ผกก.โจ้ก่อคดี สะท้อน7ปีประยุทธ์ ปฏิรูปตำรวจล้มเหลว

วันที่ 27 ส.ค. 2564 เวลา 11:50 น.
ผกก.โจ้ก่อคดี สะท้อน7ปีประยุทธ์ ปฏิรูปตำรวจล้มเหลว
เพื่อไทยชี้ผกก.โจ้ถุงคลุมหัว สะท้อน 7 ปีประยุทธ์ ปฏิรูปตำรวจล้มเหลว พังหัวยันท้าย ทำร้ายกระบวนการยุติธรรม ละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรง

นางสาวอรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการจับกุม พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือ ผู้กำกับโจ้ อดีตผู้กำกับ สภ.เมืองนครสวรรค์ ซ้อมทรมานผู้ต้องหาคดียาเสพติดจนเสียชีวิตนั้น ถือเป็นการฉายภาพตอกย้ำความรุนแรงที่เจ้าหน้าที่รัฐทำกับประชาชน ทั้งที่ประเทศไทยเป็น 1 ใน 155 ประเทศที่เข้าร่วมให้สัตยาบันต่อ “อนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการทรมานและการกระทำอื่นๆ ที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรี” แล้ว หากแต่ยังเกิดความรุนแรงซ้ำรายวัน ทั้งการสลายการชุมนุมที่ขัดต่อหลักสากลอย่างชัดเจน การซ้อมทรมานหรือการใช้ความรุนแรงของเจ้าหน้าที่รัฐอีกหลายกรณีที่ไม่ปรากฎเป็นข่าว

ทั้งหมดคือความล้มเหลวของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ที่เคยประกาศในตอนยึดอำนาจว่าการปฏิรูปตำรวจเป็นภารกิจสำคัญ แต่ถึงตอนนี้ยังนับหนึ่งไม่ถึงร้อย ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดำเนินการหลายชุด พลเอกประยุทธ์ ที่กุมอำนาจทุกอย่าง เป็นประธานคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (กตช.) ประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ซึ่งดูแลกำกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) แต่ไร้ซึ่งประสิทธิภาพ ผู้นำแบบนี้เสมือนยิ่งส่งเสริมให้ข้าราชการยิ่งกล้ากระทำความผิดบ่อยครั้ง จนเกิดการทุจริตคอร์รัปชั่น วิ่งเต้นคดีในหมู่ข้าราชการ เมื่อเกิดกรณีผู้กำกับโจ้ ยิ่งทำให้นึกถึงคำพูดที่ว่านิ้วไหนร้ายตัดทิ้ง คงไม่พอ

แม้คนในรัฐบาลได้ออกมายืนยันในวันนี้ว่าพลเอกประยุทธ์ จะเร่งปฏิรูปองค์กรตำรวจด้วยการออก 7 มาตรการเร่งด่วน แต่สิ่งที่ต้องทำคือการยุติอำนาจฉ้อฉลในระบบราชการทั้งหมดที่กำลังเบ่งบาน ต้องรื้อถอนวัฒนธรรมองค์กร ให้ปลอดการใช้เส้นสาย ซื้อขายตำแหน่ง ยุติการซ้อมทรมาน การรีดไถ เจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อยสามารถปฏิเสธคำสั่งที่มิชอบได้

"ทุกครั้งเมื่อมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้น พลเอกประยุทธ์ จะขึงขังสั่งการเพราะกระแสสังคมกดดัน อย่างกรณีกราดยิงที่โคราช เมื่อต้นปี 2563 ทั้งขบวนการมีใครต้องรับผิดถูกลงโทษหรือยัง หลายเรื่องหายเข้าไปในกลีบเมฆ เละเทะทั้งระบบเพราะผู้นำไร้ประสิทธิภาพและไม่มีศักยภาพควบคุมดูแลได้ แล้วประชาชนจะหวังพึ่งอะไรได้จากข้าราชการและรัฐบาลแบบนี้ " นางสาวอรุณีกล่าว