"บิ๊กตู่" ออกงานแล้ว ยันไม่ท้อสู้โควิด เตรียมประเมินล็อกดาวน์
นายกฯ ออกงาน หลังหายไปนาน ตรวจเยี่ยมระบบ Home isolation ไม่อยากเห็นภาพไม่รับผู้ป่วยรักษา พร้อมติดตามความคืบหน้าพัฒนาวัคซีน ChulaCov19 ทักสื่อ"ยังจำกันได้เหรอ" ยืนยัน ไม่ท้อแท้สู้โควิด เตรียมประเมินล็อกดาวน์ ก่อนผ่อนคลายบางกิจกรรม
เมื่อวันที่ 19 ส.ค. 64 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ตรวจเยี่ยมระบบการดูแลผู้ป่วย โควิด -19 ในระบบ Home Isolation พร้อมกับพูดคุยกับผู้ป่วยผ่านระบบเทเลเฮลธ์ โดยจะเป็นการพูดคุยเพื่อให้กำลังใจผู้ป่วย โดยทีมแพทย์ได้รายงานต่อนายกรัฐมนตรี ถึงการดูแลผู้ป่วยผ่านระบบ Home Isolation ซึ่งขณะนี้มีคนไข้ในการดูแล 800 -900 คน สามารถรับผู้ป่วยวิกฤตได้ 60 เตียง พร้อมกับอธิบายการดูแลผู้ป่วยในระบบ Home isolation โดยผู้ป่วยสามารถแยกตัวอยู่ที่บ้านได้อย่างปลอดภัย และเชื่อมต่อระบบ LINE ของโรงพยาบาล และเข้าแพลตฟอร์ม กินอยู่ดี ซึ่งคนไข้จะเชื่อมต่อข้อมูลแจ้งอาการมายังทีมแพทย์ จึงประเมินอาการของผู้ป่วยว่ามีอาการอย่างไรในแต่ละวัน ซึ่งจากระบบนี้แพทย์ 1 คนจะสามารถดูแลผู้ป่วยได้สูงกว่า 100 ราย สำหรับโรงพยาบาลทั่วประเทศที่ต้องการใช้ระบบเทเลเฮลธ์ สามารถสามารถติดต่อได้ที่ สํานักดิจิทัลการแพทย์ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นี่คือมาตรฐานที่ได้กำหนดไว้ แล้ววันนี้เริ่มมีการวิจัย พัฒนา ด้านต่างๆเพื่อช่วยลดความแออัดจองผู้ป่วย ทั้งนี้ ไม่อยากเห็นภาพคนไปหาโรงพยาบาลไหนแล้วไม่รับรักษา ดังนั้นต้องอธิบาย ให้ชัดเจน ว่าถ้าไม่รับแล้วไปไหนต่อและขั้นตอนเป็นอย่างไร วันนี้ผู้ป่วยรักษาหายมากกว่าจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ พร้อมขอขอบคุณเจ้าหน้าที่บุคลากรทางการแพทย์ ที่ผ่านมาอาจมีปัญหาอยู่บ้าง
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ได้พูดคุยสอบถามให้กำลังใจกับผู้ป่วยในระบบให้ Home isolation ผ่านระบบเทเลเฮลธ์ และถามผู้ป่วยว่าพอใจหรือไม่ ซึ่งวันนี้ต้องพัฒนามีการพัฒนาระบบสาธารณสุข และระบบสาธารณสุขของไทยจะดีขึ้นมากในวันข้างหน้า
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ได้รับฟังการบรรยายความคืบหน้าการจัดทำวัคซีน ChulaCov19 โดย เป็นที่น่ายินดีว่าวัคซีน ChulaCov19 สามารถกระตุ้นภูมิได้เทียบเท่าวัคซีนไฟเซอร์ และสามารถยับยั้งสายพันธุ์ดั้งเดิม ได้ถึง 4 สายพันธุ์ และขณะนี้เตรียมพัฒนาวัคซีนรุ่น 2 ไว้แล้ว โดยจะใช้เวลาในการผลิต 6 เดือน ดังนั้น ไม่ว่าจะระบาดรอบไหน ไทยก็จะสามารถรับมือได้ ครั้งนี้ ทดสอบแล้วว่าวัคซีนสามารถเก็บไว้ได้ 3 เดือน ในอุณหภูมิ -2 ถึง – 8 องศา แต่หากอยู่ในอุณหภูมิห้อง เก็บได้ถึง 2 สัปดาห์ เมื่อเทียบกับวัคซีนไฟเซอร์ที่สามารถเก็บได้เพียง 28 วัน แล้วขณะนี้ไทยมีวัคซีน 4 วัคซีน วัคซีนไทยได้ทำอย่างไรที่จะได้ทำให้วัคซีนไทยนั้นได้รับรองและสามารถใช้ได้จริงก่อนสงกรานต์ปีหน้า ซึ่งต้องมีกองทุนอย่างน้อย 3,000 ล้าน ต่อ 1 วัคซีน และบริหารข้ามระบบราชการ และต้องให้มีความชัดเจนในเดือนกันยายนนี้ เพื่อนำไปสู่การผลิตแต่หากกติกาไม่ชัดเจน ไม่มีทางว่าไทยจะมีวัคซีนใช้ได้เอง พร้อมระบุว่าทุกอย่างขึ้นอยู่กับนโยบายขององค์การอาหารและยา หรือ อย. หากทำเหมือนไต้หวัน ใช้อาสาสมัคร 4,000-5,000 คน และใช้วัคซีนคู่เทียบ
