"วรวัจน์"แนะตัดวงจรโควิดก่อนอย่ารอให้พบเชื้อแล้วรักษา

วันที่ 06 พ.ค. 2564 เวลา 12:34 น.
"วรวัจน์"แนะตัดวงจรโควิดก่อนอย่ารอให้พบเชื้อแล้วรักษา
“วรวัจน์”อดีตรมว.กระทรวงวิทย์ฯแนะ ตัดวงจรโควิด ตั้งแต่เป็นกลุ่มเสี่ยงสูง ไม่ควรรอให้พบเชื้อก่อนแล้วรักษา การตรวจล่าช้าทำให้เพิ่มความเสี่ยง

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยว่า สถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ในระลอกที่ 3 ที่กำลังระบาดในขณะนี้ อยู่ในขั้นวิกฤติ พบว่าประเทศไทยมีประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่จะติดเชื้อมากกว่า10,000คน จนถึงหลัก100,000คน แต่ ข้อจำกัดของการตรวจคัดกรองสามารถทำได้เพียงวันละหลักหลาย 1,000คน ซึ่งการตรวจคัดกรองไม่ทันกับการระบาดของเชื้อไวรัส ในขณะเดียวกันกลุ่มเสี่ยงที่อาจจะพลาด ติดเชื้อโควิด เป็นพาหะแต่ยังไม่มีอาการ หรือยังจะตรวจไม่พบเชื้อในการตรวจครั้งแรกนั้น การให้กลับไปกักตัวอยู่กับบ้านอาจจะทำให้ไม่สามารถป้องกัน การระบาดได้จริงจัง ทั้งภายในบ้านและในชุมชนโดยรอบ

ดังนั้นการตัดวงจรของการระบาด สามารถดำเนินการโดย หาที่พักที่เป็นHospital ทั้งหมด ให้บุคคลที่แสดงตัวเป็นกลุ่มเสี่ยงอยู่อาศัย โดยอาจจะใช้โรงแรมหอพัก หรือบ้านพักต่างๆ แยกให้กลุ่มเสี่ยงอยู่อย่างเป็นสัดเป็นส่วน เพื่อไม่ให้มีโอกาส เป็นพาหะแพร่เชื้อไปในชุมชนหรือบุคคลอื่น รวมทั้งให้การตรวจรักษาเยียวยาเบื้องต้น ตามอาการใน 3 ลักษณะคือ รักษาโดยการใช้ยาแผนปัจจุบันเมื่อพบว่า มีการติดเชื้อโดวิดแล้ว และควรแยกให้อยู่ในพื้นที่ที่มีการดูแลอย่างใกล้ชิด และรักษาโดยการใช้ภูมิปัญญาไทย สมุนไพรต่างๆ พร้อมทั้งให้ค่าใช้จ่ายในการดูแลกลุ่มเสี่ยง ที่ประสงค์จะกักตัวเองทดแทน การต้องออกไปทำงานเพื่อเลี้ยงชีพและดูแลครอบครัว ในอัตราที่เหมาะสมตามสถานการณ์ ของแต่ละครอบครัว

นายวรวัจน์ กล่าวด้วยว่า การตรวจคัดกรองผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงว่ามี”เชื้อไวรัสหรือไม่ ให้รอตรวจคัดกรอง จนแน่ใจว่าไม่ติดเชื้อไวรัสแล้วจึงจะฉีดวัคซีนให้ เพราะถ้าหากกลุ่มเสี่ยงนั้นบังเอิญมีเชื้อไวรัสอยู่ แต่ยังไม่แสดงอาการแล้วเรารีบฉีดวัคซีนเข้าไป ผลจะเป็นอย่างไร ร่างกายอาจจะอ่อนแอขึ้น และอาจจะมีผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์เกิดขึ้นมาหนักขึ้นอีกหรือไม่