"อนุทิน" แจง ปมนายกฯ ยกเลิกวอล์กอินวัคซีน เผยขอประเมินวัคซีนรายวันก่อน
รมว.สาธารณสุขแจงปม "บิ๊กตู่" ยกเลิกวอล์กอินวัคซีน ขอดูสถานการณ์วัคซีนรายวันก่อน เผยจ่อใช้สถานีกลางบางซื่อฉีดวีคซีน
วันที่ 18 พ.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ สธ. ให้สัมภาษณ์ประเด็นการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ว่า สำหรับกรณีที่มีการระบุว่าจะใช้สถานีกลางบางซื่อฉีดวัคซีนโควิด-19 ไม่ใช่รูปแบบการวอล์ก อิน (walk in) แต่กระทรวงคมนาคม จัดสถานที่ไว้เพื่อฉีดบุคลากรด้านขนส่งสาธารณะและคนใกล้ชิด ทั้งทางบก เรือและอากาศ ที่คาดว่าจะมีจำนวนหมื่นถึงแสนคน เช่น คนขับรถแท็กซี่ คนทำงานด่านหน้าสนามบิน ขับรถสาธารณะ เป็นต้น
นายอนุทิน กล่าวว่า ทั้งนี้ ในวันที่ 21 พ.ค. จะมีการลงพื้นที่ตรวจสอบความพร้อม และตนไม่ขอระบุวันที่จะเริ่มฉีด เป็นเรื่องความพร้อมของทางกระทรวงคมนาคม แต่ก็คงเป็นฤกษ์สะดวก ซึ่งคาดว่าจะสามารถรองรับได้วันละกว่าหมื่นคน ซึ่ง สธ. ก็จะขอยืมพื้นที่ต่อ เพื่อตั้งเป็นศูนย์ฉีดวัคซีน อำนวยความสะดวกให้กับประชาชน และคิดว่าเขาก็พร้อมให้ เพื่อสนับสนุนภารกิจฉีดวัคซีนเพื่อประชาชน
นายอนุทิน กล่าวว่า กรณีการวอล์ก อิน ก็เป็นแผนสำรอง ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ขอดูการฉีดในแผนปกติก่อน คือ การจองผ่านหมอพร้อม การลงทะเบียนที่จุดบริการฉีดวัคซีน (On-site Registration) โดย สธ. จะทำรายงานข้อมูลระยะแรก ว่า การฉีดแต่ละวันมีผู้มารับวัคซีนแค่ไหน และเหลือเท่าไหร่ คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ แต่ สธ. ชัดเจนว่าวัคซีนจะต้องฉีดให้หมด
ทั้งนี้ วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า 1 ขวด ฉีดได้ 10 โดส แต่ความสามารถของพยาบาลให้ความเห็นว่า สามารถดึงยาได้ราว 12 โดส/ขวด ซึ่งทำให้มีวัคซีนมากขึ้นในแต่ละวัน แต่เราไม่สามารถเก็บวัคซีนกลับไปแช่ในตู้เย็นได้ ดังนั้น ระยะแรกนี้ ทางพื้นที่จุดฉีดต่างๆ จะต้องเตรียมแผนสำรองพาประชาชนละแวกนั้น เข้ามารับวัคซีนในส่วนนี้ เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าในการฉีดวัคซีนทุกโดส นี่ก็คือ การวอล์ก อิน
“ผมอาจจะพูดเร็วเกินไป แม้ดูแล้วจะปฏิบัติได้ แต่เพื่อให้เกิดความสบายใจ ก็ขอให้จองตามระบบก่อน และยืนยันว่า ผู้ที่วอล์ก อิน ไม่มีทางที่จะได้ฉีดวัคซีนก่อนคนที่จอง” นายอนุทิน กล่าวและว่า สำหรับหน่วยงานใหญ่ที่ต้องการนำวัคซีนไปฉีดให้กับบุคลากรการแพทย์ ก็สามารถรวมจำนวนมา หากท่านเตรียมพื้นที่และบุคลากรที่เหมาะสม ก็จะเป็นการแบ่งเบาภาระของ สธ. แล้วเสนอไปทางกรมควบคุมโรค ซึ่งจะมีการนำเรื่องไปพิจารณากับ ศบค. และเมื่อมีคำสั่งกลับมา กรมควบคุมโรคก็จะนำวัคซีนไปให้ท่านอนุทิน


