่มตรวจ 100 คน เจอ 22 คน ทั้งหมดนี้ ผมเลยคิดว่ากรณีของโควิดเลยกลายเป็นว่าเปิดช่อง ให้มีการใช้จ่ายเงินมากมายเป็นกรณีพิเศษ ขณะเดียวกันก็ไปออกพระราชกำหนด ให้อำนาจตัวเองมีเครื่องมือใช้อะไรได้ตามชอบ เปิดช่องให้มีการทุจริตในหลายอย่าง

แนะยกเลิกสินบนนำจับทุกกรณี หลัง คดี “ผู้กำกับโจ้”

ส่วนกรณี “ผู้กำกับโจ้” พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะนายกรัฐมนตรี มีอำนาจดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ถ้าท่านไม่ทราบว่าเหตุผลเกิดอย่างไร ผมเชื่อว่าเป็นไปไม่ได้ กรณีนี้กรมศุลกากรพบว่าใน 6 ปีเป็นเจ้าของสำนวนจับกุมนำส่งรถ 368 คัน ถ้าเป็นกรณีบุคคลหนึ่งที่ไปชี้นำแล้วสามารถจะสืบสาว จับรถที่ลักลอบนำเข้าได้ถึง 368 คัน มันเกินเหตุและเป็นไปไม่ได้ ซึ่งคนที่อยู่ในกระทรวงการคลัง ในกรมศุลกากรควรจะตั้งข้อสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น และต้องมีการตรวจสอบ และตนอยากให้มีการยกเลิกจ่ายสินบนนำจับในทุกกรณี อาจยกเว้นกรณีเดียวคือยาเสพติด

“วิลาศ” ซัด “รัฐบาลประยุทธ์” คอรัปชั่นมากที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย”

ด้านนายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ ในฐานะอดีตประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวตอนหนึ่ง ว่า ประเด็นที่เกี่ยวกับเรื่องทุจริตเกิดขึ้นในรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งทุกวันนี้ผมก็ยังตรวจสอบทุจริตอยู่ และมีคนส่งข้อมูลมาให้ ล่าสุดไปหาข้อมูลเกี่ยวกับการทุจริตที่อรัญประเทศ

?“ตั้งแต่รัฐบาลชุดนี้ตั้งมา และผมทำงานการเมืองมาตั้งปี 2531 ผมได้เปรียบเทียบรัฐบาลชุดนี้กับชุดต่างๆ รวมทั้งชุดที่โดนปฏิวัติออกไป ซึ่งโดนกล่าวหาว่ารัฐบาลชุดทุจริตคอรัปชั่น ทั้งนี้พล.อ.ประยุทธ์ บอกเองว่าจะปราบรามการทุจริต ปราบคนทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ผมบอกเลยว่าทั้ง 2 เรื่องนี้มากกว่ารัฐบาลเก่า และมีการทุจริตคอรัปชั่นมากที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย”

?นายวิลาศ กล่าวว่า เรื่องการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่นั้น ผมไม่เคยเห็นโครงการอะไรที่เละเทะเลอะเทอะเท่านี้ มีพฤติกรรมที่สุดหลายอย่าง และส่อทุจริตมากที่สุดแก้ไขสัญญามากที่สุด ขยายเวลาก่อสร้าง ต้องจารึกไว้เลยว่ามันสุดยอดจริงๆ นายกฯกลับละเลยไม่ตรวจสอบ ?ส่วนการยกเลิกประกาศประกวดราคาจ้างก่อสร้างงานโยธา โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) นั้น นายวิลาศ บอกว่า เมื่อจะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้วประกาศยกเลิกทำไม ขอให้นายกฯช่วยตอบด้วย เพราะประกาศเองว่าโปร่งใสไม่ใช่หรือ