ขณะที่นายกรัฐมนตรี อยากให้ทีมนักวิจัยพัฒนาวัคซีนให้ได้เร็วที่สุด วันนี้ให้งบประมาณ 400 ล้าน ให้มีผลสำเร็จ สำคัญที่สุดคือต้องให้อยนั้นปรับกติกา หมอด้วยกันต้องคุยกันได้ ซึ่งทีมแพทย์อยากให้ผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศมาดูด้วยกัน เช่น ตัวแทนจาก WHO และตัวแทนอย.อังกฤษ ยินดีจะมาช่วย โดยนายกรัฐมนตรีระบุว่า หากจะไม่ทำในระบบราชการคงไม่ได้ แต่จะทำอย่างไรให้ดีขึ้น โดยเฉพาะการใช้จ่ายงบประมาณ ที่รัฐบาลต้องระวังหลายอย่างขอต้องระวังให้ตนด้วย ตนตั้งใจจะทำให้ดีที่สุด
ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี กล่าวทักทายสื่อมวลชนทันที ภายหลังที่ไม่ได้เจอกันประมาณ 1 เดือนเศษ ว่า "สวัสดีจ้ะ สบายดีกันนะ ยังจำกันได้เหรอ"
จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ ว่า วันนี้ได้มาตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ และให้ความสำคัญแนวทางในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล มาเสริมในระบบ Home isolation และเห็นความพึงพอใจ ของคนไข้ในระบบที่รักษาจากที่บ้าน โดยมีการรักษาติดตามตรวจสอบอาการแบบออนไลน์ เพื่อลดภาระการเข้าโรงพยาบาลที่มีความแออัดในขณะนี้ พร้อมให้กำลังใจ คณะแพทย์และผู้ที่เกี่ยวข้อง ที่ขณะนี้กำลังวิจัยและพัฒนาวัคซีน mRNA จากใบยา ที่มีความก้าวหน้าไปมาก ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญมาโดยตลอด โดยจะมีการทดลองกับมนุษย์ในเดือนก.ย.นี้ และหากทำได้จะได้วัคซีนของเราเอง ในปีหน้า ซึ่งเป็นความหวังของเรา ต้องเดินหน้าและทำให้ได้
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันวันนี้ต้องติดตามสถานการณ์ ว่าเป็นอย่างไรในการล็อคดาวน์ ปัญหาอยู่ที่ว่าหากเปิดหมดคนก็ไม่กล้าออกมาเพราะยังกลัว อย่างไรก็ตามหลังวันที่ 31 ส.ค.นี้ จะให้มีการพิจารณา โดยทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับตัวเลขและผลการทำงานว่าเป็นอย่างไร ทั้งนี้ถ้ามองสถานการณ์ผู้ติดเชื้อและมีผู้เสียชีวิต ตนก็เสียใจและไม่อยากให้เกิดขึ้น แต่ในอนาคตระบบสาธารณสุขของเราจะแข็งแกร่งขึ้น โดยต้องเตรียมการรับมือสถานการณ์การแพร่ระบาดในอนาคต ยืนยันจะทำให้ดีที่สุดในสถานการณ์วันนี้
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สถานการณ์โลกก็ยังมีปัญหา รวมถึงเรื่องวัคซีน แต่ยืนยันว่าไม่ท้อแท้และจะร่วมแก้ไขปัญหาให้ดีที่สุด ขอขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์ทุกคน ต้องมองไปข้างหน้าและหลายวันมานี้ที่ไม่ได้ออกมาพบ สื่อมวลชน เพราะต้องติดตามแก้ไขปัญหาต่างๆ ไม่ใช่แค่โควิดอย่างเดียว แต่ยังมีเรื่องเศรษฐกิจและเรื่องอื่นๆ ในการทำงานตนจึงต้องมีสมาธิในการทำงาน และวันนี้จะทำอย่างไรให้ประเทศไทยอยู่กับโควิด ให้ได้ด้วยความสงบ เพราะหากไม่สงบอย่างไรก็อยู่ไม่ได้ วุ่นวายไปหมด และจะเกิดปัญหาในการทำงาน นอกจากนี้ขอความร่วมมือประชาชนด้วย อย่าทำอะไรที่ยังไม่ให้ทำได้ เพราะจะเป็นภาระเจ้าหน้าที่ เสียแรงเสียเวลา และมีโอกาสติดเชื้อได้
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ปฏิเสธการตอบคำถามถึงกรณีที่มีข้อสั่งการในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 17 ส.ค. ที่ผ่านมาถึงหลักการในการจัดซื้อ Antigen Rapid Test Kit ที่ต้องผ่านมาตรฐาน WHO โดยนายกรัฐมนตรีตอบเพียงสั้นๆว่า กำลังดำเนินการอยู่ ขอให้กระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้ชี้แจง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยม ระบบการดูแลและติดตามผู้ป่วยโควิด-19 ในระบบ Home Isolation และการวิจัยพัฒนาวัคซีนของจุฬาลงกรณ์วัน นี้นั้นถือเป็นครั้งแรกที่พล.อ.ประยุทธ์ ปรากฏตัวต่อสาธารณชน หลังจากที่อยู่ในมาตรการ work from home ภายในบ้านพักและทำงานที่ทำเนียบรัฐบาลเท่านั้น


