เจาะแฟ้มครม.21 ธ.ค.

วันที่ 21 ธ.ค. 2553 เวลา 08:08 น.
ครม.ซานตาครอสโปรยของขวัญเลิกพรก.ฉุกเฉิน  ยื่นปล่อยตัวแดงตัวลูก  ไฟเขียวเงินเดือนอบต. ต่ออายุรถไฟ รถเมล์  ค่าไฟฟรี   มท.สอดไส้ขึ้นเงินกปภ. คลอดร่างกม.คุ้มครองสื่อ                 ประชุมคณะรัฐมนตรีประจำวันอังคารที่ 21 ธ.ค. เป็นสัปดาห์ต้อนรับเทศกาลคริสมาสต์และก่อนถึงสัปดาห์ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่  ฯพณฯทั้งหลายสวมบทซานตาครอสหอบของฝันชิ้นโตเอาใจประชาชนอย่างไม่รู้จักจบจักสิ้น ทั้งเลิก พรก.ฉุกเฉิน หาทางปล่อยตัวเสื้อแดงตัวลูก   ขึ้นเงินเดือน อบต. ต่ออายุขึ้นรถเมล์ รถไฟ ค่าไฟฟรี                ก่อนวาระ มีสถานการณ์เกี่ยวพันประเทศไทยหลายเรื่องรายงานครม.ทราบ ตั้งแต่ข่าวดีจากกัมพูชาปล่อยตัว 3 คนไทยที่ถูกข้อหาครอบครองอาวุธและเข้าประเทศผิดกฎหมายโดยได้รับการอภัยโทษเนื่องในโอกาสครบ 60 ปี สัมพันธ์ไทย-กัมพูชา  ซึ่งคนไทยทั้งหมดจะกลับสู่แผ่นดินแม่วันนี้( 21 ธ.ค.) ขณะเดียวกัน  กษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ จะรายงานผลการเจรจากัมพูชาถึงการที่ ซก ฮัน รองนายกฯและหัวหน้าคณะเจบีซีฝ่ายกัมพูชา รับคำเชิญ สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ มาเยือนไทยเพื่อหารืออย่างไม่เป็นทางการกรณีเขตแดนทั้งสองประเทศ            คงได้มีการรับทราบจุดยืนของนายกฯผ่านครม.อีกครั้ง แต่ที่น่าสนใจเรื่องนี้สำนักปลัดสำนักนายกฯบรรจุเข้าวาระพิจารณาครม.ด้วย   หลังธิดา ถาวรเศรษฐ รักษาการประธานนปช.เรียกร้องให้ปล่อยตัวแกนนำคนเสื้อแดงจากเหตุการณ์สั่งป่วนบ้านเผาเมือง    ซึ่งกรมคุ้มครองสิทธิเสรีภาพได้เข้าไปดำเนินการอำนวยความสะดวกทั้งการเป็นที่ปรึกษา จัดหาทนาย หาเงินประกัน  ซึ่งการปล่อยตัวชั่วคราวจะพิจารณาเฉพาะผู้กระทำความผิดที่ไม่ใช่ตัวการหลักสำคัญแต่มีพฤติการณ์ของการกระทำผิดที่เบาบาง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลด้วย              แผนการรับมืออุบัติเหตุในช่วงเทศกาลวันหยุดยาว ยังคงมีการรายงานต่อเนื่อง โดยเฉพาะแผนการประชาสัมพันธ์เส้นทางจราจร และจุดพักริมทาง  รวมถึงนโยบายป้องกันและปราบปรามยาเสพติดที่ดูเหมือนช่วงนี้มีการจับกุมเพิ่มมากขึ้นและการปราบปรามบ่อนพนันฟุตบอล  ตู้ม้า หวยใต้ดิน ในย่านสำคัญของกรุงเทพมหานคร           สัญญาณของแพงรับการขึ้นเงินเดือนทั้งระบบปีหน้า เป็นเรื่องต้องติดตาม สืบเนื่องจากการประชุม ครม.เศรษฐกิจ เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. จะมีการนำผลการประชุมรายงานอีกครั้ง ถึงผลตามมาจากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ  ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีแนวโน้มสูงขึ้น    ทั้งนี้กรมการค้าภายในการันตีสินค้าส่วนใหญ่ 90% ให้ความร่วมมือในการตรึงราคาต่อไปอีก 3 เดือน สิ้นสุดเดือน มี.ค. 54 เพราะต้นทุน ในช่วง 3 เดือนข้างหน้า เปลี่ยนแปลงน้อยมาก รวมทั้งภาวะการค้าขายยังชะลอตัว หากมีการปรับขึ้นราคาช่วงนี้ อาจส่งผลกระทบต่อยอดการจำหน่ายได้              วาระเพื่อพิจารณา เป็นไปตามการเฝ้ารอของผู้เรียกร้อง  เมื่อสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) จะเสนอ ครม.นำพ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร มาบังคับใช้ในพื้นที่ล่อแหลมที่จะเกิดเหตุความไม่สงบ พร้อมกันนั้น นายกฯจะลงนามในคำสั่งยกเลิก พรก.สถานการณ์ฉุกเฉิน ใน 4 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ  ซึ่งจะมีผลให้ต้องยุบศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน( ศอฉ.) และปรับรูปแบบการทำงานให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.) มีบทบาทนำตามพ.ร.บ.มั่นคงฯ โดยอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ในฐานะ ผอ.รมน.จะจัดตั้งศูนย์อำนวยการติดตามสถานการณ์ (ศตส.) ของกอ.รมน.ขึ้นมาแทน ศอฉ. เพื่อคอยติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์               แต่ในโครงสร้างยังไม่ได้กำหนดว่าใครจะเป็นหัวหน้าศูนย์ คาดว่า จะใช้โครงสร้างเดียวกับ กอ.รมน. โดย กอ.รมน.มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบตาม พ.ร.บ.ความมั่นคงฯหมวดที่ 1 มาตรา 7 โดยมี กอ.รมน.ในระดับกองทัพภาค และระดับจังหวัดคอยประสานงานร่วม  

