ส.ส.พปชร.รวมตัว จี้ "บิ๊กตู่" รื้อแผนกระจายวัคซีน ลั่นอย่าเล่นพรรคเล่นพวกเราไม่ยอม
9 ส.ส.พปชร. จี้นายกฯ ทบทวนรื้อแผนกระจายวัคซีนใหม่ เผยที่ผ่านมาเล่นพรรคพวกมากไป เราไม่ยอม
วันที่ 25 พ.ค. ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ส.ส.ชลบุรี พรรค พปชร. พร้อมด้วย ส.ส.ของพรรค ได้แก่ นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ ส.ส.ชลบุรี นายสุชาติ อุสาหะ ส.ส.เพชรบุรี นายกฤษณ์ แก้วอยู่ ส.ส.เพชรบุรี นายสาธิต อุ๋ยตระกูล ส.ส.เพชรบุรี นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก ส.ส.สมุทรปราการ น.ส.ไพลิน เทียนสุวรรณ ส.ส.สมุทรปราการ นายวันชัย ปริญญาศิริ ส.ส.สงขลา นายพยม พรหมเพชร ส.ส.สงขลา แถลงเรียกร้องถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และคณะกรรมการจัดสรรวัคซีนแห่งชาติ ให้รื้อระบบแผนกระจายวัคซีนที่กำลังจะเข้ามาอีกประมาณ 6 ล้านโดสให้เป็นธรรมและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน พร้อมคำนึงถึงความหนาแน่นของเศรษฐกิจแต่ละจังหวัดด้วย ให้น้ำหนักกับจังหวัดที่มีปัญหาอยู่
ทั้งนี้ จาก 20 อันดับที่ได้รับการจัดสรรวัคซีน พบว่า ในจังหวัดสีแดง ได้รับการจัดสรรน้อยกว่าแต่จังหวัดที่เป็นสีขาวและสีเขียว เช่น จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นพื้นที่สีแดง ได้รับเพียง 237,000 โดส ไม่เพียงพอกับยอดผู้ติดเชื้อที่มีอย่างต่อเนื่อง ส่วนในจังหวัดเพชรบุรี ตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการติดเชื้อจากโรงงานที่มียอดติด 1 ใน 5 ของประเทศ กลับไม่ได้ให้น้ำหนักในการจัดสรรวัคซีน ดังนั้น จึงขอให้ทำข้อมูลเป็นปัจจุบันในการจัดสรรวัคซีน และขอให้นายกฯ จัดสรรวัคซีนตามความหนาแน่นของประชากร ซึ่งการออกมาเรียกร้องครั้งนี้ ไม่อยากให้เข้าใจผิดว่า เรียกร้องเพื่อจังหวัดตัวเอง แต่อยากให้ทบทวนระบบการจัดสรรวัคซีนใหม่ จะเป็นประโยชน์ของประเทศ และช่วยตัดวงจรการติดเชื้อ
“มีน้อยแบ่งน้อย มีมากแบ่งมาก แต่อย่าให้เกิดบนพื้นฐานความไม่เป็นธรรม เล่นพรรคเล่นพวก พวกเรายอมไม่ได้” นายสรวุฒิกล่าว
ขณะที่นายสุชาติกล่าวว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาคลัสตอร์โรงงานในจังหวัดเพชรบุรีมีการติดเชื้อที่รวดเร็วและจำนวนมาก เป็นอันดับ 2 ของประเทศ ติดต่อกัน 4 วัน โดยเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมามีจำนวนผู้ติดเชื้อกว่า 800 คน ถือว่าห่างจากกรุงเทพฯ เพียงไม่กี่คน ดังนั้นเกณฑ์การจัดสรรวัคซีนต้องยอมรับว่าสถานการณ์ขนาดนี้เปลี่ยนไปหมด จึงต้องทำข้อมูลให้เป็นปัจจุบันต้องเอาจังหวัดที่มีกลุ่มเสี่ยงเป็นด่านหน้า เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นกับจังหวัดเพชรบุรีจนถูกยกระดับให้เป็นจังหวัดสีแดงเข้มเมื่อไหร่ หมายความว่าคนที่ต้องเดินทางผ่านจังหวัดเพชรบุรีจะต้องถูกกักตัวจนเป็นปัญหากันทั้งหมด จึงอยากให้นายกฯทบทวน และเพิ่มจำนวนวัคซีนให้จังหวัดกลุ่มเสี่ยง อาจจะมากกว่าที่ได้รับเดิม 2-3 เท่า


