ผลโพลชี้ประชาชนอัดอั้น ไม่ค่อยมีอิสระในการแสดงความเห็น

วันที่ 01 ส.ค. 2564 เวลา 09:27 น.
ผลโพลชี้ประชาชนอัดอั้น ไม่ค่อยมีอิสระในการแสดงความเห็น
ดุสิตโพลเผยประชาชน 33.64% รู้สึกไม่ค่อยมีอิสระในการแสดงความเห็นต่อสถานการณ์บ้านเมือง ขณะที่ 68.88% เห็นด้วยกับการที่ศิลปินดาราออกมาวิจารณ์การทำงานของรัฐบาล

สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อกรณี “การแสดงความคิดเห็นของประชาชนในยามวิกฤติ โควิด-19” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 2,121 คน (สำรวจทางออนไลน์)สำรวจวันที่ 26-29 กรกฎาคม 2564 พบว่า ประชาชนมองว่าสถานการณ์บ้านเมือง ณ วันนี้ โควิด-19 ระบาดอย่างรุนแรง ผู้เสียชีวิตเพิ่มมากขึ้น ร้อยละ 91.71

ในการแสดงความคิดเห็นต่าง ๆ ยังไม่ค่อยมีอิสระเท่าใดนัก ร้อยละ 33.64 มักจะแสดงความคิดเห็นด้วยการพูดคุย ร้อยละ 69.33

กลุ่มตัวอย่างมองว่าการแสดงความคิดเห็นเป็นสิทธิของประชาชนตามระบอบประชาธิปไตย ร้อยละ 79.02 ทั้งนี้ควรเคารพสิทธิในการแสดงความคิดเห็นของผู้อื่นด้วย ร้อยละ 73.38 และประชาชนเห็นด้วยกับการที่ศิลปินดารา/อินฟลูเอนเซอร์ออกมาแสดงความคิดเห็นในช่วงนี้ ร้อยละ 68.88

นางสาวพรพรรณ บัวทอง นักวิจัย สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า การที่ผลโพลมองว่าประชาชนยังไม่มีอิสระในการแสดงความคิดเห็นเท่าใดนักทั้ง ๆ ที่เป็นสิทธิตามระบอบประชาธิปไตย

สะท้อนให้เห็นถึงความรู้สึกของประชาชนที่อยากระบายความอัดอั้นตันใจและส่งเสียงให้รัฐบาลได้ยินมากขึ้นเพราะในประเทศที่เป็นประชาธิปไตยประชาชนทุกกลุ่มทุกอาชีพไม่ว่าจะเป็นคนดังหรือคนธรรมดาก็ย่อมมีสิทธิในการแสดงความคิดเห็นเพื่อให้รัฐบาลนำไปปรับปรุงแก้ไขปัญหา จึงขึ้นอยู่กับรัฐบาลแล้วว่า...จะอยากรับฟังความคิดเห็นของประชาชนหรือไม่

ดร.พัชราพรรณ นาคพงษ์ อาจารย์ประจำหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ดารา/คนดัง influencer ได้ ออกมา Call out วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลจนนำมาสู่ข้อสงสัยว่าการกระทำดังกล่าวมีความผิดหรือไม่ และประชาชนมีอิสระเสรีภาพมากเพียงใดในการออกมาแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล

ในส่วนนี้พิจารณาได้ว่า การกระทำใดจะเป็นความผิดหรือไม่ต้องดูว่าในขณะที่กระทำได้มีบทกฎหมายตัวใดหรือไม่ที่ระบุว่าการกระทำนั้นเป็นความผิด หรือต้องรับโทษจากการกระทำนั้น เช่น การโพสต์ข้อมูลเท็จ หรือบิดเบือนข้อมูล อาจเข้าข่ายความผิดได้

ดังนั้นการต่อสู้ของคนที่ออกมาแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลอย่างตรงไปตรงมาโดยอาศัยข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ก็คงต้องบอกว่า "เป็นสิ่งที่สามารถทำได้" ด้วยการกล่าวอ้างสิทธิในการวิพากษ์วิจารณ์ แสดงความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 34, 35 และเป็นการติชมด้วยความเป็นธรรม ซึ่งอยู่ในวิสัยของประชาชนย่อมกระทำ ตาม ป.อาญามาตรา 329 (3) และไม่สมควรที่จะถูกรัฐบาลฟ้องหรือดำเนินคดีใดๆ เพราะจะแสดงให้เห็นว่ารัฐได้ปิดกั้นเสรีภาพและปิดกั้นการตรวจสอบการใช้อำนาจของรัฐ