 กระทรวงการคลัง  จะเสนอเรื่องการต่ออายุมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชนทั้งค่าโดยสารรถเมล์ รถไฟและไฟฟ้า ต่อไปอีก1-2 เดือน จากเดิมที่จะสิ้นสุดเดือนธ.ค. 2553โดยจะขยายไปจนถึงสิ้นเดือนก.พ. 2554ขณะที่มาตรการตรึงราคาก๊าซปิโตรเลียมเหลว หรือแอลพีจี และก๊าซธรรมชาติสำหรับรถยนต์ หรือเอ็นจีวี จะครบกำหนดอายุมาตรการในเดือนก.พ.2554 อยู่แล้ว

ส่วนวาระชักกะเย่อไปมาระหว่าง “ผู้นำจอมละเอียดกับรมต.จอมแจก”  ทั้งสองน่าจะเสร็จสมอารมณ์หมายกันวันนี้   นั่นคือ การพิจารณาปรับขึ้นเงินเดือนองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.) ในอัตรา 100 เปอร์เซนต์โดยจะดึงงบพัฒนาท้องถิ่นของพี่น้องประชาชนในพื้นที่มาเจียดให้สมาชิกอบต.ที่ทุ่มเททำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเหลือเกิน  บวกรวมงบส่วนนี้ร่วม 1,000 ล้านบาท  ส่วนข้อเรียกร้องที่จะเป็นลูกโซ่ตามมา ทั้งการขึ้นเงินเดือน สก.สข. และสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.) ด้วยหรือไม่ เห็นทีคงต้องเก็บเข้าลิ้นชักไปก่อน ไม่มีการชงเข้าครม.
        
แต่ที่บรรจุเข้าวาระเรียบร้อย มหาดไทยเสนอ ปรับปรุงสภาพการจ้างเกี่ยวกับการจ่ายเงินตอบแทนพิเศษให้แก่พนักงานและลูกจ้างประจำการประปาส่วนภูมิภาคกรณีเงินเดือนเต็มขั้น แต่โอกาสจะผ่านครม.น่าจะรอดยาก ส่วนกระทรวงศึกษาธิการ เสนอร่างหลักเกณฑ์และวิธีจัดสวัสดิการแก่ครอบครัวของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ถึงแก่ความตายอันเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการตามมาตรา 77

ผลพวงการปฏิรูปสื่อ ที่อยู่ในแผนปฏิรูปประเทศเพื่อความปรองดองแห่งชาติท สามารถผลิตร่างกฎหมายออกมาได้แล้วหนึ่งฉบับ คือ ร่างพ.ร.บ.คุ้มครองบุคลากรวิชาชีพสื่อ โดยวันนี้ เป็นบัญชานายกฯ เสนอเข้าครม.พิจารณา  ร่างกม.ฉบับนี้ จะกำหนดกลไก คุ้มครองการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน และการกำหนดองค์กรที่มีบทบาทต่อการคุ้มครองดูแลสื่อโดยปราศจากอำนาจรัฐเข้าไปแทรกแซง ซึ่งผ่านครม.วันนี้นำเสนอกฤษฏีกาพิจารณาต่อไป

สำนักงบประมาณ เสนอยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2555 และเป้าหมายนโยบายการเงินประจำปี 2554    กระทรวงศึกษาธิการ เสนอการถวายพระราชสมัญา พระผู้ทรงเป็นครูแห่งแผ่นดิน เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเลิมพระชนมพรรษา7รอบ 5 ธ.ค.  2554
          
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะเสนอการจัดหาแหล่งเงิน 3,974.56 ล้านบาทเพื่อนำมาใช้ในการจัดทำโครงการขยายพื้นที่เพาะปลูกยางพารา 8 แสนไร่หรือโครงการกล้ายางเฟส 2 เนื่องจากโครงการนี้ได้รับอนุมัติหลักการจาก ครม.มาตั้งแต่เดือนก.ค. 2553 แต่จนถึงขณะนี้กระทรวงเกษตรฯยังไม่สามารถเริ่มดำเนินการอย่างเป็นทางการได้ เพราะติดขัดปัญหาเรื่องงบประมาณที่จะนำมาใช้ในการดำเนินงาน
          
วาระอื่นๆ  สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เสนอการจัดทำรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของประเทศไทยภายใต้กลไก UPR   สำนักนายกฯ เสนอขออนุมัติงบประมาณเพื่อจ่ายเป็นค่าชดเชยที่สาธารณะประโยชน์ดอนหลักดำ      พลตรีสนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกฯเสนอขออนุมัติตำแหน่งเพิ่มใหม่สำหรับโรงพยาบาลมาบตาพุดขนาด 200 เตียง           

นายไตรรงค์  สุวรรณคีรี รองนายกฯ เสนอการขออนุมัติให้เอกชนร่วมงานในโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณหมอนที่ 21 - 22 ตามพรบ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐพ.ศ.2535
          
ส่วนวาระเพื่อทราบ นายกฯเสนอร่างพรฎ.เรียกประชุมรัฐสภาสมัยสามัญทั่วไปพ.ศ. 2554 , กระทรวงแรงงานเสนอรายงานข้อมูลสถานประกอบการและลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยและการดำเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติของกระทรวงแรงงานครั้งที่3/2553 , กระทรวงพาณิชย์เสนอการปรับปรุงยุทธศาสตร์การระบายข้าวสารตามนโยบายโครงการแทรกแซงของรัฐบาลครั้งที่12/2553