‘ไทยสร้างไทย’เสนอพิมพ์เขียวเยียวยาโควิด แจกเงิน-ลดภาระปชช.

วันที่ 30 ก.ค. 2564 เวลา 18:28 น.
‘ไทยสร้างไทย’เสนอพิมพ์เขียวเยียวยาโควิด แจกเงิน-ลดภาระปชช.
“หญิงหน่อย”นำทีม‘ไทยสร้างไทย’เสนอพิมพ์เขียวเยียวยาโควิดแจกเงิน7,000ถ้วนหน้า3เดือน-ลดภาระน้ำไฟให้ทุกครัวเรือน พร้อมฟื้นSME

วันที่ 30 ก.ค. พรรคไทยสร้างไทย แถลงพิมพ์เขียว แนวทางเยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 โดย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรค, ดร. โภคิน พลกุล ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนประเทศ, คุณไชยวัฒน์ หาญสมวงศ์ รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนประเทศ และอดีตประธานสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (สภา SMEs), คุณนพดล มังกรชัย สมาชิกคณะกรรมการยุทธศาสตร์ และอดีต EVP ธนาคารไทยพาณิชย์

เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด 19 ในปัจจุบันได้สร้างความเสียหายอย่างยิ่งต่อปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้องและการทำมาหากิน ของประชาชน โดยมีการประมาณการความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่าแสนล้าน

ดังนั้นพรรคไทยสร้างไทยจึงเห็นว่า การที่รัฐบาลมีคำสั่งล็อกดาวน์ แต่ยังไม่มีมาตรการเยียวยาที่เพียงพอ ได้ส่งผลกระทบ ต่อประชาชนและธุรกิจ SMEs เป็นจำนวนมาก จึงขอเสนอพิมพ์เขียวแนวทางเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ จากโควิด -19 ดังต่อไปนี้

กลุ่มที่ 1 ประชาชนทั่วไป

ให้เยียวยาทุกครัวเรือน ดังนี้

1. ช่วยค่าครองชีพ เดือนละ 7000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน เพื่อให้ประชาชนมีค่ายังชีพเพียงพอประทังชีวิตในช่วงล็อกดาวน์

2. ช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย

– ค่าน้ำ ค่าไฟ ไม่เกิน 1000 บาท ต่อเดือน ให้ใช้ฟรี 3 เดือน

– ค่าเช่า รัฐเจรจากับเอกชนผู้ให้เช่า เพื่องดการเก็บค่าเช่าเป็น เวลา 3 เดือนในระหว่างที่รัฐยังไม่สามารถควบคุมการระบาดของโควิด 19 ได้ โดย ให้รัฐชดเชย ให้กับผู้ให้เช่าบางส่วน โดยอาจจะอยู่ในรูปแบบของการลดภาษี และต้องไม่ถือว่า เป็นการผิดนัดการผ่อนชำระค่าเช่า จนเป็นเหตุให้เกิดการยึดพื้นที่

– ให้รัฐช่วยเจรจา หามาตรการลดค่าดำเนินการ (GP) ที่บรรดาผู้ประกอบการ Food Delivery เช่น LineMan Grab ฯลฯ เรียกเก็บจากพ่อค้าแม่ค้า ประมาณ 32% ให้เหลือ 10% เพื่อช่วยร้านอาหารรายเล็ก

3.พักชำระหนี้เป็น เวลา 6 เดือน ด้วยการพักการผ่อนเงินต้น และลดคิดดอกเบี้ย โดยเฉพาะค่าผ่อนรถ ผ่อนบ้าน โดยเริ่มนำร่องจากธนาคารของรัฐก่อน และต้องไม่ถือว่า เป็นการผิดนัดชำระหนี้ มาเป็นเหตุให้ยึดบ้าน ยึดรถ

กลุ่มที่ 2 เยียวยาสำหรับธุรกิจ SMEs ดังนี้

1.ช่วยจ่ายค่าจ้างให้พนักงานเดือนละ 5,000-7,000 บาท ผ่าน SMEs เพื่อรักษาชีวิต SMEs และพนักงาน เป็นเวลา 6 เดือน

2.พักชำระหนี้ SMEs ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นเวลา 6 เดือน โดยไม่นับเป็นหนี้เสีย,เครดิตบูโร

3.โครงการ “Soft loan 1 แสนล้านบาทเพื่อสร้างงาน 1 ล้านตำแหน่ง” โดยมีเงื่อนไขหลักๆ ต่อไปนี้

– ระยะเวลาการกู้ไม่เกิน 10 ปี

– วงเงินปล่อยกู้ 500,000 – 1,000,000 บาท

– ให้ บสย. ค้ำประกัน 100%

– ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ในการขอใช้วงเงิน

– ทุกการกู้ 5 แสนบาท ต้องจ้างงาน 5 ตำแหน่ง ตลอดระยะเวลาการกู้ ซึ่งโครงการนี้ จะทำให้เกิดการจ้างงาน 1 ล้านตำแหน่ง

– รัฐช่วยจ่ายดอกเบี้ยให้ครึ่งหนึ่งในช่วง 2 ปีแรก สมมุติดอกเบี้ย 4% รัฐจ่ายให้ 2% เท่ากับรัฐมีภาระจ่ายดอกเบี้ยให้ประชาชนปีละ 2000 ล้าน 2 ปีเท่ากับ 4000 ล้านบาท ซึ่งถือว่าน้อยมาก คุ้มกับการช่วยชุบชีวิต SMEs เป็นแสนๆ ราย ให้เดินหน้าธุรกิจได้ต่อหลังโควิด-19 และทำให้เกิดการจ้างงานถึง 1 ล้านตำแหน่ง